9 ซีรีส์ที่หลายคนอยากให้มีซีซัน 2 ต่อ
2020-03-25 14:56:27
Advertisement
พบกับเรื่องราวความรักที่ละมุน อบอุ่นหัวใจ ใน When the Weather Is Fine ดูได้แล้วที่ Viu คลิก!!!

การดูซีรีส์ที่มีหลายซีซันเมื่อถึงจุดนึงก็อาจจะเจอซีรีส์ที่ยืดเยื้อเนื้อเรื่องได้มากมาย ซีรีส์เกาหลีที่มักจะมีเพียงแค่ซีซันเดียวจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ คุณจะได้ดูตัวละครที่ถูกเขียนบทขึ้นมาอย่างดีเล่าเรื่องราวของตัวเอง, พัฒนาเรื่องราวต่างๆ และปิดท้ายตอนจบไปภายใน 1 ซีซัน ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีฉากที่ค้างคาหรือเหตุการณ์ที่จะทำให้เรารู้สึกว่าตัวละครโปรดของเราควรได้เจออะไรที่ดีกว่านี้

อย่างไรก็ตาม บางครั้งการมี 1 ซีซันก็อาจสั้นเกินไปและคุณอาจจะอยากดูตัวละครโปรดของคุณต่อ หรือเมื่อตอนจบเป็นตอนจบแบบเศร้าหรือปลายเปิด รวมถึงตอนจบที่ไม่ได้เฉลยเรื่องราวลึกลับที่พยายามจะหาคำตอบมาตลอด เมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ซีซันที่ 2 ของซีรีส์จึงเป็นที่ต้องการของผู้ชม และนี่คือ 9 ซีรีส์ที่หลายคนอยากให้มีซีซันที่ 2 ต่อ

คำเตือน: มีการสปอยล์ตอนจบของซีรีส์

  • “Hwayugi”

“Hwayugi” เป็นซีรีส์ที่จะทำให้คุณประทับใจตั้งแต่ตอนแรก จินซอนมี (โอยอนซอ - Oh Yeon So) ต้องพยายามคิดหาวิธีนำทางโลกที่ทั้งปีศาจและเทพเจ้าต่างก็ขัดแย้งกันอยู่เสมอ เธอถูกพระเจ้าลงโทษที่ปล่อยซนโอกง (อีซึงกิ - Lee Seung Gi) ออกจากการคุมขัง เธอจึงต้องรับภาระการถูกโชคชะตากำหนดให้เป็นคนที่ต้องช่วยโลกใบนี้เอาไว้ เธอกลายเป็นเป้าหมายของสิ่งมีชีวิตต่างๆ เพราะหลายๆ คนต่างก็พยายามที่จะกินเธอเพื่อได้รับพลังจากเธอรวมถึงซนโอกงด้วย เธอจึงใส่กำไลข้อมือให้เขาและพวกเขาจึงต้องช่วยโลกใบนี้ด้วยกัน

ซีรีส์เรื่องนี้ทำให้คุณติดตามเอาใจช่วยไปกับภารกิจในการกำจัดปีศาจในแต่ละวันของทั้งคู่, การหยอกล้อกันอย่างตลกขบขันของซนโอกงและอูมาวัง (ชาซึงวอน - Cha Seung Won), ปีศาจร้ายที่แฝงตัวอยู่ในเงามืด, ซอมบี้ผู้น่ารัก และเรื่องราวความโรแมนติกที่พยายามจะหาทางให้ได้อยู่ด้วยกัน แน่นอนว่าเรื่องราวทั้งหมดดูเป็นสูตรสำเร็จความหายนะและซีรีส์ก็จบลงด้วยการที่ซนโอกงรีบลงมาที่ใต้โลกเพื่อช่วยจินซอนมี มันคงยอดเยี่ยมมากถ้าได้เห็นทุกคนชดใช้การกระทำของตัวเองและได้เห็นซนโอกงผจญภัยในใต้โลกเพื่อตามหารักแท้ของเขา

  • “Suits”

