ปริศนาและเบื้องหลังความฮาของ Gangnam Style
2012-10-13 16:56:56

 

บทสรุปของเพลงเกาหลีในช่วงเวลานี้คงตอบได้อย่างเต็มปากแล้วว่า มันได้ลงหลักปักฐานในอุตสาหกรรมเพลงระดับโลกอย่างแท้จริงแล้ว หลังจาก Psy นำเพลง Gangnam Style ของเขาทัวร์ชาร์ตทั่วโลกอย่างอหังการ์ เป็นเรื่องตลกที่ความพยายามอย่างมากมายของหนุ่มสาวหน้าหล่อหน้าสวยที่เป็นนักเต้นทั้งหลาย กลับพ่ายด้วยอารมณ์ขัน บวกกับการออกแบบท่าเต้นที่ง่ายๆ ที่มีแรงผลักดันระดับที่เจ้านายผมลุกขึ้นมาเต้นได้
       
        เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้พบตัวแทนของบริษัทผลิตสื่อจากประเทศเกาหลีใต้ท่านหนึ่งมาประชุมเรื่องงาน เนื้อหาการประชุมก็ช่างมันเถอะครับ แต่เรื่องที่สุดท้ายเราสนทนากันก็คือเรื่องของ Psy และเพลงคังนัมสไตล์ ตัวแทนจากเกาหลีท่านนั้นเขาตั้งข้อสงสัยว่า คนไทยนั้นชอบเพลงนี้ด้วยเหตุผลอะไรและเข้าใจความหมายอะไรบ้างไหม เขาแปลกใจนะครับที่คนไทยชอบ เพราะตามปกติวัยรุ่นไทยมักจะชอบเพลงเกาหลีเนื่องจากความหล่อ สวย และเซ็กซี่ หรือไม่ก็มาจากละครเกาหลีที่เอามาฉายในเมืองไทยกันไม่ขาดสาย
       
        ผมตอบเขาว่า เอาเข้าจริงเราก็ไม่รู้หรอกว่า ความหมายของมันคืออะไร แต่คนไทยชอบเพราะมันตลกดี ทั้งตัวท่าเต้นและมิวสิควิดิโอ ตัวแทนเกาหลีท่านนั้นบอกว่า น่าเสียดาย เพราะถ้าศึกษาอีกซักนิดหรือถ้ารู้ว่าเนื้อหาของเพลงนั้นเกี่ยวข้องกับอะไร ก็คงจะเห็นพ้องด้วยกันว่า Psy หรือ ปาร์ค แจ ซาง นั้นไม่ใช่เป็นแบบที่คนในโลกเข้าใจว่าเป็นตัวตลกเอาฮา เพราะจริงๆ ไอ้หมอนี่ถือเป็นหนึ่งในศิลปินตัวจริงของเกาหลีที่อุดมไปด้วยปัญญาและความแหลมคมในงานของเขามากๆ

 

 

       
        เราลองมาตามหาตัวตนของปาร์ค แจ ซาง( Park Jae-sang) และเนื้อแท้ของเพลงนี้กันดีกว่าครับ

 


       
        ตามประวัติของนักร้องเกาหลีท่านนี้ มีชีวิตไม่ธรรมดา เขาคือไอ้หนุ่มย่านคังนัมขนานแท้และดั้งเดิม เกิดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ปี 1977 การเติบโตในย่านนี้แสดงให้เห็นว่า เขาเองมีฐานะมากพอดู และนั่นเองทำให้เขาได้ศึกษาและเรียนที่มหาวิทยาลัย บอสตันและเลือกเรียนการดนตรีแบบจริงจังจากโรงเรียนดนตรีชื่อดังอย่าง เบิร์คลี่ย์ ในบอสตัน แหล่งที่เป็นตักศิลาทางดนตรีของสหรัฐเขา แต่ก็แปลกนะครับแทนที่จะหันมาสนใจในเพลงแจ๊ซ แต่ปาร์ค แจ ซาง กลับสนใจดนตรีเมืองอย่างแร็พ และ ฮิปฮอบ รวมถึงดนตรีอีเลคทรอนิคที่กำลังฮิตในช่วงปี 90 มากกว่า
       
