http://www.manager.co.th
2014-09-25 23:06:10

“แพท ณปภา” ช็อกแฟนโดนแฉมีคดีติดตัว เฉ่งยับไม่บอกความจริง เผยให้ตำรวจสืบแล้วเป็นคดีเก่าเมื่อสองปีก่อน ไม่พร้อมมีปัญหาเพิ่ม ลั่นต้องพิสูจน์ตัวเองให้มากกว่าเดิม เผยโล่งใจแม่ปลอดภัยหลังหามส่งโรงพยาบาลด่วน
       
       เกิดเหตุการณ์ใจหายใจคว่ำอยู่ไม่น้อย สำหรับนางเอกยอดกตัญญู “แพท ณปภา ตันตระกูล” ที่ต้องหามตัวแม่ส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน หลังจากที่ป้อนข้าวแม่แต่ไม่ทันระวัง ทำให้เต้าหู้ติดในลำคอจนหายใจไม่ออก โดยแพทได้เปิดใจว่าหากตนส่งแม่ไปโรงพยาบาลช้าอีกนิดเดียวอาจเสียแม่ไปแล้วก็ได้ โทษตัวเองที่สะเพร่าแต่โล่งใจที่แม่ปลอดภัยแล้ว ก่อนช็อกซ้ำหลังแฟนใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน โดนขุดคุ้ยอดีตแถมแฉว่อนว่าเคยก่อเรื่องมีคดีติดตัว เผยสืบแล้วเป็นคดีเก่า เชื่อเป็นคนดีแต่ต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองมากกว่าเดิมเพราะตนไม่พร้อมมีปัญหาเพิ่มอีก
       
       “แพทรู้ตัวเลยว่ายังไม่พร้อมถ้าเขาจะเสีย คือเป็นคนป้อนข้าวเองด้วยตอนเช้าของวันนั้น แล้วแพทอาจจะสะเพร่าด้วยค่ะ คือเต้าหู้ในพะโล้มันชิ้นใหญ่ แพทก็เลยบีบน้ำออกให้มันแฟ่บ แต่ไม่ได้หั่น เพราะปกติแม่เป็นคนเคี้ยวอยู่แล้ว คือแกก็ยังไม่ได้ลืมการเคี้ยว ปรากฏว่าครั้งนี้เหมือนแกรีบกลืน แล้วทำให้ไอ้เต้าหู้นี่มันไปพอง แล้วก็ติดคอ ทีนี้แกสำลักไม่เป็น ปรากฏว่าขาดอากาศค่ะ ปากเขียว ตาเหลือก แล้วก็เกือบจะไม่หายใจ ก็เลยรีบขับรถไปส่งโรงพยาบาลเอง ไม่ได้รอรถพยาบาล หมอก็บอกว่าทำถูกแล้ว เพราะถ้าแพทไปช้าก็อาจจะเสียท่านไป”
       
       “ตอนนั้นตกใจมากค่ะ แพทรู้สึกว่าชีวิตแพทขาดเขาไม่ได้จริงๆ ตอนไปถึงโรงพยาบาลแพทยังสั่นอยู่เลย พยาบาลต้องเข้ามาดูแพท ให้แพทใจเย็นๆ แต่โชคดีมากค่ะ คุณหมอให้อยู่ไอซียูแค่ประมาณ 6-7 ชั่วโมง แล้วก็บอกให้มารับคุณแม่กลับได้แล้วนะ เพราะว่าคุณแม่ค่อนข้างตื่นพยาบาลด้วย ไม่ค่อยชินเท่าไหร่ แล้วไอซียูเขาก็ไม่ให้ญาติเฝ้า แพทก็เลยบอกว่าไม่เฝ้าไม่ได้หรอกค่ะ เพราะทีวีก็ไม่มี แล้วใครจะคุยกับแม่ พอพยาบาลไปเช็ดตัวแม่ แม่ก็บ่น ดุเขา ก็เลยคุยกับคุณหมอ คุณหมอก็บอกว่าอาการคุณแม่ไม่มีอะไรเลย พอเอาเสมหะ เอาเต้าหู้ออกก็ไม่มีอะไร และไม่มีอะไรไปตกค้างที่ปอดด้วย แพทก็ค่อยโอเคขึ้น แต่ตอนนั้นรับไม่ได้เลยจริงๆ”
       
       เผยตอนนี้อาการของแม่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ส่วนตนต้องระวังเรื่องอาหารให้มากกว่าเดิม
       “ตอนนี้อาการเหมือนเดิมเลยค่ะ ยังพูดกับแม่เลยว่า ตอนมาโรงพยาบาลกับตอนกลับคนละคนกันเลย แพทดีใจมากค่ะ (ยิ้ม) รู้ตัวเองเลยว่าเรายังไม่พร้อม เคยคิดว่าถ้าเกิดมีอะไรหรือถ้าเขาไปเราต้องเข้มแข็ง แต่ก็ยังทำไม่ได้ ซึ่งตอนนี้แม่เหมือนเดิมทุกอย่าง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยค่ะ แต่ตอนนี้แพทต้องเปลี่ยนเรื่องอาหารและดูแลเรื่องอาหารมากขึ้น คุณหมอก็บอกว่าถ้าเขาเริ่มขี้เกียจเคี้ยวแล้ว อาหารก็พยายามต้องบด ถ้าสมมติอะไรที่มันแข็งอย่างผักถ้ามีใยเราก็ต้องตัดตอนเช้าแพทก็จะออกไปซื้อโจ๊กให้เขาก่อน หรือไม่ก็เป็นข้าวต้ม”
       