“Suits” สร้างมาจากซีรีส์เรื่องดังในสหรัฐอเมริกา โดยเป็นเรื่องราวของชเวคังซอก (จางดงกอน - Jang Dong Gun) ทนายความผู้มีชื่อเสียงที่จ้างนักศึกษาที่ออกจากมหาวิทยาลัยอย่างโกยอนอู (พัคฮยองชิค - Park Hyung Sik) มาเป็นผู้ช่วยของเขาที่ Kang and Ham ในขณะที่ยอนอูไม่มีสิทธิ์ที่จะฝึกเรื่องกฎหมาย ความทรงจำแบบรูปภาพของเขาก็คือความสามารถที่เป็นจุดแข็งที่สุดของเขา ยอนอูฉลาดและมีเสน่ห์เช่นเดียวกับหัวหน้าของเขา แต่ความถ่อมตนและความพยายามที่จะช่วยคนที่ตกเป็นเบี้ยล่างมักจะท้าทายพฤติกรรมความเย็นชาของคังซอกอยู่บ่อยๆ พวกเขาจัดการคดีมากมายเกี่ยวกับการข่มขืน, สัญญาธุรกิจ และมีขั้นตอนของพวกเขาเองที่เปิดเผยความสัมพันธ์ภายในสำนักกฎหมาย ในขณะที่เคมีของจางดงกอนและพัคฮยองชิคนั้นเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนซีรีส์ไปข้างหน้า พวกเขาก็ยังเข้ากับตัวละครอื่นได้เป็นอย่างดี เช่น คังฮายอน (จินฮีคยอง - Jin Hee Kyung), ฮงดาฮัม (แชจองอา - Chae Jung An), คิมจีนา (โกซองฮี - Go Sung Hee) และชากึนชิค (ชเวกวีฮา - Choi Gwi Ha)

ซีรีส์เรื่องนี้เสนอเรื่องราวที่มาพร้อมกับหลายซีซันในซีรีส์ต้นฉบับ หนึ่งในเรื่องที่โดดเด่นที่สุดก็คือการโกงของยอนอู การต้องชดใช้ของเขาในตอนจบของเรื่อง คังซอกเป็นคนที่ออกมาต้อนรับเขาตอนที่เขาออกจากคุก มันคงเป็นเรื่องน่าสนใจถ้าเราได้เห็นว่าชีวิตของยอนอูจะดำเนินต่อไปอย่างไรพร้อมกับคังซอกในซีซันอื่นๆ เขาจะกลับไปศึกษากฎหมายต่อที่มหาวิทยาลัยเพื่อที่เขาจะได้สามารถทำงานกับหัวหน้าของเขาได้อีกหรือไม่? พวกเขาจะจ้างเขาในตำแหน่งอื่นไหม? ความสัมพันธ์ของเขากับจีนาเป็นยังไง? ซีรีส์ของอเมริกานั้นมี 9 ซีซัน ดังนั้นแน่นอนว่ามีเรื่องราวอีกมากมายเลยให้ติดตาม!

  • “Hotel Del Luna”

เนื่องจากข้อตกลงที่พ่อของเขาทำไว้กับมันวอล (ไอยู - IU) กูชานซอง (ยอจินกู - Yeo Jin Goo) จึงกลายมาเป็นผู้จัดการที่โรงแรม  Hotel Del Luna อย่างที่คาดไว้กับสองพี่น้องฮง “Hotel Del Luna” เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจและเจ็บปวดใจ มันวอลและชานซองทะเลาะกันอยู่เสมอในขณะที่พวกเขาต้องทำหน้าที่สำคัญในการช่วยเหลือวิญญาณให้ไปที่โลกหลังความตาย ในขณะที่มันวอลดูเหมือนจะไม่มีความสุขเพราะเธอถูกสาปให้ทำงานนี้ไปหลายพันปี ชานซองก็ทลายกำแพงของเธอได้และสามารถทำให้เธอก้าวข้ามผ่านเรื่องอดีตของเธอไปได้และทำให้เธอไปที่โลกหลังความตายของเธอได้เช่นกัน

ในขณะที่มันน่าจะดีถ้าได้เห็นเรื่องราวการกลับมาเกิดใหม่ของชานซองกับมันวอลหลังจากเรื่องราวของพวกเขาจบลงอย่างมีความสุขในอีกซีซันนึง แต่แฟนๆ ก็ตื่นเต้นไปกับความคิดที่จะได้เห็นเรื่องราวของ Hotel Blue Moon หลังจากคิมซูฮยอน (Kim Soo Hyun) มาร่วมแสดงรับเชิญได้อย่างน่าประทับใจ จากการที่โรงแรมนี้เป็นที่รู้จักดีว่าจะถูกดูแลโดยคนที่ต้องชดใช้บาปในอดีต จึงมีเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับตัวละครของคิมซูฮยอนมากมาย เขาทำอะไรมาถึงถูกเลือกให้มาดูแลโรงแรมนี้? อดีตของเขาน่าเศร้ากว่าของมันวอลไหม? เขาจะเข้ากับลูกจ้างในโรงแรมได้ไหม? ในขณะที่ tvN ประกาศคำแถลงการณ์ว่าทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวเกี่ยวกับซีซัน 2 เลย แต่เราอาจจะโชคดีได้ดูเรื่องนี้ต่อในอนาคตก็ได้

