คิมโซยอน (Kim So Yeon) พูดถึงความยากในการแสดงเรื่อง The Penthouse, กำลังใจจาก อีซังอู (Lee Sang Woo) สามีของเธอและอีกมากมาย
2021-09-15 12:02:48
Advertisement
คลิก!!!

คิมโซยอน (Kim So Yeon) ได้ร่วมให้สัมภาษณ์ถึงผลงานเรื่อง “The Penthouse” ทั้ง 3 ซีซั่น

คำเตือน : เนื้อหามีสปอยล์

คิมโซยอนได้พูดถึงซีรีส์หลังจากอำลาจอไปว่า “ทุกครั้งที่ฉันแสดงในซีรีส์ ฉันอยากจะทำงานในเสร็จและกลับไปนอนตลอด แต่ครั้งนี้ ฉันรู้สึกเศร้าเวลาใกล้ถึงตอนจบ มันอาจจะเกิดจากความผูกพันตลอดเวลา 1 ปี ครึ่งที่ใช้ในการถ่ายทำ แค่เพียง 10 วันหลังจากถ่ายทำครั้งสุดท้ายฉันก็เริ่มคิดถึงซีรีส์เรื่องนี้แล้ว ฉันสงสัยว่าจะได้แสดงบทของตัวละครแบบนี้อีกไหม”

คิมโซยอนได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างล้นหลามจากบทของเธอในเรื่อง The Penthouse เธอเล่าว่าเธอสัมผัสได้ว่าความนิยมเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน หลังจากคนรอบตัวเธอรวมถึงพ่อแม่ของเธอและพ่อแม่สามีมาขอลายเซ็นเธอ เธอบอกว่าตอนนี้ขนาดเด็กๆก็ยังจำเธอได้

 

เมื่อถามว่าซีซั่นใดที่ตัวละครชอนซอจินทำให้เธอจดจำได้มากที่สุด คิมโซยอนเลือกซีซั่นแรก “เราใช้เวลาถ่ายทำซีซั่นแรกนานที่สุดค่ะ มีหลายฉากที่ทำให้ฉันตัวสั่นในซีซั่น 1 เลยยังจำซีซั่นแรกได้ค่อนข้างเยอะ ในซีซั่น 2 จะต้องแสดงฉากอารมณ์เยอะมาก และมีฉากที่คำพูดที่ฉันพูดกับฮายุนชอลถูกเปิดเผย ฉันชอบฉากนั้นค่ะ ในซีซั่น 3 น่าจดจำเพราะว่าฉันเล่นเป็นตัวร้ายแบบกู่ไม่กลับ ฉันเองก็สงสัยว่าเธอมาถึงจุดนั้นได้อย่างไร”

ผู้ชมของซีรีส์ต่างแปลกใจกับบุคลิกที่แตกต่างระหว่างตัวละครของเธอและนิสัยจริงจากภาพเบื้องหลัง คิมโซยอนยกความดีความชอบให้กับทีมงานของซีรีส์ที่ปล่อยภาพด้านสดใสของเธอออกมา เธอยังเล่าอีกว่าตอนแรกเธอเป็นคนสบายๆมากกว่าก่อนหน้าที่จะเริ่มแสดงซีซั่น 2 และ 3 ที่พบว่าตัวเองเริ่มกลายเป็นตัวละครที่แสดง “ฉันเข้าใจเลยค่ะว่าแสดงซีรีส์หลายซีซั่นแล้วผลออกมาเป็นอย่างไร และยังรู้สึกขอบคุณที่ได้แสดงหลายซีรีส์ที่มีหลายภาค ส่วนตัวแล้วซีรีส์เรื่อง Game of Thrones เป็นจุดเปลี่ยนของฉันค่ะ ฉันดูซีรีส์เรื่องนั้นทั้งหมด 8 ซีซั่น และฉันแอบอิจฉานักแสดงในเรื่องที่ได้แสดงในทุกซีซั่นใหม่ ผู้ชมได้รู้จักพวกเขาตั้งแต่อดีต ฉันอิจฉาพวกเขาในฐานะนักแสดง ฉันรู้สึกดีใจที่ได้มีประสบการณ์แบบนั้นค่ะ”