        ปาร์ค แจ ซาง ให้สัมภาษณ์ไว้หลายที่เกี่ยวกับแนวคิดทางดนตรีของเขาโดยเฉพาะดนตรี เค ป็อป ว่า เขาไม่ต้องการตกอยู่ในกับดักเดียวกัน ที่ 80 เปอร์เซนต์ของอุตสาหกรรมเพลงมีแต่ หนุ่มสาวหน้าสวย รูปร่างดีที่เต้นกันแหลกด้วยเนื้อหาแบบเดิมๆ เกาหลีใต้ยังมีเรื่องที่น่าสนใจในมุมมองที่แตกต่างอีกตั้งเยอะ และนั่นเป็นจุดกำเนิดของเพลง Bird และท่าเต้นสไตล์นก พร้อมกับที่ตัวเขาเองเรียกตัวเองว่าเป็นนักร้องตัวประหลาด ( Bizarre Singer)
       
        มุมมองที่อธิบายเกาหลีและสังคมเกาหลีอย่างแตกต่างนี่เองทำให้เขามีปัญหากับรัฐบาลตั้งแต่เริ่มต้น เอาเข้าจริงปาร์ค แจ ซาง ไม่ใช่ลูกรักของรัฐบาลและผู้ใหญ่ของเกาหลีใต้เลย เนื้อหาของเพลงของเขาถูกระบุว่ามีแรงกระตุ้นที่อาจจะทำให้กลุ่มวัยรุ่นเกิดปฏิกิริยาต่อต้านต่อกรอบและประเพณีของสังคมเกาหลี เขาเคยพูดถึงเรื่องนี้ว่ามันไม่แฟร์เลยที่เพลงของเขาถูกมองว่าเป็นเช่นนั้น จริงอยู่ศิลปะในการเสียดสีและส่อเสียดหลายต่อหลายประการที่อยู่ในเพลงของเขานั้นอาจจะดูแรงไป แต่ทว่าเขาก็ทำลงไปเพียงเพราะว่า เขาคิดว่ามันตลกเท่านั้น
       
        ห้าเดือนหลังจากที่อัลบั้มแรกที่ชื่อ PSY from the PSYcho World! (ปี 2001) วางจำหน่าย งานของเขาก็ถูกห้ามจำหน่ายในหลายพื้นที่ในเกาหลี ข้อหาที่ถูกแบนก็คือ มันเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อคนในสังคมและมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชน (inappropriate content) พูดง่ายๆ ปริญญาทางดนตรีจากเบิร์คลี่ย์ไม่ได้ช่วยอะไรเลย หนักกว่านั้นหลังจากที่งานโดนทางการแบนเรียบร้อย หลายเดือนหลังจากนั้น เขาก็โดนตำรวจจับฐานสูบกัญชาไว้ในครอบครอง เดือนมกราคม ปี 2002 เขาก็ขึ้นศาลพร้อมกับยอมรับข้อกล่าวหาและถูกศาลสั่งปรับไปตามระเบียบ
       
        นั่นทำให้อัลบั้มที่สองของเขา Sa 2/Adult only ประกาศไว้หน้าปกซีดีกันทีเดียวว่า สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น ด้วยเนื้อหาที่ว่ากันว่าแรงกว่าเดิม ปากจัดมากกว่าเดิม ชวนให้วัยรุ่นร้องโย่วมากกว่าเดิม โดนสั่งห้ามขายให้แก่คนที่มีอายุ 18 ปีลงไป ที่น่าสนใจก็คือ มันไม่ใช่แค่เสียดสีสังคมครับ กับการเมืองไอ้หนุ่มหน้าฉุคนนี้ก็ยังมีเพลงอย่าง We Are The One ลุกขึ้นมาด่าเกาหลีเหนือกับเขาด้วย หรือแม้แต่เพลงที่เกี่ยวกับฟุตบอลโลกให้แก่เกาหลีอย่างเพลง Champion หมอนี่ก็เคยทำ เรียกว่าเอาเข้าจริง เขาก็เขียนเพลงได้หมดแหล่ะครับ แต่ที่ดูเหมือนจะเป็นที่ติดใจคนฟังเกาหลีมากที่สุดก็ต้องเป็นเพลงเสียดสีกวนๆ เท่านั้น
       
