'The Tale of Nokdu' บอกเล่าเรื่องราวของเด็กหนุ่มรูปงาม ‘นกดู’ และเด็กสาวหัวแข็ง ‘ดงจู’
2019-10-01 16:05:05
Advertisement

 

เรื่องราวโรแมนติกของหนุ่มสาวระหว่างชายหนุ่มที่งดงามเสียยิ่งกว่าผู้หญิงกับเด็กสาวที่ไม่ค่อยมีความเป็นผู้หญิงนักกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

เมื่อวันที่ 30 กันยายน การแถลงข่าวรอบสื่อมวลชนของซีรีส์เรื่องใหม่ที่กำลังจะออกฉายในวันจันทร์-อังคาร  "The Tale of Nokdu" ทางช่อง KBS 2TV ได้ถูกจัดขึ้นที่ห้อง Grand Ballroom ของโรงแรม Ramada Seoul Sindorim ในกรุงโซล เหล่านักแสดง จางดงยุน (Jang Dong Yoon), คิมโซฮยอน (Kim So Hyun), คังแทโอ (Kang Tae Oh), จองจุนโฮ (Jung Joon Ho), และผู้กำกับคิมดงฮวี (Kim Dong Hwi) ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย

"The Tale of Nokdu' เป็นซีรีส์แนวโรแมนติก-คอมเมดี้ในยุคสมัยโชซอนเกี่ยวกับเด็กหนุ่มที่ปลอมตัวเป็นผู้หญิงเพื่อที่จะเข้าไปในหมู่บ้านแม่หม้ายลึกลับและเด็กสาวที่ตรงกันข้ามผู้ที่ไม่อยากเป็นกีแซง จากเรื่องราวต้นฉบับ "The Tale of Nokdu" ใน Naver Webtoon สิ่งที่ถูกเพิ่มเข้าไปเป็นองค์ประกอบในซีรีส์ ได้แก่ เรื่องราว, ตัวละคร, บริบททางประวัติศาสตร์ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของซีรีส์ บทละครของซีรีส์ถูกเขียนโดยนักเขียนบทอิมเยจิน (Im Ye Jin) ผู้ที่ส่วนร่วมในภาพยนตร์เรื่อง "Who Are You: School 2015", "Love in the Moonlight" และซีรีส์เรื่องนี้กำกับโดยผู้กำกับคิมดงฮวี (Kim Dong Hwi) ผู้ที่มีส่วนร่วมในการกำกับเรื่อง "Fight for My Way" มาก่อนหน้านี้

ถึงแม้จะมีนางเอกมากมายที่ปลอมตัวเป็นผู้ชายอย่างเช่นในซีรีส์เรื่อง ''Prince Coffee Shop'', ''You're beautiful'', "Painter of the Wind" แต่มันเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่จะได้เห็นนักแสดงนำชายแต่งตัวเป็นผู้หญิง จางดงยุนจะรับบทที่ต้อง “แต่งตัวเป็นเพศตรงข้าม” ในบทบาทของจอนนกดู ผู้ที่ใฝ่ฝันจะเป็นนายพลที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งโชซอน แต่กลับลงเอยด้วยการต้องแอบเข้าไปในหมู่บ้านแม่หม้ายเมื่อถูกตามล่าโดยเหล่านักรบ ยังมีคอมเม้นท์ที่แสดงความเห็นด้วยว่าเขาไม่เหมาะกับบทนี้เมื่อตอนแคสติ้ง แต่ความกังวลเหล่านั้นได้หายไปเมื่อมีการปล่อยรูปภาพ, โปสเตอร์และวิดิโอทีเซอร์ออกมา

ผู้กำกับคิมดงฮวีบอกเหตุผลที่เลือกจางดงยุนว่า “ผมได้ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนและจัดแคสติ้งออดิชั่นหลายครั้งเพื่อบทนักแสดงนำชาย ผมได้เจอนักแสดงรุ่นเยาว์ที่เคยทำงานมาครั้งเดียวแทบจะทั้งหมดแล้ว พอผมได้เจอจางดงยุน ผมรู้สึกได้ทันทีเลยว่า ‘เขานี่แหละ’ เขาเก่งเรื่องการแสดงและเสียงของเขาก็เพราะด้วย ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ผมกังวลมากที่สุดในฐานะผู้กำกับคือผมต้องใช้ CG ในการตัดต่อลูกกระเดือกของนักแสดงในทุกๆ ฉากแน่ๆ แต่จางดงยุนแทบไม่มีลูกกระเดือกเลย ทันทีที่ผมเห็นเขา ผมรู้เลยว่าเขาจะต้องเหมาะกับบทนี้แน่” ในคำพูดที่กล่าวว่าเขาแทบไม่มีลูกกระเดือกนั้น จางดงยุนอธิบายด้วยความรวดเร็วทันทีว่า “ผมมีนะครับ”