คิมโซยอน ได้พูดถึง อีซังอู (Lee Sang Woo) สามีของเธอว่า “ถ้ามีคนถามว่า จุดเปลี่ยนในเส้นทางการแสดงของฉันคือจุดไหน ฉันจะตอบว่าเรื่องแรกคือ Iris อีกเรื่องคือ Game of Thrones และอีกสิ่งคือ อีซังอู เขาทำให้ฉันเห็นโลกที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ชีวิตก่อนและหลังแต่งงานของฉันไม่เหมือนกันเลย ก่อนจะแต่งงาน ฉันจะเขียนบทละครของตัวเองเพื่อจำมัน ใช้ปากกาหลายด้ามมากเลยค่ะ แต่หลังจากได้เจอเขาครั้งแรกและลองซ้อมบทกับเขา กลายเป็นว่าเขาช่วยฉันได้เยอะเลยค่ะ”

เธอยังเล่าอีกว่า อีซังอูคือแหล่งพลังงานของเธอตอนที่เริ่มต้นโปรเจค The Penthouse เธออธิบายว่า “ตอนนั้นฉันกำลังคิดว่าจะร่วมงานกับซีรีส์เรื่องนี้ดีหรือไม่ ฉันสงสัยว่า ‘ฉันจะทำมันออกมาดีหรือเปล่า?’ ‘ฉันจะได้รับความสนใจหรือไม่?’และเขาบอกฉันว่า ‘มันเป็นความท้าทาย ทำไมคุณถึงกลัวมันล่ะ?’ เขาแนะนำให้ฉันไปคุยกับนักเขียนบท คิมซุนอ๊ก และเมื่อได้เจอกับทั้งนักเขียนบท และผู้กำกับ ฉันอายและไม่รู้สึกทำตัวอย่างไร ตอนนั้นเขาบอกฉันว่า ‘ไปซิ ไปรับคำแนะนำดีๆ’ ถ้าฉันไม่ได้ไปประชุดในครั้งนั้น ฉันคงไม่ได้มานั่งสัมภาษณ์อยู่ตรงนี้ เขาคือแรงขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ ฉันรู้สึกขอบคุณที่มีคนแบบนี้อยู่ข้างฉัน คนที่จะมอบทุกอย่างให้ฉันทั้งคำแนะนำที่ดีและคำติเตียน” 

อีซังอู ยังได้มาร่วมเป็นแขกรับเชิญพิเศษใน The Penthouse 2 ซึ่งคิมโซยอนพูดถึงเรื่องนี้พร้อมเสียงหัวเราะ “ฉันอายมากเลยค่ะ ฉันไม่รู้ว่าอายเรื่องอะไรเหมือนกัน แต่ตอนที่ดูวิดีโอเบื้องหลัง ฉันทำตัวแบบที่ฉันไม่ชอบตัวเองเลยค่ะ เขาเล่าให้ฟังว่าในซีรีส์ที่เขาทำงานอยู่ตอนนี้ พวกเขาเรียกเขาว่า สามีของชอนซอจิน เขาบอกว่าฉันทำให้เขาสูญเสียประวัติการแสดงที่ผ่านมาของเขาทั้งหมดเลยค่ะ”

คิมโซยอนเล่าว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะแสดงบทร้ายแบบ ชอนซอจิน “ฉันมักจะพูดตลกว่า ‘นี่ฉันร้ายกับ ยุนฮี (รับบทโดย ยูจีน (Eugene)) ไปหรือเปล่า’” จากนั้นเธออธิบายว่า ชอนซอจินในซีซั่น 3 คือคนที่ขายวิญญาณให้กับซาตาน พร้อมบอกว่า “ฉันรู้สึกเสียใจกับเธอค่ะ”