       รับเพิ่งรู้ข่าวแฟนเคยก่อคดีเอาไว้ บอกคงต้องใช้เวลาศึกษากันนานขึ้น
       “เรื่องคดีของเขาแพทต้องยอมรับเลยว่าแพทก็เพิ่งมารู้พร้อมๆ กับพี่ๆ นักข่าว แพทก็ถามเขาตรงๆ นะว่าทำไมถึงไม่พูดกัน เขาก็บอกว่าเขาอาย แพทก็เข้าใจนะ คนทำอะไรที่มันไม่ดีมาก็คงอายที่จะพูด ตอนแรกก็แอบโกรธนะคะ เพราะรู้จักกันมามันไม่ใช่ 1-2 เดือนเนอะ เรารู้จักกันมาจะ 10 เดือนแล้ว ทำไมถึงไม่พูด เขาก็ให้เหตุผลเรามาแค่ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดี และมันไม่ใช่เรื่องอะไรที่จะต้องมาป่าวประกาศ เขาทำตัวไม่ดีมากเขาก็ไม่อยากบอกเรา เราก็เลยบอกว่าแต่วันนี้เรารู้แล้วนะ ก็เลยบอกเขาว่าแพทคงต้องดูเขาไปอีกสักพักเลยค่ะ เพราะเรื่องที่เราเจอมันก็หนักอยู่แล้วด้วย”
       
       “แต่เท่าที่แพทรู้คดีของเขาก็ไม่ได้ร้ายแรงมากค่ะ แต่พูดตรงๆ ว่าตั้งแต่แพทรู้จักเขามาเขาไม่เคยทำตัวไม่ดีเลย เราถึงช็อกพอรู้ข่าวนี้ ช็อกมากจนรู้สึกว่ามันเอาเวลาไหนไปทำวะ มันทำตอนคบกับเราเหรอ แต่ปรากฏว่าพอให้คุณอาที่เป็นตำรวจช่วยสืบให้ เขาก็บอกว่าเรื่องมันประมาณเกือบ 2 ปีแล้วแหละ ก็คือก่อนคบกับเรา เพราะช่วงที่เขาคบกับแพท พูดจริงๆ คือเขาเป็นคนดีมากและเขาก็ไม่ได้ดีแค่กับแพท ถ้าวันนั้นเขาไม่อยู่ คือถ้าเขาไม่ได้มารับแพทไปตักบาตรตอนเช้า แพทยังไม่รู้เลยว่าเราจะทำยังไง เพราะว่าน้องแพทก็เป็นผู้หญิง ก็ยังดีที่แพทมีน้อง และโชคดีที่แพทมีเขาที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น และเขาก็เป็นคนขับรถให้แพทพาแม่ไปหาหมอ ก็เลยรู้สึกว่าหลายๆ อย่างที่มันไม่ดีในอดีตแพทไม่นับก็ได้ แต่ถ้า ณ วันนี้คุณไม่ดี ไม่ต้องมาคุยกับเราเลยนะ เพราะแพทเชื่อว่าครอบครัวแพทดีพอ และแพทก็เชื่อว่าตัวแพทก็ดีพอที่จะได้เจอคนดีๆ”
       
       “ถามว่ากระทบความสัมพันธ์ไหม ณ ตอนนี้แพทบอกได้แค่ว่าแพทอยากจะลองดูไปเรื่อยๆ และเขาคงต้องพิสูจน์ตัวเองหนักกว่าเดิมอีกค่ะ แต่ก็ไม่ได้เสียความรู้สึกอะไรมากมายนะคะ มันอาจจะแค่จังหวะหนึ่ง แต่แพทแค่ต้องมาชั่งน้ำหนักว่าในระหว่างที่เราคุยกันมา เขาไม่ดีหรือเปล่าหรือเขาทำให้เราผิดหวังไหม ซึ่งแพทชั่งน้ำหนักแล้วมันไม่มีเลย ในระหว่าง 10 เดือนที่ผ่านมา เขาทำงานเช้ากลับบ้านเย็น ไม่มีวันไหนที่ไม่โทร.หาเรา มีแต่เราไม่โทร.หาเขา”
       
       “ถ้าถามถึงสถานะตอนนี้แพทก็ไม่รู้ว่าจะพูดว่าอะไร เพราะในใจเรารู้สึกว่าอย่าหาเรื่องมาให้เราเยอะ เพราะแพทมีทั้งเรื่องแม่ ครอบครัว งานก็มีปัญหาด้วย พรุ่งนี้แพทก็ต้องขึ้นศาลเรื่องพ่ออีก มันเยอะมากจนเรื่องของเขามันกลายเป็นอันดับสุดท้าย แพทแค่ให้คำพูดกับเขาสั้นๆ ว่า ถ้าคุณคิดว่าคุณอยากจะคบกับเรา คุณจะต้องพิสูจน์ตัวเองให้มากกว่านี้”
 

http://www.manager.co.th

.
Latest