4 ฉากบีบหัวใจจาก “Doom At Your Service” ตอนที่ 9-10
2021-06-14 11:57:09
Advertisement
คลิก!!!

สัปดาห์นี้ Doom At Your Service ได้นำเสนอแง่มุมของผู้คนที่กำลังเผชิญหน้ากับการสูญเสีย ว่าพวกเขาจะปฏิบัติตัวอย่างไร บางครั้งการมีเวลาเพื่อเตรียมตัวพบเจอกับสิ่งเลวร้าย อาจจะทำให้การเอ่ยคำร่ำลานั้นยากขึ้นกว่าเดิม ทักดงคยอง (รับบทโดย พัคโบยอง (Park Bo Young)) ทำสิ่งที่จะทำให้ทุกคนรอบตัวเธอมีความสุข แต่คนที่ทำให้เธออยากมีชีวิตอีกครั้ง กลับเป็นคนที่ต้องตายแทนหากเธอไม่ตาย

ยิ่งดูยิ่งบีบหัวใจผู้ชมเหลือเกิน!

คำเตือน: เนื้อหามีสปอยล์ตอนที่ 9 – 10 

1. ฉากช้อปปิ้งของทักดงคยอง

การใช้ชีวิตหาเงิน ทำให้บางครั้งคนเราก็ไม่มีเวลาเหลือมากพอที่จะใช้เงิน ทักดงคยองรู้แล้วว่า การทำงานคือปีศาจของสังคม เพราะเธอตระหนักได้แล้วว่า ในขณะที่เราทำงานเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไป แต่เราก็เสียสละชีวิตไปเพื่อการทำงานเช่นกัน

นี่เป็นครั้งแรกที่ดงคยองมีเวลาได้ทำอะไรอย่างที่เธอต้องการ โดยไม่ต้องกังวลถึงอนาคต เธอใช้เงิน และไม่กลัวที่จะอ้างถึงเรื่องการป่วยเพื่อให้ได้กระเป๋าที่อยากได้ แต่สิ่งที่ทำให้เศร้าคือ เธอซื้อสิ่งของเหล่านี้ ไม่ใช่เพื่อตัวเธอเอง แต่เพื่อคนรอบข้างของเธอในยามที่เธอจากไปแล้ว

 

เธอซื้อรองเท้าให้ซอนคยอง (รับบทโดย ดาวอน (Dawon) วง SF9), ปากกาหมึกซึมให้กับ นาจีนา (รับบทโดย ชินโดฮยอน (Shin Do Hyun) และกระเป๋าถือให้กับ คังซูจา (รับบทโดย อูฮีจิน (Woo Hee Jin)) ดงคยองใช้เงินของเธอเพื่อซื้อของที่เธอไม่เคยเห็นคนที่เธอรักได้ใช้ เธอให้ของขวัญตัวเองด้วยการถ่ายภาพคู่กับมยอลมัง (รับบทโดย ซออินกุก (Seo In Guk)) เพียงเท่านั้น และเขาให้รางวัลเธอด้วยการมอบความฝัน ฝันที่ทำให้เธอเห็นอนาคตที่คนที่เธอรักใช้สิ่งของที่เธอมอบให้ อนาคตที่เธอยังมีชีวิตอยู่

แต่ดงคยองไม่ใช่คนเดียวที่มีสิ่งที่ต้องทำ ความฝันนั้นไม่ใช่แค่เพื่อเธอเท่านั้น

 

2. ความปรารถนาของมยองมัง

Doom At Your Service มักจะนำเสนอเรื่องราวของความอ่อนแอของมนุษย์ การต้องรับมือกับสิ่งที่ไม่ยั่งยืน อย่างความฝัน, ความรัก, เสียงหัวเราะ และความสนุกในทุกวัน สำหรับมยอลมัง เขาต้องมองสิ่งเหล่านั้นหายไปจนเกือบจะกลายเป็นความเคยชิน แต่ตอนนี้เขากลับพบว่าชีวิตมนุษย์นั้นช่างท้าทายและสวยงามเป็นครั้งแรก ความเศร้าของเขาคือการที่มีชีวิตอยู่นิรันดร์ในขณะที่โลกเปลี่ยนไปและเสื่อมถอยลงทุกวัน แต่การเดิมพันของเขากับดงคยอง ทำให้เขามีความใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้น