  • “How Are You Bread”

“How Are You Bread” เป็นเว็บดราม่าน่าติดตามที่สนุกและน่ารักแต่ก็น่าปวดใจด้วยเช่นกัน ซีรีส์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของโนมีแร (อีเซยอง - Lee Se Young) ที่พยายามจะให้ฮาโดอู (ซูโฮ - Suho) มาร่วมแข่งในรายการทำเค้กที่เธอเป็นคนเขียนสคริปท์รายการ โดอูเป็นเชฟของหวานที่ยากที่จะเข้าใจและเขาเป็นที่รู้จักดีถึงขนมปัง “เป็นไงบ้าง” ของเขาที่เขาคลุกเคล้าทุกอารมณ์ความรู้สึกของเขาลงไป ทุกครั้งที่มีแรกินขนมปังนั้น เธอจะร้องไห้ และเธอก็ค้นพบว่าตัวเองไม่ได้เพียงแต่ไล่ตามเขาเพื่อที่จะให้เขามาร่วมรายการของเธอเท่านั้นแต่ยังค้นพบด้วยว่าทำไมขนมปังของเขาถึงมีผลกระทบกับเธอขนาดนี้

ด้วยเรื่องราวความสัมพันธ์ในครอบครัว, คู่แข่งทางธุรกิจ, เพื่อนที่กลายเป็นศัตรูและรักแรกที่ได้กลับมาเจอกัน ซีรีส์เรื่องนี้นำเสนอเรื่องราวที่จะทำให้คุณติดใจ ทุกอย่างล้วนเกี่ยวกับการเสียสละตัวเองเพื่อความสุขและความปลอดภัยของคนที่คุณรัก ในขณะที่การเสียสละแบบนั้นเป็นเรื่องน่ายกย่อง แต่มันก็จะกลายเป็นความน่าหงุดหงิดเมื่อคุณรู้ว่าโดอูและมีแรต่างวนเวียนทำให้อีกคนลืมถึงความรักของพวกเขา มันคงดีถ้าได้เห็นอีกซีซันนึงที่พวกเขาเลิกทำแบบนี้และเพียงแค่ยอมรับมัน นอกจากนี้แล้วถ้าความรักของพวกเขาเป็นเรื่องที่จบลงด้วยดีไม่ได้นัก ทำไมโชคชะตาถึงพาให้พวกเขามาเจอกันอยู่เรื่อย?

  • “Vagabond”

“Vagabond” โดดเด่นด้วยฉากแอคชั่น, เรื่องราวการสมคบคิดครั้งใหญ่และแฝงไปด้วยความโรแมนติก ซีรีส์เรื่องนี้จะทำให้คุณลุ้นระทึกไปตลอดทั้งเรื่อง เรื่องราวการวางแผนเบื้องหลังเหตุการณ์เครื่องบินตกที่ทำให้หลานชายของชาดัลกอน (อีซึงกิ - Lee Seung Gi) ต้องเสียชีวิต เขาตามหาด้วยตัวเองว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ในระหว่างนั้น เขาก็ได้เจอกับเจ้าหน้าที่ NIS โกแฮรี (ซูจี - Suzy) พวกเขาจึงร่วมมือเปิดเผยการคอร์รัปชั่นครั้งใหญ่ของรัฐบาลด้วยกัน

ตอนจบของเรื่องนี้ทำให้แฟนๆ โกรธเคืองที่ดูเหมือนซีรีส์จะจบด้วยฉากเดียวกันกับฉากเริ่มต้นของเรื่อง ในขณะที่เรื่องราวการทุจริตต่างๆ ถูกเปิดเผยในตอนจบ แต่เรื่องราวทั้งหมดก็ยังไม่จบลง ผู้ชมได้เห็นดัลกอนครั้งสุดท้ายในการแทรกซึมเข้าไปในองค์กรที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีแฮรีที่กำลังทำงานอยู่และเธอไม่รู้ว่าดัลกอนยังมีชีวิตอยู่ ในขณะเดียวกัน Celltrion Entertainment บริษัทที่เป็นผู้สร้างก็ประกาศว่าซีรีส์เรื่องนี้สร้างด้วยความตั้งใจที่จะมีซีซันสอง แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันใดๆ ออกมาเลย มันคงดีมากถ้าได้เห็นเรื่องราวของดัลกอนและแฮรีจบลงอย่างน่าประทับใจ

