ซงจุงกิ (Song Joong Ki) พูดถึงบทบาทใน “Vincenzo”, เคมีของเขากับ จอนยอบิน (Jeon Yeo Bin), โปรเจคในอนาคต และอื่นๆอีกมากมาย
2021-05-04 08:52:33
Advertisement
คลิก!!!

ซงจุงกิ (Song Joong Ki) ได้ร่วมให้สัมภาษณ์ในวันที่ 3 พฤษภาคม หลังจากซีรีส์เรื่อง Vincenzo ทางช่อง tvN ผลงานเรื่องล่าสุดของเขาปิดฉากอย่างสวยงาม

ซงจุงกิเริ่มต้นการสัมภาษณ์ว่า “ก่อนอื่นเลย นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกกดดันแค่นิดหน่อยเกี่ยวกับตัวละครของตัวเอง ไม่ได้รู้สึกว่าต้องแบกรับภาระหนักอึ้ง เพราะในหลายฉากผมได้สดงกับผู้เช่าในกึมกาพลาซ่า ผมรู้สึกผูกพันกับนักแสดงที่รับบทเป็นผู้เช่าในกึมกาพลาซ่า ทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือกดดัน อาจจะบอกได้ว่า ‘พวกเราสนุกด้วยกันมากครับ’”

เขาพูดกระแสตอบรับเป็นอย่างดีสำหรับซีรีส์เรื่องนี้ว่า “ทุกครั้งที่ตอนใหม่ออกอากาศ ผมจะได้ยินจากทีมงานของบริษัท แล้วก็ทีมงานในกองถ่ายจะรีบมาบอกเราเลยว่า ฉากไหนที่กำลังถูกพูดถึงอยู่ในอินเตอร์เน็ต ผมเลยรู้ครับว่าเรื่องนี้กระแสดี”

เขายังพูดถึงคอมเม้นท์ที่ผู้ชมบอกว่าตัวร้ายในซีรีส์ถูกลงโทษอย่างโหดเหี้ยมเกินไป “คอมเม้นท์แบ่งเป็น 2 เสียงครับ บางคนบอกรุนแรงไป ส่วนบางคนไม่ได้คิดแบบนั้น [ระหว่างถ่ายทำ] ผมคิดว่า ‘คนดูต้องมีความเห็นที่แตกต่างแน่นอน’ สำหรับส่วนตัวแล้ว ผมไม่ได้คิดว่ามันโหดเหี้ยมครับ ในทางตรงข้ามผมคิดว่าเราควรจะแข็งแกร่งกว่าพวกเขา ผมคิดว่าคนเลวร้ายแบบพวกเขาสมควรจะได้รับโทษแบบนั้นแล้ว ผมคิดว่าตัวละครที่ทำเรื่องชั่วร้ายก็ต้องถูกลงโทษตามสมควรในแบบที่ตัวละครของพวกเขาเป็น”


ซงจุงกิได้พูดถึงฉากแอคชั่นที่เขาได้แสดงในซีรีส์ เขาบอกว่าไมได้ลำบากมากในการแสดง เพราะ ฮอมยองฮึง ผู้กำกับฉากแอคชั่นไม่ได้โฟกัสการเคลื่อนไหวมากนัก เขาเน้นไปที่อารมณ์มากกว่า “ปกติแล้ว เราจะถ่ายทำฉากที่ต้องมีบทพูดกับฉากแอคชั่นแยก แต่อันนี้ผมคิดถึงฉากนี้แบบรวมกันไปเลย ทำให้มันไม่ได้ยากขนาดนั้นครับ”

สำหรับความท้าทายใหม่ในเรื่อง Vincenzo น่าจะเป็นการแสดงฉากคอมมิคในซีรีส์ รวมถึงการต้องพูดภาษาอิตาเลี่ยน 