ตอนนี้เขาไม่ได้มีชีวิตเป็นอมตะอีกต่อไปแล้ว ชีวิตของเขาตอนนี้ถูกนับไปพร้อมกับดงคยอง และดูเหมือนว่าเขาอาจจะตายแทนดงคยองได้ ทำให้ระหว่างที่เธอทำสิ่งที่อยากทำ เขาก็ทำด้วยเช่นกัน เขาขอโทษซนยอชิน (รับบโดย จองจีโซ (Jung Ji So)) ที่ทำให้พอใจ และมอบความฝันที่มีความสุขให้กับดงคยอง

สิ่งที่เขาอยากทำให้คนรอบตัวมีน้อยมาก เพราะรอบตัวเขาไม่มีคนที่รักเขาแล้ว ตอนแรกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาทำสิ่งที่ดงคยองทำ และเมื่อรู้ เขาบอกรักเธอ และพูดคำหวานกับเธอ รวมถึงแกล้งให้เธอมีความสุข ความโรแมนติกที่เขามีให้ ทำให้ดงคยองตกใจ แต่ก็พอเดาได้ว่านี่คือการความพยายามบอกลาของทั้งคู่ มันยิ่งทำให้ยากมากขึ้นไปอีกเมื่อเวลาที่ต้องบอกลาใกล้เข้ามาทุกที


3. ดงคยองร้องไห้เป็นครั้งแรกหลังจากผ่านมาหลายสิบปี

มยอลมังเริ่มเรียนรู้การเป็นมนุษย์มากขึ้น เขาเริ่มรู้ว่าดงคยงกำลังคิดอะไรอยู่ เขาเรียนรู้ที่จะมองเธอในแบบมนุษย์คนอื่นมอง และเห็นว่าการร่ำลากำลังจะมาถึง สิ่งที่เขาเห็นคือ เธอมักจะทำตัวเข้มแข็งมาโดยตลอด เพื่อเป็นที่พึ่งในกับซอนคยอง เพื่อหาเงิน และแบ่งเบาภาระให้กับน้าของเธอ ชีวิตของเธอวุ่นจนไม่มีเวลาพัก กัดกินพลังชีวิตของเธอไปจนลืมความหมายของการมีชีวิตอยู่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอไม่อยากมีชีวิต มยอลมังเห็นมันตั้งแต่ต้น ตั้งแต่เริ่มแรกที่เธอมีท่าทีที่แปลกไม่เหมือนคนอื่นเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นโรคร้าย เขาเห็นว่าเธออดกลั้นความอ่อนแอของตัวเองเอาไว้ จนไม่สามารถร้องไห้ออกมาได้ เธอกดทุกอย่างลงไป เพราะเธอต้องทำ ไม่ใช่เพราะอยากทำ จนมาถึงจุดหนึ่งที่เธอลืมไปว่าการใช้ชีวิตโดยไม่ต้องกดความเจ็บปวดเอาไว้นั้นเป็นอย่างไร

การปรากฏตัวของมยอลมังและโรคมะเร็งของดงคยองเปลี่ยนเธอไปทุกอย่าง เธอเริ่มต้นใช้ชีวิตของตัวเอง ในแบบที่ตัวเองต้องการ เธอออกจากงาน, ไม่ยอมคนอีกต่อไป และทำสิ่งที่ทำให้เธอมีความสุข เธอเริ่มจำได้ว่าการมีชีวิตอยู่มันเป็นอย่างไร มันทำให้เธออยากมีชีวิตต่อไปอีกนิด แต่หากเธอไปบอกจีนา, ซอนคยอง และน้าของเธอว่าเธออยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป มันคงจะทำให้พวกเขาทำใจได้ยากขึ้นเมื่อเธอจากโลกนี้ไปแล้ว รวมถึงไม่กล้าพูดกับมยองมังเพราะเขาคงจะบอกว่าเขายินดีตายแทนเธอ เธอไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น เรื่องนี้ทำให้เธอเงียบ และกดมันเอาไว้อีกครั้ง แต่สุดท้ายดงคยองก็ไม่สามารถทนต่อไปได้ ตอนที่มยองมังเข้ามาจับมือเธอไว้เพื่อชาร์ตพลัง พัคโบยองแสดงฉากนี้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เธอร้องไห้ เหมือนกับว่าลืมไปแล้วว่าร้องยังไง จากนั้นพวกเขาก็กอดกัน พร้อมเอ่ยคำพูดในสิ่งที่ตัวเองอยากให้เป็น