เธอเล่าว่าฉากที่ต้องผลักยุนฮีตกหน้าผาเป็นฉากที่ยากสำหรับเธอ “ฉันเกลียดชอนซอจินมากเลยค่ะ ฉันตะโกนใส่ตัวเองว่า ‘ฉันเกลียดเธอไม่ได้, ฉันเกลียดเธอไม่ได้’ แต่ฉันให้อภัยเธอในฉากนั้นไม่ได้จริงๆ ฉันรวบรวมสติและแสดงออกไป ตอนที่ได้รับบทมา ฉันตกใจมาก ‘คนร้ายไม่ใช่จูดันแท (รับบทโดย ออมกีจุน (Uhm Ki Joon)) แต่มันคือฉันเหรอ?’” 

สำหรับช่วงสุดท้ายของซีรีส์ที่ชอนซอจินตัดผมของเธอ คิมโซยอนบอกว่าเป็นไอเดียของเธอที่ให้ตัดผมจริงๆไปเลย “ตอนแรก ฉันใส่วิกผมก่อน ฉากนั้นมีทั้งหมด 3 ฉาก ฉันคิดทั้งสัปดาห์ว่าจะตัดผมของฉันเพื่อ 5 นาทีนั้นดีไหม ทีมคอสตูมบอกว่าให้ฉันใส่วิกเอาก็ได้ แต่มันก็กวนใจฉันตลอด ‘ชอนซอจินให้อะไรกับคิมโซยอนตั้งหลายอย่าง เธอแค่ทำอย่างเดียวเพื่อชอนซอจินในช่วงสุดท้ายไม่ได้เหรอ? นั่นคือความคิดของฉัน ฉันคิดว่าผมของฉันสำคัญไหม แต่ว่าตอนนี้ฉันก็ยังไม่ได้ตัดสินใจรับงานต่อไปนี่นา ฉันไปบอกสามีของฉัน แล้วเขาก็บอกว่า ‘น่าทึ่งมากที่เธอมีความคิดแบบนั้น’ ฉันเลยบอกว่าฉันจะตัดผมสั้น ผู้กำกับเลยบอกว่าเขาจะเปลี่ยนเป็นฉากที่ให้ฉันตัดผมของตัวเอง ฉันคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันถ่ายทอดตัวละครได้ดียิ่งขึ้น ฉันเลยพอใจกับฉากจบมาก ชีวิตของชอนซอจินไม่ได้มีค่าแค่นั้น แต่ในฐานะนักแสดงฉันต้องขอบคุณฉากนั้น” 

เมื่อให้เลือกตัวละครที่คิดว่าร้ายที่สุดในซีรีส์ คิมโซยอนเลือกตัวละครของเธอ “ฉันเคยพูดว่าเป็นจูดันแทค่ะ แต่หลังจากได้ดูซีซั่น 3 ฉันแย่กว่าอีก ชอนซอจินเป็นตัวร้ายที่ไม่ควรมีอยู่จริง เธอเป็นคนที่ร้ายมาก เธอคืออันดับ 1 ส่วนจูดันแทคืออันดับ 2 ส่วนที่เหลือคืออันดับ 3”

คิมโซยอนปิดท้ายการสัมภาษณ์ถึงโปรเจคการทำงานต่อไปของเธอที่มีทั้งถ่ายแบบและโฆษณา “[บางงาน] ฉันต้องใช้ผมยาวค่ะ ฉันเลยต้องใช้วิก ฉันชอบอ่านเว็บตูน แต่ว่ายังไม่ได้อ่านซักเรื่องที่อยากอ่านเลยค่ะ ฉันอยากอ่านมันและหาเวลาส่วนตัว ฉันอยากไปดูการแข่งเบสบอลด้วยค่ะ”

 

ที่มา ( 1 ) ( 2 ) ( 3 ) ( 4 )

 


.



Latest