“ผมไม่แน่ใจว่าฉากคอมมิคของผมจะได้รับฟีดแบคในทางบวกหรือเปล่า” เขาเล่าต่อ “ผมไม่ค่อยพอใจฉากที่ต้องแสดงแบบคอมมิคและฉากที่ต้องพูดภาษาอิตาเลี่ยนของตัวเอง การถ่ายทำเรื่องนี้ทำให้ผมนึกขึ้นมาได้อีกครั้งว่าการแสดงคอมเมดี้เป็นการแสดงแนวที่ยากที่สุด ผมคิดว่าผมทำได้ไม่ดีครับ ส่วนตัวผมไม่ค่อยพอใจ”

เขาบอกว่านักแสดงที่มารับบทเป็นผู้เช่าในกึมกาพลาซ่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงคอมเมดี้และช่วยเหลือเขาได้เป็นอย่างมาก

สำหรับการแสดงเป็นชาวอิตาเลี่ยน ซงจุงกิบอกว่า “ผมคิดว่ามันจะดีกว่านี้ถ้าผมฝึกนานกว่านี้หน่อย ผมว่าการแสดงโดยพูดภาษาต่างประเทศจะดีขึ้นถ้าคุณใช้เวลากับมันให้มาก และส่วนตัวผมไม่ค่อยพอใจครับ” เขาเปิดเผยว่า “ผมซ้อมตลอดและจำบทกับครูชาวอิตาเลี่ยนของผม ผมพยายามสุดความสามารถที่จะออกเสียงให้ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนแรกวินเซนโซ่เป็นตัวละครที่มาจากทางใต้ของอิตาลี ซึ่งสำเนียงพูดยากมาก เราเลยเปลี่ยนให้เขามาจากอิตาลีตอนกลางแทน ผมให้ความสำคัญกับรายละเอียดแบบนี้ครับ”

เมื่อถามถึงนักแสดงที่เขาคิดว่ามีเคมีเข้ากันได้ดีที่สุด เขาเลือก จอนยอบิน (Jeon Yeo Bin) ซึ่งรับบทเป็น ฮงชายองอย่างง่ายดาย เขาอธิบายว่า “คุณอาจคิดว่าผมจะไม่เลือกใครคนใดคนหนึ่งเพราะจะทำให้ตัวละครอีกคนเสียใจเพราะในเรื่อง วินเซนโซ่ เกี่ยวข้องกับหลายคน แต่ผมขอเลือก ฮงชายอง ตัวละครของจอนยอบิน เพราะว่าตัวละครฮงชายองน่ารักมากครับ ถ้าทำให้คนอื่นผิดหวังก็คงต้องขออภัย ส่วนตัวผมคิดว่าเธอเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์ และรู้สึกเข้าถึงเวลาแสดงด้วยกัน ทั้งจอนยอบิน และ ฮงชายอง เติบโตขึ้นมาพร้อมกับผมเลยครับ”


ซงจุงกิพูดถึงการเปลี่ยนแปลงหลังจากได้ร่วมงานกับเรื่อง Vincenzo ถึงแม้เขาจะไม่มั่นใจในการแสดงบทคอมเมดี้ แต่ท้ายที่สุดเขาสามารถก้าวผ่านความรู้สึกนั้นมากได้ ซงจุงกิอธิบายว่า “สิ่งที่ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดคือ ผมถามตัวเองว่า ‘แล้วผมจะทำอะไรถ้าผมไม่ร่วมโปรเจคนี้?’ นั่นคือสิ่งที่ผมคิดครับ”

ซงจุงกิพูดถึงความคิดเห็นของผู้ชมที่บอกว่า วินเซนโซ่ จะเป็นบทที่ผู้คนจดจำเขาไปได้อีกยาวนาน เขาเห็นด้วยและบอกว่า “ผมรู้สึกสนุกที่สุดตอนที่แสดง มันคงเป็นบทที่ผมจดจำไปอีกนาน” ซงจุงกิพูดถึงคอนเซ็ปต์มาเฟียของซีรีส์ว่า “มันทำให้รู้สึกองอาจ สง่า หลายคนอาจจะคิดว่าเราใช้คอนเซ็ปต์นี้เพราะไม่มีอย่างอื่นเหลือแล้ว แต่ผมไม่ได้คิดแบบนั้นครับ” ซงจุงกิอธิบายว่าเขาทึ่งเพียงใดตอนที่ได้อ่านบทและเรื่องย่อที่นักเขียนบทพัคแจบอมบรรยายถึงจุดประสงค์เบื้องหลังของซีรีส์เรื่องนี้ “ผมเข้าใจความโกรธเคืองของเขาต่อสังคม ทำให้ผมเข้าใจว่าทำไมถึงต้องใช้คอนเซ็ปต์มาเฟีย และผมคิดว่ามันมีเสน่ห์ครับ”


