อีจองแจ (Lee Jung Jae) เปิดเผยสิ่งที่เขาจะทำหากได้เงินรางวัลใน “Squid Game” พร้อมพูดถึงเคมีระหว่างนักแสดงในเรื่อง และอีกมากมาย
2021-10-01 12:08:48
Advertisement

อีจองแจ (Lee Jung Jae) นักแสดงจากเรื่อง “Squid Game” ได้ร่วมให้สัมภาษณ์ออนไลน์กับ Star News เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเขาได้พูดถึงผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดของเขา Squid Game ที่ได้รับกระแสตอบรับดีมาก



Squid Game เล่าเรื่องการแข่งขันเซอร์ไววัลเพื่อชิงเงินรางวัล 45.6 พันล้านวอน (ประมาณ 1300 ล้านบาท) โดยมีผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 456 คน อย่างไรก็ตามการแข่งขันในแต่ละเกม ผู้แพ้ต้องแลกด้วยชีวิต

หลังจากเปิดตัวมาเมื่อวันที่ 17 กันยายน ซีรีส์เรื่อง Squid Game ติดอันดับท็อปบน Netflix ทั้งในเกาหลีและต่างประเทศ และตอนนี้ก็ยังอยู่ในอันดับท็อป 3 ของ 83 ประเทศทั่วโลก

อีจองแจ รับบทเป็น ซองกีฮุน ชายหนุ่มว่างงาน, หย่าร้าง, ติดพนัน และเป็นหนี้ แม้ว่าจะเจอกับปัญหามากมาย แต่สิ่งที่เขาไม่ได้สูญเสียไปคือความหวังและความเป็นมนุษย์

แม้ว่าอีจองแจจะไม่ได้เล่นโซเชียลมีเดีย แต่เขาก็รู้ว่าซีรีส์ Squid Game ได้รับความนิยม เขาบอกว่า “ผมควรพูดว่าเห็นมันด้วยตัวเองไหมครับ? ผมซุ่มดูในโซเชียลมีเดียครับ ผมรู้สึกถึงความนิยมเลย เห็นหลายคนโพสภาพ นักแสดงในเรื่องก็โพสภาพในโซเชียลมีเดียด้วย ขนาดตอนเช้า ผมยังถูกถามว่า ‘ฉันโพสภาพที่ถ่ายด้วยกันได้ใช่ไหม?’ ผมเลยบอกพวกเขาว่าให้โพสได้”

เขาเล่าต่อ “ทั้งเพื่อนร่วมงานและคนรู้จักยังส่งข้อความมาเยอะมากจนถึงทุกวันนี้ ผมได้รับข้อความแสดงความยินดีเยอะมาก ผมรู้สึกขอบคุณมากครับ วิดีโอล้อเลียนเรื่อง Squid Game ที่ผู้ชมโพสก็ตลกดี พวกเขาทำให้ผมถึงกับคิดว่า ‘คนเหล่านี้มีไอเดียดีกว่าพวกเราอีกนะเนี่ย’ ผมไม่ได้ไปส่องมากนักเพราะตอนนี้กำลังถ่ายทำภาพยนตร์อยู่ แต่เวลาว่างผมมักจะเข้าโซเชียลมีเดียและมันทำให้ผมหัวเราะครับ”

เมื่อถามถึงความสำเร็จระดับโลกของ Squid Game ว่าเขารู้สึกอย่างไร อีจองแจบอกว่า “มันมีความเป็นเอกลักษณ์หลายเรื่องครับ เทียบกับเนื้อหาในเกาหลีด้วยยังมีความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเลย ฉากในเรื่องทำให้ได้มุมมองที่หลากหลาย และผมคิดว่าทั้งตัวละครและตัวเรื่อง ทุกส่วนออกมาในทิศทางเดียวกันหมด”

