15 เรื่องราวที่จะทำให้คุณรู้จัก ซงจุงกิ (Song Joong-Ki) มากขึ้น
2021-05-03 09:21:39
Advertisement
คลิก!!!

ซงจุงกิ (Song Joong-Ki) กลับมาขโมยหัวใจของแฟนซีรีส์เกาหลีอีกครั้งในผลงานเรื่องล่าสุดของเขา Vincenzo และตอนนี้เขายังกำลังถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องใหม่ Bogota เล่าเรื่องของคนหนุ่มสาวที่ออกจากเกาหลีไปยังโคลัมเบียในช่วงปี 1990

วันที่เราจะพาคุณไปรู้จัก ซงจุงกิให้มากขึ้น ผ่าน 15 เรื่องราวเกี่ยวกับเขา พร้อมแล้วไปอ่านพร้อมกันเลย

 

1. เขาเกิดราศีกันย์

ซงจุงกิ เกิดเมื่อวันที่ 19 กันยายน ปี 1985 สำหรับชาวราศีกันย์ขึ้นชื่อเรื่องความสมบูรณ์แบบ เจ้าระเบียบ และมุ่งมั่น หนุ่มราศีกันย์จะมีบุคลิกค่อนข้างเงียบ แฝงด้วยเสน่ห์และความฉลาด ถึงแม้ปีนี้เขาจะอายุ 35 ปีแล้ว แต่ซงจุงกิยังมีผิวหน้าเยาว์วัย ยิ่งอายุเยอะ ยิ่งหล่อขึ้น

 

2. ซงจุงกิเรียนการจัดการธุรกิจที่มาหาวิทยาลัย Sungkyunkwan University 

ซงจุงกิเป็นนักเรียนเรียนดีมาตั้งแต่สมัยมัธยม และเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยเขาเป็นนักศึกษาตัวอย่าง ที่ทำได้ดีทั้งในเรื่องวิชาการและกิจกรรม

 

3. เขาเคยอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติแข่งขันสปีดสเก็ต

ซงจุงกิเคยฝึกฝนสปีดสเก็ตอย่างหนัก และเคยเป็นตัวแทนของจังหวัดแดจอนบ้านเกิดของเขาไปแข่งระดับชาติ อย่างไรก็ตาม เขาได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าช่วงที่เรียนอยู่มัธยมปลายทำให้ต้องล้มเลิกความฝันนั้นไป ซงจุงกิเคยบอกว่า “ผมอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติสปีดสเก็ตจนกระทั่งอยู่ ม.ต้นปีสุดท้าย ตอนนั้นมันคือความฝันทั้งหมดของผม และผมรู้สึกเสียใจมากที่ไม่สามารถทำตามฝันได้ แต่ตอนนี้ผมดีขึ้นแล้ว ผมพยายามเรียนให้หนักขึ้นเพื่อทดแทนส่วนที่เสียไป” เขาบอกเอาไว้ในบทสัมภาษณ์กับ Max Movie เมื่อปี 2012 และเขาเคยรับบทเป็นนักกีฬาสปีดสเก็ตทีมชาติในซีรีส์เรื่อง Triple เมื่อปี 2009

 

4. เขาถูกแมวมองทาบทามครั้งแรกในรถไฟใต้ดิน

ตอนนั้นเขาเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัย และเขาไม่รับข้อเสนอดังกล่าว เพราะพ่อของเขารู้สึกไม่สบายใจที่เขาจะเข้าวงการบันเทิง และเขาก็ไม่แน่ใจว่าจะเอาดีทางด้านการแสดงดีหรือไม่

 

5. เขาเดบิวต์ในโปรเจคหนังย้อนยุคอีโรติก

หนังชื่อว่า “A Frozen Flower” เล่าเรื่องในยุคราชวงศ์โครยอ ที่ตัวละครขัดขืนกฎราชสำนักและแอบรักกัน ตอนนั้นซงจุงกิ อายุ 23 ปี และมีบทพูดน้อยมากในภาพยนตร์ แต่ก็เป็นโอกาสดีที่เขาได้เรียนรู้จาก โจอินซอง (Jo In Sung) และ จูจินมู (Joo Jin moo) รุ่นพี่นักแสดงของเขา นอกจากนี้ยังมีนักแสดง ซงจีฮโย (Song Ji Hyo) ที่ร่วมงานในเรื่องนี้ด้วย ถึงแม้เรื่องนี้จะเป็นผลงานเรื่องแรกของเขา แต่เรื่องที่เขามีบทบาทมากขึ้นจริงๆ น่าจะเป็นซีรีส์ Get Karl Oh Soo Jung ในปี 2007 ที่เขารับนักแสดงสมทบ