        หลังจากนั้นชีวิตในวงการบันเทิงของเขาก็เงียบลงไป เพราะตัวไซเจอสองเด้งในเรื่องของการเรียกตัวไปเป็นทหาร หลังจากออกมารอบแรกในปี 2003-2005 ตัวเองกลับโดนเรียกไปรับใช้ชาติเป็นรอบที่สองหน้าตาเฉยระหว่าง สิงหาคม 2007 - 2009 กว่าจะออกมาสู่โลกบันเทิงได้ก็หนักหนาอยู่ แต่ก็คุ้มเพราะออกมาก็เปรี้ยงเลย
       
        ส่วนของเพลงคังนัม สไตลส์ นั้น หนังสือพิมพ์ The Atlantic โดยนาย Max Fisher ได้ไปสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทางเกาหลีมาวิเคราะห์เพลงนี้ว่าทำไมมันถึงกลายเป็นเพลงซูเปอร์ฮิตขึ้นมา ประเด็นแรกที่พุดถึง ปาร์ค แจ ซาง ก่อน เขาพูดถึงในบทความว่า วัฒนธรรมเกาหลีนั้นไม่ได้คุ้นชินกับการส่อเสียดหรือเสียดสี หรือ มุกตลกแบบแดกดันประชดประชัน “ไซ” เข้ามาเติมเต็มตรงนี้ เอาเข้าจริงเขาบอกว่า เนื้อหาของเพลงของไซนั้นแรงน้อยกว่าตอนที่ เดอะ บอส หรือ บรูซ สปริงส์ทีน เขียนเพลง Born In The USA เสียอีก แต่เพราะคนเกาหลีไม่คุ้นชินกับลีลาเพลงแบบนี้มันก็เลยเตะหูขึ้นมา
       
        ในเพลงของไซนั้นเขียนเพลงอยู่บนเรื่องราวและชีวิตพื้นฐานของคนเมืองโดยเฉพาะคนเกาหลีใต้ซึ่งเป็นประเทศที่มีอัตราของการเป็นหนี้บัตรเครดิตของประชากรสูงที่สุดในโลก สถิติเมื่อปี 2010 ตัวเลขหนี้บัตรเครดิตของคนเกาหลีขึ้นไปมากกว่ารายรับทีของคนเฉลี่ยอยู่ที่ 155 เปอร์เซนต์ (พูดง่ายๆ ก็คือ มีรายได้ต่อเดือน 100 บาทแต่ต้องจ่ายหนี้บัตร 155 บาท เงินที่ไม่พอกับรายรับก็ได้มาจากการถอนเงินสดบัตรหนึ่งไปจ่ายบัตรหนึ่ง) หนุ่มสาวเกาหลีนั้นมีบัตรเครดิตเฉลี่ยอยู่ที่คนละ 5 ใบ คนเกาหลีนั้นมีชีวิตอยู่กับการหมุนตัวเลขบนบัตรเครดิตและมันอยู่แบบนี้มาตั้งแต่กลาง ทศวรรษที่ 90 เนื้อหาในเพลงของไซส่วนใหญ่ก็พุดถึงเรื่องเหล่านี้ นับตั้งแต่เพลง Bird เป็นต้นมา
       
        เอาเข้าจริงเพลง Gangnam Style นั้นคือบทสรุปในความไร้สาระของคนเกาหลีในการใช้ชีวิตด้วยสไตล์ดังกล่าว และอาจจะเป็นบทสรุปในเพลงของไซที่คนเกาหลีจะขำไป หัวเราะไปกับชีวิตไรสาระที่เลือกแล้วของคนเกาหลี
       
        เขตคังนัมนั้นเป็นเขตที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความฟุ่มเฟือยและการใช้ชีวิตอยู่บนหนี้บนบัตร มันเป็นย่านที่ร้านของแบรนด์เนมอยู่เพียบ บนพื้นที่ 15 ตารางไมล์ คังนัมถือเป็นเขตที่มีมูลค่าทรัพย์สินมากกว่า 84,000 ล้านเหรียญ มีแต่คน ระดับมหาเศรษฐี เจ้าของกิจการ เจ้าของบริษัท และเป็นที่ตั้งของบริษัทที่กำหนดรสนิยม แฟชั่น เงินทองของเกาหลีใต้กันนั่นเอง พระเอกในละครเกาหลีจึงต้องมีบ้านอยู่เขตคังนัม เพราะมันเท่ห์และรวยดี
       