คำเตือน: เนื้อหามีสปอยล์

มีคนสังเกตว่าในซีรีส์มีฉากที่ อีจองแจแกล้งทำเป็นกินข้าว และตอนนี้ก็กลายเป็นไวรัล อีจองแจอธิบายว่า “เวลาคุณถ่ายทำฉากกิน ในเทคแรกเราจะกินอย่างเต็มที่ แต่ประมาณซักเทคที่ 3 และ 4 คุณจะเริ่มอิ่ม จากนั้นก็เริ่มกินที่ขอบๆ ตอนนั้นผมคิดว่า ตัวเองนั่งหันหลังให้กล้อง คงไม่เห็นว่าผมทำอะไรหรอก เลยทำเป็นตัก ผมกินจริงๆนะตอนที่ถ่ายทำจากข้างหน้า ผมคิดว่าพวกเขาใส่มันลงไปตอนที่ตัดต่อนี่แหละ” เขาพูดพร้อมหัวเราะ “ผมคิดว่าตอนพวกเขาตัดต่อ พวกเขาก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำมั้ง”

ช่วงจบของซีรีส์ ตัวละครของอีจองแจได้กลับบ้าน และย้อมผมเป็นสีแดง เขาได้พูดถึงเหตุผลของการทำแบบนั้นว่า “การย้อมผมแดงอยู่ในบทซีรีส์อยู่แล้ว ผมจะได้ว่าไปถามผู้กำกับว่าทำไมเขาต้องย้อมผมแดงด้วย มันเป็นสีผมที่คนอายุเท่ากับกีฮุนจะไม่ทำกันแน่นอน ผมคิดว่ามันเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้เห็นว่าเขาก้าวผ่านขอบเขตปกติไปแล้ว” อีจองแจบอกเพิ่มเติม “ผมอยู่ในสถานการณ์ที่ถ้าทำผมแดงจริงๆ ก็จะทำงานอื่นไม่ได้ เลยไม่ได้ย้อมผมจริง แค่ใส่วิกผมเอา”



เมื่อถามว่าเขามีส่วนคล้าย กีฮุน ตัวละครของตัวเองหรือไม่ อีจองแจบอกว่า “พูดตามตรงเลยคือ ผมไม่แน่ใจว่าผู้ชมต่างประเทศจะเข้าใจซองกีฮุนหรือเปล่าว่า เขาช่วยคนอื่นไปได้อย่างไรในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนั้น อย่างไรก็ตามผมคิดว่าคนเกาหลีคงเข้าใจตัวละครตัวนี้ดี ผมเลยไม่คิดว่าตัวละครตัวนี้แปลกตอนที่อ่านบทละคร”

เขาพูดต่อ “ผมอ่านบทไปและคิดว่าเขาเป็นคนจิตใจอบอุ่น แล้วก็ไม่มีส่วนไหนของตัวละครที่ผมคิดว่าผมไม่สามารถแสดงได้เพราะผมไม่เข้าใจเขา ด้วยเหตุนี้เอง ซองกีฮุนเลยออกมาใจดีและน่ารัก แม้ว่ามันจะเป็นแค่ซีรีส์ แต่การกระทำของซองกีฮุนได้ส่งต่อข้อความบางอย่างไปให้แก่ [ผู้ชม] เช่นกัน”

อีจองแจยังได้พูดถึงสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นเสน่ห์ของ Squid Game ว่า “ผมชอบคอนเซ็ปต์ของเรื่อง มันเป็นเกมเซอร์ไววัลของผู้ใหญ่ มีความโหดร้ายป่าเถื่อนที่หยิบยกเกมของเด็กมาเล่น จะบอกว่าเป็นซีรีส์แนวเซอร์ไววัลก็ได้ไม่เต็มปาก เพราะในซีรีส์ยังมีความเศร้า และความรู้สึกของตัวละครที่ทำให้คิดว่าแล้วทำไมพวกเขาถึงต้องไปอยู่ตรงนั้น เพื่อทำให้ผู้ชมรู้สึกแบบนั้น เราค่อยๆเพิ่มความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่ตอนแรก จากนั้นทำให้เกิดอารมณ์ร่วม และระเบิดออกในตอนสุดท้าย ผมคิดว่ามันแตกต่างจากภาพยนตร์เซอร์ไววัลอื่นๆ ผมคิดว่ามันดีตั้งแต่เริ่มต้น”