จางดงยุนกล่าวว่า “ในเรื่องรูปลักษณ์ นอกจากการลดน้ำหนักแล้ว ผมไม่มีอะไรที่ต้องเปลี่ยนแปลงมากครับ ผู้กับกับกับทีมแต่งหน้าได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าเรื่องน้ำเสียงคือกุญแจสำคัญในการปลอมตัวไปเป็นผู้หญิงครับ ตอนที่ไปถึงหมู่บ้านของแม่หม้าย แน่นอนว่าที่นั่นก็มีผู้หญิงที่มีเสียงต่ำ แต่เสียงของผู้หญิงและผู้ชายก็ยังแตกต่างกันอยู่ดีครับ ผมได้ปรึกษาและเตรียมตัวเยอะมากในการหาความพอดีเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เสียงที่ออกมาเป็นโทนเสียงที่สูงเกินไปจนดูตลกครับ”

โทนเสียงของเขานั้นดูเบากว่าสไตล์การพูดคุยในซีรีส์ประวัติศาสตร์ จางดงยุนกล่าวว่า “มันค่อนข้างมีเรื่องความซุกซนและสิ่งที่น่าสนใจอยู่เยอะเลยในตัว ‘นกดู’ ผมพยายามที่จะไม่ทำให้โทนเสียงดูหนักเกินไปครับ ผมพยายามหลีกเลี่ยงวิธีการพูดที่ทันสมัย แต่เป็นเพราะผมพยายามจะจับโทนเสียงของงานประวัติศาสตร์ เสียงของผมจึงออกมาหนักกว่าเดิมอีกครับ ดังนั้นผมจึงพยายามที่จะแสดงมันออกมาในวิธีที่น่าสนใจและเป็นกลางครับ”

จากการเคยรับบทบาทที่โตเป็นผู้ใหญ่และใจเย็น ในเรื่องนี้คิมโซฮยอนจะรับบทเป็นดงดงจู กีแซงฝึกหัดที่กระตือรือล้นและแข็งแรง จากการมีภาพลักษณ์ตรงข้ามกับกีแซงผู้ที่ไม่มีความรู้ในเรื่องดนตรี ขาดความเข้าใจในเรื่องของจังหวะและไม่มีความสามารถในการเต้น เธอดูทำแบบนั้นได้ตั้งแต่เกิด ดงดงจูบ่มเพาะความคิดของตัวเองเรื่อยมาว่าจะออกจากซ่องแห่งนี้เพื่อไปฮันยางในวันข้างหน้า คิมโซฮยอนได้รับความคาดหวังมากมายไม่เพียงแต่จากการเปลี่ยนลุคใหม่ด้วยผมสั้นของเธอเท่านั้น แต่เธอยังท้าทายตัวเองด้วยการรับบทตัวละครที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอีกด้วย

ในเรื่องความคล้ายคลึงกับตัวละคร คิมโซฮยอนกล่าวว่า “พูดตามตรง ไม่มีความชำนาญในการใช้มือทำงานต่างๆ เลยค่ะ แต่สิ่งที่ฉันมีเหมือนกับดงดงจูก็คือการพูดอย่างตรงไปตรงมา ไม่ค่อยระวังและพิถีพิถันค่ะ ลักษณะนิสัยของฉันก็กระตือรือร้นเป็นไฟเหมือนกันค่ะ ฉันได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยภายนอกอย่างเรื่องเสื้อผ้าและทรงผมสั้นรวมทั้งฉันยังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้เข้ากับรูปลักษณ์ของดงจูค่ะ”

จากการที่จางดงยุนต้องปลอมตัวเป็นผู้หญิง คิมโซฮยอนกล่าวว่า “มันเป็นเรื่องใหม่สำหรับฉันเพราะไม่ได้มีกรณีที่ผู้ชายปลอมตัวเป็นผู้หญิงเยอะค่ะ ฉันยังแกล้งเขาเยอะเลยด้วย แบบ ‘คุณสวยกว่าฉันอีกด้วยซ้ำ’ ค่ะ ในตอนถ่ายทำ ฉันได้ยินคนพูดบ่อยเลยว่า ‘นกดูน่ารักกว่าอีก’ เราใช้เวลาคุยเรื่องสนุกๆ ด้วยกันค่ะ การแข่งขันกันเรื่องรูปลักษณ์ของนกดูและดงจูไม่ใช่เรื่องสำคัญค่ะ ฉันจึงไม่สนใจเรื่องลุคหรือเรื่องที่ว่าใครน่ารักกว่ากันค่ะ ดงจูไม่ใช่ผู้หญิงที่แต่งตัวเรียบร้อยหมดจดที่ใส่ใจเรื่องรูปลักษณ์ของเธอค่ะ เธอวิ่งเล่นไปทั่วหมู่บ้านเหมือนเด็กผู้ชาย ฉันพยายามอย่างดีที่สุดที่จะสื่อสารดงจูในแบบต้นฉบับออกมามากกว่าที่จะไปโฟกัสที่เรื่องอะไรแบบนั้นค่ะ”