  • “The Ghost Detective”

ด้วยเรื่องราวของผีที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม แน่นอนว่า “The Ghost Detective” จะทำให้คุณลุ้นระทึกได้ตลอด เมื่อนักสืบเอกชนอีดาอิล (ชเวแดเนียล - Choi Daniel) พยายามไขคดีการหายตัวไปของเด็ก 3 คนด้วยความช่วยเหลือของผู้ช่วยคนใหม่ จองยออุล (พัคอึนบิน - Park Eun Bin) ซีรีส์เปิดเผยให้เห็นว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว และยังปรากฏว่าคดีนี้พาเขาไปสู่ซอนอูฮเย (อีจีอา - Lee Ji Ah) หญิงสาวที่เกี่ยวข้องกับการตายของน้องสาวยออุลด้วย การไขคดีของอูฮเยนำทั้งคู่และการสืบสวนของพวกเขาไปสู่ความวุ่นวายเมื่อพวกเขาต้องหาวิธีหยุดพวกผี ดาอิลต้องเจอกับปัญหาหนักกว่าเดิมเมื่อตราบใดที่เขาอยู่นอกร่างของเขา เขาก็ยิ่งกลายเป็นปีศาจร้ายเหมือนอูฮเยไปมากขึ้นทุกที

สุดท้ายแล้วในตอนจบ ดาอิลก็เสียสละร่างของเขาและโอกาสในการมีชีวิตอีกครั้งเพื่อจัดการอูฮเย อย่างไรก็ตาม ความหวังทั้งหมดยังไม่ดับลงไปเมื่อเขาสามารถปรากฏตัวต่อหน้ายออุลได้ในตอนจบ ในขณะที่ซีรีส์บ่งบอกว่าดาอิลต้องจากยออุลไป แต่เรื่องราวเหนือธรรมชาติต่างๆ ก็ย่อมเกิดขึ้นได้มากมาย ไม่มีใครอยากให้เรื่องราวของทั้งคู่จบลงแบบนี้ มันคงดีมากถ้ามีซีซัน 2 ที่จะมาเล่าเนื่องราวที่ทั้งคู่เริ่มทำงานร่วมกับทีมด้วยกันและหน่วยงานต่างๆ มีผีนักสืบมาช่วยไขคดีเหนือธรรมชาติบ้าง

  • “Lawless Lawyer”

ถ้าคุณกำลังมองหาซีรีส์เกี่ยวกับเรื่องราวการวางแผนและการคอร์รัปชั่นที่มากับเรื่องราวโรแมนติก คุณก็ไม่ควรพลาดเรื่อง “Lawless Lawyer” เลย บงซังพิล (อีจุนกิ - Lee Joon Gi) สมาชิกแก๊งอันธพาลที่กลายเป็นทนายได้กลับไปที่บ้านเกิดของเขาเพื่อเปิดสำนักกฎหมายด้วยความหวังที่จะจัดการการคอร์รัปชั่นที่อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมแม่ของเขาเมื่อหลายปีก่อน และเขาได้แฮแจอี (ซอเยจี - Seo Ye Ji) มาทำงานด้วย

ซีรีส์เรื่องนี้แสดงให้เห็นความสำคัญของการทำงานร่วมกันในคดีที่ไม่ได้รับความยุติธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และยังมีเรื่องราวคอมเมดี้เกี่ยวกับแก๊งอันธพาลของซังพิลที่มาช่วยเขาไขคดีเรื่องลึกลับในอดีตด้วย เคมีของอีจุนกิและซอเยจีและทีมเวิร์คของพวกเขาต่างก็ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้สนุกไปกับชัยชนะและการพ่ายแพ้ของตัวละคร