เขาได้เล่าเรื่องในกองถ่าย โดยบอกว่า “ในกองถ่ายของเรา มันมีตุ๊กตาที่วางอยู่ในสนามกว้างๆจริงๆ และผู้เล่นทั้ง 456 คนต้องไปวิ่งเล่นเกม ‘ไฟแดง – ไฟเขียว’ จริงๆ ส่วนเกมชักเย่อ และเกมข้ามสะพานกระจกใช้กราฟฟิคคอมพิวเตอร์ช่วยค่อนข้างเยอะ แต่ตอนอ่านบทผมไม่รู้นะว่าจะใหญ่แบบนั้น มันเลยทำให้ผมตกใจทุกครั้งเวลาไปถึงกองถ่ายว่าพวกเขาเตรียมฉากแบบนี้ได้อย่างไร เวลาที่ไปกองถ่าย ฉากออกมาดีมาก และเราก็จะยุ่งอยู่กับการถ่ายรูปกับฉากก่อนการถ่ายทำ”

ต่อจากนั้น อีจองแจ ยังได้พูดถึงเคมีของเขากับนักแสดงร่วม ได้แก่ พัคแฮซู (Park Hae Soo) และ อีบยองฮอน (Lee Byung Hun) โดยในเรื่อง พัคแฮซู รับบทเป็น โจซังอู รุ่นน้องเพื่อนเล่นตั้งแต่สมัยเด็กของซองกีฮุน อีจองแจบอกว่า

“เพราะว่า [พัคแฮซ] เคยมีประสบการณ์การแสดงละครเวทีมาก่อน เขาสร้างตัวละครของเขาให้มีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก เขามองตัวละครอย่างละเอียด และมีมุมมองที่แตกต่างออกไป เขามีมุมน่ารักเยอะมาก และทำให้กองถ่ายเฮฮา บอกได้เลยว่าเขาเป็นคนสร้างสีสันเลยล่ะ”

เขาพูดต่อ “สำหรับเรื่องการแสดง เขาเป็นคนที่แสดงจนถึงฉากสุดท้ายกับผม เคมีของเราเข้ากันได้ดีมาก เขาเป็นคนนิสัยดี เราถ่ายทำทั้งซีซั่นนี้ด้วยกัน ตั้งแต่ช่วงอากาศร้อนสุดๆ จนเริ่มหนาว เราถ่ายฉากสุดท้ายกันในวันที่หนาว และมีฝนตกลงมาในฉากด้วย ผมคิดว่าทีมงานและนักแสดงผ่านช่วงยากลำบากทุกอย่างมาได้ ต้องขอบคุณความสดใสในตัวเขาด้วย”

สำหรับอีบยองฮอน ซึ่งรับบทเป็น ผู้ดูแลเกม และตัวตนของเขาเพิ่มมาเปิดเผยในตอนจบของเรื่อง อีจองแจบอกว่า

“ผมกับอีบยองฮอนมักจะพูดกันเสมอว่า ‘เราต้องทำงานด้วยกันบ้างแล้วนะ’, ‘มาทำงานด้วยกันเถอะ’ เราสนิทกันตั้งแต่สมัยเพิ่งเริ่มเข้าวงการ แล้วก็เคยอยู่ต้นสังกัดเดียวกันอยู่พักหนึ่ง มิตรภาพของเราไม่เหมือนใคร แต่ว่าเรากลับไม่มีโอกาสได้ทำงานด้วยกันแบบจริงจังซักที”



เขาพูดต่อ “ผมไม่รู้ว่าเพราะมิตรภาพระหว่างเขากับผู้กำกับ ฮวังดงฮยอกหรือเปล่า เขาถึงมาเป็นแขกรับเชิญในเรื่อง Squid Game สำหรับผม เราเจอกันแค่ฉากเดียวเองครับ ถ้ามี Squid Game ภาค 2 จริง ผมอยากจะทำงานกับอีบยองฮอนจริงๆ หรือถ้าไม่ได้ทำภาค 2 ของเรื่องนี้ ผมก็อยากร่วมงานกับเขาในโปรเจคอื่น”


อีจองแจปิดท้ายด้วยการเปิดเผยว่า หากเขาได้เงินรางวัลจาก Squid Game เขาจะเอาไปทำอะไร

“ถ้ากีฮุนได้เงิน 45.6 พันล้านวอน เขาอาจจะตัดสินใจทำอย่างอื่น แต่หากเป็นอีจองแจที่ได้เงิน 45.6 พันล้านวอน ผมจะบริจาคมันครับ”

ที่มา ( 1 ) ( 2 ) ( 3 )

xnxx porno onlyfans leak xnxx filme xxx filme porno filme porno xxx filme porno xnxx video filme porno

.



Latest