 

6. เขามีผลงานภาพยนตร์ 11 เรื่อง และ 15 ซีรีส์ 

ซงจุงกิเคยร่วมงานภาพยนตร์ตั้งแต่บทรับเชิญ บทสมทบ ไปจนถึงบทนำ ภาพยนตร์เรื่องแรกที่เป็นเหมือนจุดเปลี่ยนของเขาน่าจะเป็นเรื่อง Hearty Paws 2 เมื่อปี 2010 ซึ่งเขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงหน้าใหม่จากเรื่องนี้ในงาน Blue Dragon Film Awards ครั้งที่ 31 นอกจากนี้ยังมีผลงานภาพยนตร์ที่น่าจดจำได้แก่ Penny Pinchers (2011), A Werewolf Boy (2012) เรื่องนี้เขาได้รับรางวัลนักแสดงยอดนิยมจากงาน Nickeloden Kids’ Choice Awards ครั้งที่ 6 และยังถูกนำไปฉายในงานภาพยนตร์ Toronto International Film Festival ครั้งที่ 21 อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์เรื่อง The Battleship Island (2017) และ ล่าสุดกับภาพยนตร์จาก Netflix เรื่อง Space Sweeper สำหรับผลงานซีรีส์ ซงจุงกิเริ่มได้รับรางวัลและมีชื่อเข้าชิงจากเรื่อง Sungkyunkwan Scandal, Deep Rooted Tree, The Innocent Man (เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เขาก้าวขึ้นมารับบทนำ) และ Descendants of the Sun ซึ่งเขาได้รับรางวัลแดซัง 2 รางวัลจากงาน APAN Star Awards ครั้งที่ 5 และ KBS Drama Awards ครั้งที่ 30 นอกจากนี้ยังมีผลงานซีรีส์เรื่อง Arthdal Chronicles และ OB&GY อีกด้วย

 

7.เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงนักแสดงชายยอดเยี่ยมจากซีรีส์เรื่อง Vincenzo

ซงจุงกิ ในบทของ วินเซนโซ่ คาสซาโน่ ฮีโร่สายดาร์กที่ในบทนี้เขาต้องถ่ายทอดอารมณ์ที่หลากหลาย พิสูจน์ฝีมือการแสดงที่ไม่เป็นรองใคร จนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในงาน Baeksang Arts Awards ครั้งที่ 57 โดยนักแสดงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนี้ได้แก่ คิมซูฮยอน (Kim Soo Hyun) จากเรื่อง It’s Okay to Not be Okay, อีจุนกิ (Lee Joon-gi) จากเรื่อง Flower of Evil, ออมกีจุน (Um Ki-joon) จากเรื่อง The Penthouse: War in Life และ ชินฮาคยอน (Shin Ha-Kyun) จากเรื่อง Beyond Evil

 

8. รันนิ่งแมนเป็นอีกรายการที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ซงจุงกิเคยเป็นสมาชิกของรายการวาไรตี้ยอดนิยมอย่าง รันนิ่งแมน เขาเข้าร่วมรายการนี้พร้อมกับอีกวางซู (Lee Kwang-soo) เพื่อนสนิทอีกคนในวงการของเขา และ ซงจีฮโย (Song Ji-hyo) ที่เคยร่วมงานกันในภาพยนตร์เรื่อง A Frozen Flower โดยเขาเข้าร่วมรายการในช่วงปี 2010-2011 และในปี 2016 เขาเคยเข้าร่วมรายการ Keep Running ซีซั่น 4 ซึ่งเป็นรายการ  รูปแบบเดียวกันกับรันนิ่งแมนในประเทศจีน สำหรับงานพิธีกร เขาเคยเป็นพิธีกรของรายการ Music Bank รวมถึงงานประกาศรางวัล Mnet Asian Music Awards

 

9. เขาอยู่ภายใต้การดูแลของต้นสังกัด History D&C 

ซงจุงกิ เคยอยู่ต้นสังกัด Sidus HQ และ Blossom Entertainment (ซึ่งดูแลเขาเป็นเวลา 7 ปี) จากนั้นเมื่อมกราคมปีที่แล้ว เขาได้เซ็นสัญญากับต้นสังกัดใหม่ History D&C ซึ่งเป็นต้นสังกัดของนักแสดง ยังคยองวอน และ โกโบกยอล 

