นัมจูฮยอก (Nam Joo Hyuk) พูดถึงความยากของการแสดง และประสบการณ์การสารภาพความรู้สึกของตัวเอง
2022-03-26 01:57:58
Advertisement
คลิก!!!

นัมจูฮยอก (Nam Joo Hyuk) ได้ร่วมพูดคุยถึงเรื่องอุปสรรคด้านการแสดง, การพูดกับคนที่เขาชื่นชอบ และอีกมากมายกับนิตยสาร Esquire

ตอนนี้นัมจูฮยอก กำลังมีผลงานการแสดงในซีรีส์เรื่อง Twenty Five, Twenty One ของช่อง tvN โดยซีรีส์เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในปี 1998 ของ นาฮีโด (รับบทโดย คิมแทรี (Kim Tae Ri)) นักกีฬาฟันดาบที่มุ่งมั่นทำตามความฝันของเธอ และ แพคอีจิน (รับบทโดย นัมจูฮยอก) ชายหนุ่มที่ครอบครัวต้องแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางจากวิกฤต IMF เมื่อปี 1997

 

นัมจูฮยอกเปิดเผยถึงความยากในเรื่องการแสดง “ผมมักจะค่อนข้างเครียดครับเวลาแสดง ผมคิดว่าทำยังไงให้ผมสามารถถ่ายทอดบทละครได้อย่างน้อย 80% ก็ยังดี แต่สุดท้ายผมก็ถ่ายทำอย่างสนุกในกองถ่าย แต่ก็กลับมาเครียดอีกเมื่อเริ่มคิดถึงสิ่งที่ผมได้ทำลงไปตอนที่กลับมาถึงบ้าน ไม่ว่าจะเป็นซีนที่ต้องใช้อารมณ์ หรือทำตัวนิ่งๆ ก็ยากไปหมดเลยครับ มันแค่ยากครับ ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ผมได้คุยกับผู้กำกับและนักแสดงคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะมาก และเราก็แสดงไปด้วย ร่วมกันหาวิธีการแก้ไขไปด้วย”

นัมจูฮยอกเล่าวิธีการซ้อมบทของเขาว่า “ตั้งแต่ไม่กี่ปีก่อน การทำงานและฝึกออกเสียงให้ชัดเจนกลายเป็นกิจวัตรประวันของผมครับ ผมไม่ได้ทำมันหลายชั่วโมงนะ เป็นเหมือนกับการวอร์มอัพมากกว่า ผมคิดว่าซักวันหนึ่งคนจะบอกผมว่า ผมมีเสียงที่ดี ถ้าผมยังคง [ฝึกฝนแบบนี้] ต่อไปเรื่อยๆ”

เขายังได้เล่าถึงประสบการณ์การเล่นกีฬาที่มีส่วนช่วยในเรื่องการแสดง “ผมชอบเล่นกีฬาครับ ผมชอบการแข่งขันซึ่งน่าจะมาจาก [กีฬา] เวลาผมคิดถึงมัน มันเหมือนกับการทำอะไรซักอย่างที่มีผู้ชนะอย่างชัดเจน” นัมจูฮยอกพูดต่อ “เวลาผมเล่น [บาสเกตบอล] เสร็จ จะมีรอยช้ำตามตัวของผมเต็มไปหมดเลยครับ ตอนที่ผมเป็นนักกีฬาบาสเกตบอล ผมต้องจำรูปแบบการเล่นมากกว่า 20 แบบ เราไม่รู้ว่ารูปแบบไหนที่โค้ชจะเลือกใช้ระหว่างการแข่งขัน ถ้าเขาบอกเราว่า ‘เลข 3 กับ 7’ แต่ผมทำตามไม่ได้ การเล่นของทีมทั้งหมดจะเสียไปเลยครับ มันเป็นความรู้สึกของความรับผิดชอบที่เข้มข้นมาก ผมคิดว่ามันมีส่วนช่วยในเรื่องการแสดง แค่เรื่องเล็กๆก็ช่วยเรื่องการแสดงได้แล้ว”

เมื่อถามว่าเขาเคยสารภาพรักกับใครหรือเปล่า นัมจูฮยอกบอกว่า “ไม่มีทางที่ผมจะไม่เคยครับ ผมเคยทำตั้งแต่เรียนอนุบาลและประถมเลย ผมคิดว่าตอนอยู่โรงเรียนผมเอาแต่สารภาพรักตลอดเลย เวลาผมชอบใคร ผมจะบอกเขาครับ และผมก็ได้รับคำสารภาพรักเหมือนกันเพราะก็มีคนชอบผมด้วย ผมคิดว่าคุณควรจะบอกเขานะถ้าคุณชอบใครซักคน ดูอย่างฮีโดซิครับ เธอไม่เคยปิดบังความรู้สึกของตัวเอง เธอสารภาพรักก่อนโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งสำคัญคือคุณต้องพยายามก่อนกว่าจะได้อะไรมา นี่คือสิ่งที่ใช้กับเรื่องอื่นได้ด้วยนะครับ ก็เหมือนกับที่ถ้าผมไม่ลองแสดง ผมก็ไม่มาถึงจุดนี้”

นัมจูฮยอกปิดท้ายด้วยการบอกว่า เขาอยากจะทำการแสดงให้ดีขึ้นไปอีก “ผมคิดตลอดว่าทำยังไงที่จะไม่แสดงโอเวอร์เกินไป ผมเอาแต่คิดว่าจะทำยังไงให้เหมือนไม่ได้แสดง และแสดงให้เหมือนว่าเป็นคนจริงๆ พูดตามตรง ผมคิดว่าผู้ชมคงสนใจมากขึ้นถ้าผมแสดงให้ล้นไปหน่อย แต่ว่าผมอยากให้การแสดงของผมดูเป็นธรรมชาติเหมือนสายน้ำ ผมอยากให้ผู้คนได้เห็นการแสดงของผมและรู้สึก [ลื่นไหล] ไปด้วยเช่นกัน เหมือนกับกำลังมองดูน้ำที่กำลังไหลผ่านไป”

 

ที่มา ( 1 ) ( 2 )

 


.



Latest





เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุกกี้ได้ที่ “นโยบายการใช้คุกกี้”   ยอมรับ   นโยบายการใช้คุกกี้ X