        อาจจะมีคนสงสัยว่าทำไมในเพลงของไซถึงมีเรื่องราวของการดื่มกาแฟ สาวๆ ชอบดื่มกาแฟ หรือตัวเขาที่ดื่มกรึ๊บเดียวหมดนั้นมันดูดีดูเท่ห์ยังไง คำตอบอยู่ตรงนี้ครับว่า คนเกาหลีนั้นเอาเงินซื้ออาหารกลางวันอย่างบะหมี่นั้นโดยใช้เงินประมาณ 2,000 วอน ซึ่งถือเป็นของถูกและเป็นอาหารแบบประหยัด แต่พวกเขาและเธอเหล่านั้นจะลุกขึ้นไปจ่ายเงินมากกว่า 6,000 วอนเพื่อไปนั่งทานกาแฟในร้านสตาร์บัคส์ซึ่งเป็นร้านที่หนุ่มสาวชาวออฟฟิศชอบไปนั่งหลังจากที่ทานหมี่เสร็จแล้ว
       

 


        กาแฟถ้วยเล็กๆ ที่มีค่าหกพันวอนจึงไม่ใช่แค่กาแฟ แต่มันเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงฐานะ หน้าตา รสนิยม หกพันวอนที่ว่าจึงต้องจิบทีละเล็กละน้อย จิบไปก็ต้องชายตาไป จิบไปก็ต้องเชิดไปสาวๆ เหล่านี้ถูกเรียกว่า Doenjangnyeo หรือ "soybean paste women" ยิ่งมาเจอเนื้อเพลงท่อนที่ว่า ไอ้หนุ่มอ้วนอย่างตัวไซดื่มกาแฟรวดเดียวหมดแก้วคนก็ต้องรู้แล้วครับว่าไอ้หมอนี่เจ๋งแค่ไหน ที่สำคัญร้านกาแฟราคาแพงที่ดูดเงินคนเกาหลีนั้นเพิ่มปริมาณขึ้นมากมาย สอดรับกับรสนิยมการใช้ชีวิตแบบฟุ่มเฟือยไร้สาระสุดๆ และไซเองก็มองว่ามันปัญญาอ่อนสุดๆ โดยเฉพาะภาพรวมของมายาภาพในเขตคังนัม ซึ่งกำลังจะกลายเป็นมายาภาพของเกาหลีทั้งหมด
       
        มายาภาพของเกาหลีหรือรสนิยมคังนัมนั้นถูกสะท้อนในมิวสิควิดิโอนั้น เขาบอกว่าฉากแรกที่เปิดตัวมาที่ชายหาด แต่พอช็อตถัดมาชายหาดกลับเป็นทรายในสนามเด็กเล่น หรือเขาก้าวเข้าไปในซาวน่าที่คิดว่าจะได้เจอกับนักธุรกิจดีๆ แต่เผลอแพล็บเดียวไอ้ที่ว่าดันกลายเป็นมาเฟีย หรือฉากสาว 2 คนที่เต้นกับเขาในอุโมงที่ดูเหมือนจะเป็นฉากเต้นซุปเปอร์สตาร์กลับมีฝุ่นและหิมะปลิวมาแปะหน้าและเนื้อตัวเต็มไปหมด หรือภาพสาวๆ ที่พร้อมจะไปกับไอ้หนุ่มกังนัมก็หาเจอได้ง่ายๆ บนรถทัวร์ชมเขตกังนัมเป็นต้น…
       
        ไซ เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้กับซีเอ็นเอ็นในหัวข้อ Psy gangnam-style posers and hysterical little boy เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมปีนี้ว่าจริงๆ เขาก็แค่จะทำให้มันขำ และพยายามบอกกับคนเกาหลีให้ทราบว่า ความเป็นคังนัมที่คนทั่วไปคิดถึงมันไร้สาระ เพราะคนลักษณะดูแย่ ไม่มีสไตล์ และโลว์คลาสของเขา แต่กลับเกิดและเติบโตมาในเขตนี้เท่านั้น
       
        แต่ดูเหมือนความพยายามที่จะบอกให้เลิกยึดในมายาคติเกี่ยวกับคังนัมจะไม่ได้ผลกับคนฟัง เพราะการสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ยังคงยืนยันว่า หนุ่มคังนัมและสาวคังนัมยังเป็นที่ดึงดูดคนชาวเกาหลีเป็นอันดับหนึ่งทั้งนั้น

cr.http://www.manager.co.th

.
Latest