SM และ YG ถูกลดระดับมูลค่าหุ้นบริษัทจากระดับบลูชิพ เป็น หุ้นขนาดกลาง จากผลประกอบการที่ย่ำแย่และการขาดทุนมากขึ้น
2021-05-06 19:00:48
Advertisement

บริษัท SM Entertainment และ YG Entertainment ถูกลดระดับความน่าเชื่อถือของบริษัทในตลาดหุ้นจากระดับท็อปที่มีหุ้นระดับบลูชิพ สู่ ระดับกลาง โดยตลาดหลักทรัพย์เกาหลี ได้ประกาศเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ว่ามีการปรับระดับสถานะของบริษัทเนื่องจากผลประกอบการที่ย่ำแย่และมูลค่าขาดทุนที่มากขึ้น

สำหรับ SM Entertainment ได้รับการเลื่อนระดับเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2008 ส่วน YG Entertainment ได้รับการปรับระดับเมื่อเดือนเมษายน ปี 2013

ตลาดหลักทรัพย์เกาหลี มีเกณฑ์ในการแต่งตั้งบริษัทให้อยู่ในระดับบลูชิพ ต้องมีต้นทุนของเงินทุนจากส่วนของผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 7 หมื่นล้านวอน (ประมาณ 2 พันล้านบาท) และมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเฉลี่ยมากกว่า 1 แสนล้านวอน (ประมาณ 2.8 พันล้านบาท) ในระยะเวลา 6 เดือนย้อนหลัง ต้องไม่มีการด้อยค่าทางทรัพย์สิน หรือต้นทุนของบริษัทไม่น้อยกว่ามูลค่าในตลาดหลักทรัพย์ และบริษัทต้องรักษาอัตราส่วนทางการเงินที่เปรียบเทียบระหว่าง กำไรสุทธิ และ ส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ให้ไม่น้อยกว่า 5% โดยมีกำไรอย่างน้อย 3 พันล้านวอน (ประมาณ 83 ล้านบาท) และยอดขายมากกว่า 5 หมื่นล้านวอน (ประมาณ 1.3 พันล้านบาท) ตลอด 3 ปีย้อนหลัง

 

หากพิจารณาจากขนาดบริษัทเพียงอย่างเดียว SM Entertainment และ YG Entertainment ยังสามารถคงระดับเอาไว้ได้ ตามข้อมูลจากปี 2020 SM Entertainment มีต้นทุนของเงินทุนจากส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 6.08 แสนล้านวอน (ประมาณ 16,000 ล้านบาท) และ YG Entertainment มีต้นทุนของเงินทุนจากส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4.31 แสนล้านวอน (ประมาณ 11,900 ล้านบาท) ซึ่งเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ รวมถึงยอดขายตลอด 3 ปีก็เกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้เช่นกัน จากรายงานเปิดเผยว่า SM Entertainment มียอดขาย 6.17 แสนล้านวอน (ประมาณ 17,000 ล้านบาท) ในขณะที่ YG Entertainment มียอดขาย 2.59 แสนล้านวอน (ประมาณ 7,100 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม SM Entertainment และ YG Entertainment มีกำไรสุทธิและอัตราส่วนทางการเงินที่เปรียบเทียบระหว่าง กำไรสุทธิ และ ส่วนของผู้ถือหุ้นตกลงอย่างมาก ทำให้บริษัทถูกลดระดับ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา SM Entertainment ขาดทุนต่อปีอยู่ที่ 24.4 พันล้านวอน (ประมาณ 65 ล้านบาท) ในขณะที่ YG Entertainment ขนาดทุนเฉลี่ยต่อปีที่ 1.8 พันล้านวอน (ประมาณ 49 ล้านบาท) ทำให้อัตราส่วนทางการเงินที่เปรียบเทียบระหว่าง กำไรสุทธิ และ ส่วนของผู้ถือหุ้นของ SM Entertainment ติดลบ 3.8% ต่อปี ในขณะที่ YG Entertainment ติดลบ 0.5%


ปี 2020 ถือเป็นปีที่ SM Entertainment สูญเสียรายได้อย่างหนัก โดยบริษัทขาดทุนสุทธิไปเป็นมูลค่า 80.3 พันล้านวอน (ประมาณ 2.2 พันล้านบาท) สาเหตุหลักมาจากการระบาดของไวรัส COVID-19 ในขณะที่ YG Entertainment มีกำไรสุทธิ 3.20 พันล้านวอน (ประมาณ 88 ล้านบาท) แต่สูญเสียรายได้ไปกับปี 2019 ประมาณ 24.6 พันล้านวอน (ประมาณ 682 ล้านบาท) ทำให้กำไรเฉลี่ย 3 ปีเหลืออยู่แค่ 1.80 พันล้านวอน (ประมาณ 49 ล้านบาท)


ตอนนี้มีแค่ JYP Entertainment ที่ยังมีหุ้นอยู่ในระดับบลูชิพจากบริษัท Big 3 ของวงการเคป็อป ถึงแม้ JYP Entertainment จะมียอดขายเฉลี่ยต่ำที่สุด (142 พันล้านวอน, ประมาณ 3.9 พันล้านบาท) แต่กำไรสุทธิเฉลี่ย 3 ปีของบริษัทอยู่ที่ 28.4 พันล้านวอน (ประมาณ 785 ล้านบาท) และมีอัตราส่วนทางการเงินที่เปรียบเทียบระหว่าง กำไรสุทธิ และ ส่วนของผู้ถือหุ้นสูงถึง 18%

 

ที่มา: The Bell
 

.



Latest