 


4.เหตุผลของชาจูอิก 

ฉากนี้ไม่ได้บีบหัวใจมากนัก แต่เหมือนกับเป็นการคลี่คลายปมในใจของตัวละครอีก 3 ตัวละคร ได้แก่ จูอิก (รับบทโดย อีซูฮยอก (Lee Soo Hyuk)) ที่เขาได้เปิดเผยเหตุผลที่จูบ จีนา ที่ถึงแม้จะฟังดูหยาบคาย แต่ก็ซื่อตรงในแบบของเขา จูอิกไม่ได้ตกหลุมรักจีนา แต่เพราะเขารู้จัก อีฮยอนคยู (รับบทโดย คังแทโอ (Kang Tae Oh)) ทำให้เขาอยากให้จีนาไปพบคนใหม่ที่ดีกว่าฮยอนคยู ฮยอนคยูเป็นเพื่อนที่ดีได้ และเป็นเจ้านายที่ดีของซอนคยอง แต่เขาไม่ใช่คนที่จะเป็นคนรักที่ดี

จีนาถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ฟังทุกอย่างจากปากเขา และโทษเขาที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฮยอนคยูจบลง อย่างไรก็ตาม เขายังคงพูดถูก เพราะความจริงแล้ว ฮยอนคยูไม่ใช่แฟนที่ดี นิสัยที่หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่เขาทำเมื่อ 9 ปีก่อน ที่เขาหายไปแล้วไปตอบข้อความเธอ และหลังจากนั้นก็ไม่ติดต่อเธอมาอีกเลย ฮยอนคยูกับจีนาไม่น่าจะไปกันได้ หรือหากคบกันต่อ แล้วไปกันรอดก็เพราะจีนาเป็นคนที่แคร์มากกว่า แต่ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนยอมใช้ชีวิตแบบนั้นหรอก

 

อย่างไรก็ตาม ถ้าจูอิกไม่เข้ามาแทรก จีนาก็คงไม่รู้ตัวว่าตัวเองยังคงจมอยู่กับความรักครั้งนั้น เธอไม่เคยเขียนพระเอกแบบอื่นมาเป็นเวลาหลายปี และใช้นามปากกาว่าเป็นชื่อ 2 พยางค์แรกของฮยอนคยู ดูมาถึงตรงนี้ จูอิกอาจจะไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับเธอเช่นกัน เธอดูเหมือนจะยังมีใจให้กับฮยอนคยู เอาเป็นว่า 3 คนนี้คงต้องติดตามกันต่อไป แต่การที่จะกลับไปหาแฟนเก่าที่หนีหน้ากันกว่า 9 ปี และยังไม่เปลี่ยนนิสัยเดิม ไม่ได้เป็นความคิดที่ดีเลย!

 

สำหรับตอนหลังจากนี้ ดูเหมือนว่าผู้ชมก็คงจะไม่ได้หัวเราะกันเท่าร้องไห้แล้วล่ะ เพราะเวลาแห่งความตายของดงคยองและมยอลมังใกล้เข้ามาทุกที นอกจากพวกเขาแล้วยังมีอาการของซนยอชินที่แย่ลง ถึงแม้เธอจะยังไม่บอกให้พวกเขารู้ก็ตาม ในตัวอย่างตอนต่อไป ซนยอชินได้เสนอการแก้ปัญหา ด้วยการลบพวกเขาออกจากชีวิตของกันและกัน และไม่เคยทำสัญญากัน มยอลมังต้องสูญเสียทุกอย่าง แต่เขาอาจจะตกลงเพราะนั่นทำให้หญิงสาวที่เขารักมีชีวิตต่อไป หากพวกเขาจดจำกันไม่ได้


เรื่องราวของดงคยองและมยอลมังจะเป็นอย่างไรต่อไป? สัปดาห์หน้าจะจบแบบพวกเขาตื่นขึ้นมาแล้วจำกันและกันไม่ได้หรือไม่? ติดตามกันได้ใน Doom At Your Service ตอนต่อไป!

ที่มา  https://www.soompi.com

 


.



Latest