คังแทโอไม่ใช่ตัวละครที่มีมาในต้นฉบับ เขารับบทชายูลมูผู้ซึ่งมีการหมั้นหมายที่กำหนดไว้ตั้งแต่สมัยเด็กกับคิมโซฮยอน (ในบทดงดงจู) นี่คือชายหนุ่มที่ไม่ได้เพียงแค่มีเสน่ห์เท่านั้น แต่เขายังเก่งเรื่องการทำอาหารราชวงศ์โชซอนอีกด้วย คังแทโอกล่าวว่า “เป็นเพราะยูลมูไม่ได้มีบทบามมาในต้นฉบับ ผมจึงรู้สึกกดดันนิดหน่อยครับ ในการตอบรับเรื่องความคาดหวังจากผู้ชมทั้งหลาย ผมได้คิดอยู่ตลอดเวลาถึงองค์ประกอบต่างๆ ที่น่าสนใจและปัจจัยที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งที่เหมาะสมและไปกับเนื้อหาของซีรีส์ ในขณะเดียวกันก็รักษาความดั้งเดิมของต้นฉบับไว้ และคิดถึงวิธีที่จะเข้ากันได้ดีกับจางดงยุน (ในบทจอนนกดู) และคิมโซฮยอน (ในบทดงดงจู) ครับ”

จองจุนโฮรับบทพระราชากวางฮี ตัวเอกที่ทุกคนคุ้นเคยจากภาพยนตร์และซีรีส์ต่างๆ สาธารณชนต่างสงสัยเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของตัวละครกวางฮีที่นักแสดงหนุ่มจะแสดงออกมา รวมถึงผลกระทบที่ตัวละครดังกล่าวจะนำมาซึ่งความรักสามเส้าระหว่างจางดงยุน (ในบทจอนนกดู), คิมโซฮยอน และคังแทโอ (ในบทชายูลมู) อีกด้วย จองจุนโฮเปิดเผยว่า “จะมีหลายๆ การคาดเดาเกี่ยวกับตัวละครพระราชากวางฮีเลยครับ หลังจากได้ตอบรับคำเชิญในการมาเข้าร่วมแสดงในซีรีส์เรื่องนี้ เมื่อใดก็ตามที่ผมมีเวลาว่าง ผมจะดูภาพยนตร์หรือละครที่มีตัวละครตัวนี้ครับ ผมมองเห็นพระราชาผู้เดียวดายและน่าสงสารที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางอันตรายอยู่ทุกวันและหมกมุ่นอยู่กับอำนาจ ผมจะพยายามอย่างดีที่สุดที่จะแสดงบทบาทของกวางฮี พระราชาผู้เดียวดายที่มีความทุกข์และโศกเศร้าเหลือเกินครับ”

เคมีใหม่ๆ ระหว่างจางดงยุนและคิมโซฮยอนทำให้เกิดความคาดหวังเป็นอย่างมาก ทั้งคู่นั่งชมไฮไลท์ของซีรีส์และต่างหัวเราะออกมาเสียงดังกับฉากที่จางดงยุนดูเหมือนจะตกหลุมรักคิมโซฮยอน จางดงยุนกล่าวว่า “ในระหว่างการถ่ายทำ เราไม่สามารถมองตัวเองอย่างเป็นกลาง ไม่ลำเอียงได้ แต่พอได้มาดูวิดิโอ เราก็นึกออกทันทีถึงความคิดที่เกิดขึ้นในตอนนั้น เราถึงระเบิดหัวเราะออกมาครับ” ในขณะเดียวกัน คิมโซฮยอนก็ต่างยิ้มและกล่าวว่า “ในฉาก พวกเราเล่นตลกกันเยอะมากและถ่ายฉากที่เถียงกันไปเยอะมากค่ะ มันน่าอายที่ต้องมาดูฉากที่เรามองกันและกันและตกหลุมรักกันค่ะ”

ซีรีส์ดังกล่าวออกอากาศตอนแรกในเวลา 22.00 น. (ตามเวลาประเทศเกาหลี) ของวันที่ 30 กันยายน

รับชมได้ทาง VIU http://bit.ly/2mTcA9W


.



Latest