 

10. ซงจุงกิเข้ากรมไปเมื่อปี 2013

ช่วงปี 2012 ซงจุงกิมีผลงานหลายโปรเจคมาก และตอนนั้นเขาอายุ 27 ปีแล้ว ทำให้ไม่สามารถผ่อนผันการเข้ารับการเกณฑ์ทหารได้อีก เขาเข้ากรมไปเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ปี 2013 และเข้าประจำกองทหารราบที่ 22 ปฏิบัติภารกิจในเขตปลอดทหารเกาหลี โดย 10 วันก่อนที่เขาจะเข้ากรม เขาได้จัดงานแฟนมีทติ้งวันที่ 17 สิงหาคม ซงจุงกิเสร็จสิ้นภารกิจในกองทัพเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ปี 2015 และผลงานคัมแบคของเขาเรื่อง Descendant of the Sun โด่งดังเป็นพลุแตก

 

11. เขาเป็นแอมบาสเดอร์ขององค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี

หลังจากความสำเร็จของซีรีส์ Descendant of the Sun ทำให้ซงจุงกิได้รับเลือกให้เป็นแอมบาสเดอร์ขององค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยว หน้าที่ของเขาคือโปรโมทการท่องเที่ยวเกาหลีและดึงดูดแฟนคลับจากต่างประเทศในเข้ามาท่องเที่ยวในเกาหลี ซึ่งองค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวเคยร่วมงานกับคนดังระดับท็อปทั้งสิ้ง ไม่ว่าจะเป็น อีมินโฮ, อีจงซอกม ยุนอา วง Girls’ Generation, BIGBANG และ EXO เขายังเป็นแอมบาสเดอร์และนายแบบให้กับสนามบินนานาชาติอินชอนตั้งแต่ปี 2017 – 2020 อีกด้วย

 

12. เขาร่วมเขียนหนังสือความงามของชายหนุ่มเมื่อปี 2010

ซงจุงกิเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่มีหน้าตาอ่อนเยาว์ นอกจากยีนส์หน้าตาดีของเขาแล้ว การดูแลผิวพรรณก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน และเกาหลีใต้ก็ขึ้นชื่อเรื่องแหล่งส่งเสริมความงามอยู่แล้ว มีสกินแคร์และเครื่องสำอางชื่อดังมากมาย ในปี 2010 ซงจุงกิได้ร่วมเป็นนักเขียนร่วมในหนังสือความงามสำหรับชายหนุ่มที่ชื่อว่า Beautiful Skin Project กับ ฮวังมินยอง บรรณาธิการนิตยสารความงามเกาหลี

 

13. เขาเป็นหนึ่งในนักแสดงค่าตัวแพงที่สุดและเจ้าพ่อโฆษณา

มีรายงานว่าค่าตัวของซงจุงกิต่อการแสดงซีรีส์ 1 ตอนอยู่ที่ประมาณ 2.1 ล้านบาท สำหรับนักแสดงชายค่าตัวสูงที่สุดคนอื่นได้แก่ คิมซูฮยอน, ฮยอนบิน, โซจีซอบ, โจอินซอง, อีมินโฮ และ จีชางอุค นอกจากรายได้จากค่าตัวจากงานแสดงแล้ว ซงจุงกิยังเป็นคนดังที่แบรนด์สินค้าต่างๆต้องการตัว ผลงานโฆษณาแรกของเขาคือโฆษณา Dunkin’ Donuts เมื่อปี 2008

14. งานช่วยเหลือสังคม

นอกจากจะเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับองค์กรการกุศลหลายองค์กรแล้ว ซงจุงกิยังเคยบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ป่วยเป็นมะเร็ง เมื่อปีที่แล้ว เขาบริจาคเงินเป็นจำนวน 100 ล้านวอน (ประมาณ 2.8 ล้านบาท) ให้กับองค์กร Hope Bridge-Korea Disaster Relief Association เพื่อผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19

 

15. ติดตามเขาได้บนอินสตาแกรม 

เขาเริ่มเล่นอินสตาแกรมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และมีผู้ติตตาม 3.2 ล้านคนแล้วในตอนนี้ ติดตามเขาได้ที่ @hi_songjoongki และเขาฟอลโล่แค่บัญชีเดียวคือบัญชีบริษัท @historydnc

 

 


.



Latest