รีวิว ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด : อาชินแห่งเผ่าเหนือ (Kingdom : Ashin of the North)
2021-07-24 16:01:57
Advertisement
คลิก!!!

ว่ากันว่าหนังหรือซีรีส์ที่ดี ไม่ใช่แค่ต้องทำออกมาอย่างมีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถสร้างกลุ่มแฟนคลับที่รัก และชื่นชอบในเรื่องราวของเหล่าตัวละครที่มีชีวิตโลดแล่นอยู่ในเรื่องราวนั้นให้ได้ด้วย ย้อนกลับไปในช่วงที่ซีรีส์เรื่อง kingdom ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด ออกสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก ไม่มีใครคาดคิดว่าแค่การพลิกพล็อตเรื่องด้วยการหยิบเอาผีดิบสมัยใหม่อย่าง "ซอมบี้" มาใส่ไว้ในเกาหลียุคโบราณ จะสามารถทำให้เกิดเรื่องราวมากมาย ที่เต็มไปด้วยปมเล็กๆน้อยซ้อนทับกันอยู่อย่างแนบเนียนได้ขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นสงคราม การเมือง ความแค้น และวิธีการครองใจคน ทุกตัวละคร และทุกการเดินเรื่องได้ต่อยยอดให้ซีรีส์เรื่องนี้ สามารถสร้างจักรวาลผีดิบเป็นของตัวเองได้ภายใต้ชื่อ "kingdom"

.

แต่ทุกตำนานย่อมมีที่มา ทุกเรื่องเล่าย่อมมีจุดเริ่มต้น kingdom ก็เช่นกัน เรื่องราวใน ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด : อาชินแห่งเผ่าเหนือ จึงทำหน้าที่เปรียบเหมือนกับการพาผู้ชมย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นก่อนที่เหตุการณ์ทั้งหมดของสองซีซั่นหลักจะเกิดขึ้น ต่อไปนี้จะเป็นรีวิว และการสรุปภาพรวมของตอนพิเศษจาก kingdom ที่จะทำให้คุณรักซีรีส์เรื่องนี้มากยิ่งขึ้น

อันดับแรกที่ต้องชื่นชม คือ การเชื่อมต่อเรื่องราวจากสองซีซั่นหลัก ด้วยตัวละครที่ถูกเปิดตัวมาในซีซั่นสอง นั่นก็คือ "อาชินแห่งเผ่าเหนือ" รับบทโดย "จอนจีฮยอน" หญิงสาวผู้กุมความลับของ "สมุนไพรคืนชีพ" จุดเริ่มต้นเรื่องราวที่ทำให้เกิดโรคระบาดที่เมืองทงเร ก่อนจะลุกลามไปทั่วโชซอน สำหรับตัวละคร "อาชิน" นั้น แรกเริ่มเดิมที คือ ลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้านซองจอยาอิน พื้นที่ที่อยู่ขั้นกลางระหว่าง โชซอน และกลุ่มชนเผ่าทางตอนเหนือที่เรียกตัวเองว่า "ชนเผ่าพาจอวี"

.

โดยในช่วงต้นของเรื่อง หนังจะพาเราไปรู้จักกับชีวิตของ "อาชิน" ในวัยเด็ก ที่ตัดสินใจฝ่าฝืนกฏเหล็กเดินเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม "พเยซากุน" เพื่อตามหาสมุนไพรคืนชีพมาช่วยชีวิตแม่ของเธอ ตรงนี้ ขอบอกว่าไม่ต้องกลัว งง เพราะก่อนจะเปิดเข้าสู่เรื่องราวหลัก จะมีการบอกเล่า และพูดถึงจุดกำเนิดสมุนไพรคืนชีพให้เรารู้ก่อนเลยเป็นอันดับแรก และนอกจากนั้น เรายังจะได้พบกับความน่ากลัวของผีดิบที่ไม่ได้มาในรูปแบบ "คน" แต่มาในรูปแบบของ "สัตว์ป่า" ที่ต้องบอกเลยว่าดีไซน์ออกมาได้น่ากลัว และทำฉากต่อสู้ได้น่าตื่นเต้นมาก

.

สำหรับในช่วงกลางเรื่อง ไปจนถึงช่วงท้าย ก็ต้องยอมรับว่า หนังจะไม่ได้เน้นฉากเลือดสาด หรือเน้นความสะใจ วิ่งหลบซอมบี้แบบหนีตายเป็นหลักเหมือนซีซั่นหลัก แต่เน้นสร้างบรรยากาศ เพื่อให้ดราม่าของตัวละครที่เต็มไปด้วยไฟแค้นถูกขับออกมาให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าหลายฉาก จะชวนให้มีข้อสงสัย และตั้งคำถามไปกับเหตุผล และวิธีการของตัวละครอยู่บ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่า ด้วยแรงผลักดัน และปัจจัยต่างๆที่เกิดกับตัวละครอย่าง "อาชิน" ก็ทำให้เราพอจะเจ้าใจได้ ว่าทำไมเธอถึงตัดสินใจไปแบบนั้น

.

สำหรับพาร์ทการแสดงถือว่าทำออกมาได้ดีมากตามมาตรฐานเช่นเคยโดยเฉพาะการเล่นกับ CGI ที่ทำได้อย่างสมจริง และการใส่ดราม่าแบบเข้มข้นเพื่อหล่อหลอมให้ผู้ชมซึบซัมอารมณ์ความแค้นของตัวละครหลัก "อาชิน" ที่สั่งสมไว้ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งเติบโตมาเป็นสุดยอดนักแม่นธนูในเรื่อง นับว่าเป็นอีกหนึ่งบทบาทน่าสนใจ ที่เราได้เห็น "จอนจีฮยอน" ถ่ายทอดอารมณ์อันซับซ้อนของตัวละลครอย่าง อาชิน ออกมาได้อย่างสมจริง น่าเสียดายอย่างเดียวที่การถ่ายทอดเรื่องราวด้วยรูปแบบของภาพยนตร์ อาจจะยังไม่เพียงพอให้เราผูกพันเท่ากับตัวละครที่เราคุ้นเคยในซีรีส์ แต่ด้วยการเดินเรื่อง และการปิดท้ายที่เหมือนกับว่าการแก้แค้นเพิ่งจะเริ่มต้นแบบนี้ อาจจะเป็นการเปิดทางไว้ เพื่อให้ตัวละคร "อาชิน" กลับมามีบทบาทแบบเต็มที่อีกครั้งในซีซั่น 3 ก็เป็นไปได้

.

ใครที่อ่านรีวิวแล้วอยากตามไปดู

สามารถรับชมซับไทย และพากย์ไทยแบบถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ Netflix

 


.



Latest