วินเซนโซ่เป็นฮีโร่สายดาร์กที่เอาชนะเหล่าคนชั่วด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยมไม่แพ้กัน ซึ่งซงจุงกิบอกว่าเขาแอบรู้สึกเสียใจที่ตัวละครร้ายกาจแบบวินเซนโซ่ได้รับความรักมากมายจากผู้ชม “ตอนได้อ่านบท ผมรู้ว่างานของพัคแจบอมจะเป็นแนวคอมเมดี้ แต่ก็คิดว่ามันเป็นแนวน่าเศร้าเหมือนกัน เหตุผลที่ผู้ชมดันมาเชียร์วินเซนโซ่ ซึ่งก็เป็นผู้ร้าย มันน่าเศร้าครับ”
 

เขาพูดต่อ “ผมคิดว่าเรื่องราวใน Vincenzo ใกล้เคียงกับเรื่องจริง มีแค่วินเซนโซ่ที่เป็นตัวละครเหนือความจริงไป ชีวิตจริงมีคนชั่วอยู่มากมาย นักเขียนบทใช้คนเหล่านั้นอ้างอิงสำหรับเขียนตัวละคร เลยมีฉากที่ได้ระบายอารมณ์อยู่หลายฉากครับ”

เขาพูดถึงฉากจบของตอนที่ 16 ซึ่งเป็นฉากที่วินเซนโซ่ไปเจอกับ 4 ผู้ร้าย “พวกเราฝึกซ้อมกัน และตอนที่ตัวละคร ชเวมยองฮี (รับบทโดย คิมยอจิน (Kim Yeo Jin)) และ จางฮันซอก (รับบทโดย แทคยอน (Taecyeon) วง 2PM) คุกเข่าต่อหน้าผม ตอนที่ผมเดินเข้าไป มันเหมือนกับได้ระบายอารมณ์แปลกๆครับ”

สำหรับความเป็นไปได้ของซีซั่น 2 ซงจุงกิบอกว่า “ตอนนี้ยังไม่มีการพูดคุยถึงซีซั่น 2 ครับ ผมรู้สึกขอบคุณที่หลายคนอยากให้มีภาคต่อ แต่ตอนนี้ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะพูดคุยกันเรื่องภาค 2 เลยครับ”

ซงจุงกิได้พูดถึงแผนการในอนาคตของตัวเองว่า “ผมยังไม่ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับโปรเจคต่อไปเลยครับ Bogotá ซึ่งหยุดไปเพราะ COVID-19 น่าจะเริ่มถ่ายทำในเกาหลีอีกครั้งในเดือนนี้ และเพราะไปโคลอมเบียไม่ได้ ผมได้ยินมาว่าพวกเขาจะใช้เทคนิคพิเศษ โปรดิวเซอร์และนักลงทุนคงรู้สึกแย่จากการที่มันต้องหยุดกลางคัน แต่ผมจะทำงานออกมาให้ดี ในฐานะนักแสดงนำครับ”

ซงจุงกิยังบอกอีกว่า “ผมจะเข้าร่วมงานประกาศรางวัล Baeksang Arts Awards ครับ ผมรู้สึกขอบคุณที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ผมจะไปสนุกกับงาน ที่ผมสนใจคือรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม ซึ่งผู้กำกับ คิมฮีวอน จาก Vincenzo ได้รับการเสนอชื่อเช่นกันครับ”

 

ที่มา ( 1 ) ( 2 ) ( 3 ) ( 4 ) ( 5 )

 


.



Latest