ซีรีส์เรื่องนี้จบลงด้วยการที่ทั้งสองคนไปถึงโซลหลังจากปิดฉากเรื่องราวในบ้านเกิดของพวกเขา และพวกเขาต่างก็ยืนยันว่าจะจัดการคนที่ใช้อำนาจในเมืองที่ไร้กฏหมายเช่นนี้ ตอนจบของซีรีส์แน่นอนว่าเปิดโอกาสให้มีซีซัน 2 ต่อ เรื่องราวแบบไหนกันที่เขาจะเปิดเผยในโซล? พวกเขาจะทำยังไงให้ชนะในคดีนี้? มันคงยอดเยี่ยมมากถ้าได้เห็นซังพิลและแจอีในสถานที่ใหม่ๆ

  • “Catch the Ghost”

ยูรยอง (มุนกึนยอง - Moon Geun Young) ตัดสินใจมาเป็นตำรวจในรถไฟใต้ดินจากการหายตัวไปของน้องสาวฝาแฝดของเธอ การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากเธอถูกปฏิเสธจากตำรวจเมื่อเธอมาแจ้งพวกเขาเรื่องความเป็นไปได้ที่น้องสาวของเธออาจจะตกเป็นเหยื่อของผีฆาตกรต่อเนื่องในรถไฟใต้ดิน เธอดื้อและมีวิธีการหาทางทำงานในอาชีพนั้นแบบที่ไม่เหมือนกับโกจิซอก (คิมซอนโฮ - Kim Seon Ho) ทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยเสียยิ่งกว่าคู่แต่งงานเพราะยูรยองมักจะต้องการทำให้เกิดความยุติธรรมขึ้น ซีรีส์เรื่องนี้มีทั้งเรื่องราวแฟนตาซีและคอมเมดี้ ซึ่งจุดเด่นก็คือความสำคัญในการทำงานร่วมกัน, ความเศร้าโศกหลังจากสูญเสียคนที่รักไป และการดิ้นรนของคนที่เป็นผู้ดูแลสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ

ซีรีส์จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งแต่ก็ยังให้ความรู้สึกว่าเรื่องราวระหว่างทั้งคู่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ความเคารพและความชื่นชมต่อกันและกันของยูรยองและจีซอกกลายเป็นความรัก และความสัมพันธ์ที่กระท่อนกระแท่นของพวกเขาก็เปลี่ยนไปด้วย ซีรีส์จบลงด้วยฉากตลกๆ ของทั้งคู่ที่พยายามจับผู้ต้องสงสัยคนเดียวกันจากต่างคดี มันคงดีมากถ้าได้เห็นเรื่องราวความวุ่นวายของตำรวจที่ทำงานร่วมกันเพื่อไขคดีลึกลับอีกในซีซันที่ 2

  • “Page Turner”

หลังจากประสบอุบัติเหตุที่ทำให้เธอสูญเสียการมองเห็น ยุนยูซึล (คิมโซฮยอน - Kim So Hyun) ก็เหมือนจะต้องสูญเสียอาชีพนักเปียโนของเธอไป ในขณะเดียวกันอนาคตที่สดใสของจองชาชิค (จีซู - Ji Soo) ในฐานะนักกระโดดค้ำก็ต้องหยุดพักลงเมื่อเขาบาดเจ็บ ทั้งคู่บังเอิญเจอกันในโรงพยาบาลเมื่อชาชิคหยุดยูซึลที่พยายามจะฆ่าตัวตายเอาไว้ เขากลายเป็นผู้ช่วยที่โรงเรียนของเธอและเกลี้ยกล่อมเธอให้สอนเปียโนให้เขา สุดท้ายแล้ว ทั้ง 2 คนก็เป็นแรงบันดาลใจให้กันและกันในการตามหาสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุข และซีรีส์ก็เสนอเรื่องราวการทำตามความคาดหวังและความฝันของตัวเองแทนของคนอื่นด้วย

ถึงแม้ซีรีส์เรื่องนี้จะมีความยาวแค่ 3 ตอน แต่ก็สร้างความประทับใจเอาไว้มากมาย มันคงดีถ้าได้เห็นว่าเรื่องราวของพวกเขาจบลงยังไงหลังจากมีช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ในการแข่งเปียโนด้วยกัน ยูซึลจะยังอยากเป็นนักเปียโนอยู่หรือเปล่า? ชาชิคเจอความฝันครั้งใหม่หลังจากได้เรียนเปียโนหรือไม่? “Page Turner” เป็นซีรีส์ที่จะทำให้คุณอยากติดตามเรื่องของพวกเขาอีก




Latest