#JusticeForSeungri ขึ้นเทรนด์ทั่วโลก เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมในการสืบสวนคดีของซึงริ (Seungri)
2021-04-06 19:48:42
Advertisement
คลิก!!!

แฟนเคป็อปทั่วโลกต่างพร้อมใจกันติดแฮชแท็ก #JusticeForSeungri เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อเผยแพร่ข่าวใหม่เกี่ยวกับคดีของ ซึงริ (Seungri) อดีตไอดอลที่อำลาวงการและตอนนี้เขากำลังอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพเกาหลี หลังจากชาวเน็ตพบว่าคดีฟ้องร้องที่เกิดขึ้นมาจากขั้นตอนการสืบสวนที่น่าสงสัยขององค์กรบังคับใช้กฎหมายในเกาหลีใต้ 

- พยานคิม: (ก่อนขั้นตอนการไกล่เกลี่ย) หมายที่เรียกไปสืบสวนระบุชื่อของยูอินซอก ไม่ใช่ ซึงริ

- พยานพัค: (พูดถึงเหตุผลที่เขาเอ่ยชื่อซึงริ) ฉันรู้สึกผิดต่อจำเลย ตอนนั้นมีการใช้จิตวิทยาทำให้ฉันไม่สามารถตั้งใจฟังข้อหาของเขาได้ #JusticeForSeungri

- จำตอนที่ซึงริ ถูกกล่าวหาจาก @.silkyloona และแฟนคลับไม่ลังเลที่จะเชื่อคำพูดของเธอ โดยไม่คำนึงว่ามันเป็นความจริงหรือเปล่าได้ไหม!!?? ตอนนั้นไม่มีหลักฐานด้วยซ้ำ แค่ทวิตของคนคนหนึ่ง มันทำลายชีวิตของซึงริ แค่จากข่าวลือนี้ ตั้งแต่ปี 2019 จนถึงตอนนี้ฉันก็ยัง #JusticeForSeungri

- จำตอนที่ SBS ออกมาบอกว่าสิ่งที่สื่อทำกับซึงริไม่ยุติธรรมได้ไหม พวกเขาละเมิดสิทธิของซึงริ 

- สิ่งสำคัญที่ต้องจำเลยคือ ซึงริ ไม่ได้ถูกจับได้ว่ากระทำผิด เขาอาสาเข้าไปสืบสวนเอง เพื่อทำให้ข้อสงสัยเกี่ยวกับเขาชัดเจน หลังจากการสืบสวนผ่านมา 2 ปี ผ่านการพิจารณาในชั้นศาลมาแล้ว 13 ครั้ง ไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาต่างๆได้ #JusticeForSeungri

 

ขณะนี้ซึงริกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีทั้งหมด 9 ข้อหาโดยศาลทหารยงอิน หลังจากการพิจารณาคดีถูกพักไปมากกว่าครึ่งปี หลังจากเขาถูกฟ้องร้องโดยไม่มีการควบคุมตัว เมื่อเดือนมกราคม ปี 2020 ซึงริไม่ยอมรับความผิดทุกข้อหา ยกเว้นข้อหาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย หลังจากการพิจารณาคดีครั้งที่ 4 อัยการยังไม่สามารถหาหลักฐานจากพยานของตัวเองที่สามารถใช้ยืนยันการกระทำความผิดของซึงริได้

รานงานข่าวเกี่ยวกับการพิจารณาคดีของซึงริครั้งก่อนหน้า เปิดเผยว่าคำให้การของพยานฝั่งอัยการนั้นกลับไปกลับมาระหว่างการสืบสวนของตำรวจ พวกเขาบอกในชั้นศาลว่าซึงริไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อหาต่างๆที่เขาถูกฟ้องร้อง ในขณะที่พยานหลายคนบอกว่าระหว่างที่ถูกให้ปากคำ ตำรวจมีการกดดันและถามคำถามชี้นำเพื่อให้พวกเขาพูดในสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น พยานอีกคนสาบานว่าตำรวจได้ใส่รายละเอียดที่เขาไมได้พูดลงไปในคำให้การของเขาที่นำไปสู่การกล่าวหาต่อซึงริ

 

หลังจากได้ฟังคำพูดของพยาน หัวหน้าผู้พิพากษาบอกว่าเขาจะพิจารณาคดีอย่างรอบคอบมากขึ้นเพราะคำให้การจากพยานนั้นไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันเป็นอย่างมาก ทนายของซึงริกล่าวในชั้นศาลว่าเขาไม่เคยเจอคดีที่คำให้การที่ให้ต่อตำรวจ และคำให้การในชั้นศาลแตกต่างกันขนาดนี้ นอกจากนี้ยังได้ชี้ให้เห็นถึงการกระทำที่น่าสงสัยในทีมเจ้าหน้าที่สืบสวนที่น่าจะปฏิบัติงานภายใต้ความกดดันทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับข่าวเรื่อง Burning Sun (ภายหลังพบว่าเป็นเรื่องอื้อฉาวที่สร้างขึ้นเพื่อหันเหความสนใจจากสาธารณะชน) และพบว่ามีการใช้คำถามชี้นำที่ผิดจริยธรรมเพื่อฟ้องร้องซึงริโดยไม่สามารถโต้แย้งได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายให้ความเห็นว่าความประพฤติมิชอบของตำรวจ, การใช้อำนาจในทางที่ผิด และการสืบสวนอย่างมีอคดี มีผลอย่างมากในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับคนระดับสูงเช่นนี้

 

- ฉันยังคงหัวเสียที่คนต่างตัดสินซึงริจากสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ (หรือไม่รู้ด้วยซ้ำ) เพราะแค่เขามีชื่อเสียง เอาจริง คิมซังคโยหน่ะแหละเป็นอาชญากรตัวจริง แต่กลับมองเป็นฮีโร่ แค่ภาพจาก CCTV และคำพูดของเขาทางโทรทัศน์เท่านั้น 

- เขายื่นแสดงเจตจำนงให้ตำรวจสอบสวนตัวเอง ยื่นต่อกองอำนวยการกองทัพเพื่อเลื่อนการเข้ากรมเพื่อที่จะได้ให้ความร่วมมือกับการสืบสวนอย่างเต็มที่ เขาไม่ได้รับความสนใจจากสื่อ เขายืนยันความบริสุทธิ์ตั้งแต่แรก และยังคงทำแบบนั้นตลอดมา

- สื่อหลายเจ้าไม่สนใจจะทำข่าวการพิจารณาคดีล่าสุดของซึงริก็เพราะไม่อยากเปลี่ยนทิศทางการนำเสนอข่าว ทั้งที่พยานยืนยันว่าตำรวจชี้นำพวกเขาให้พูดถึงเรื่องซึงริที่มีผลต่อข้อหาและทำให้คำให้การของพวกเขาเป็นเท็จ

- ซึงริพูดความจริงตั้งแต่วันแรก แต่ไม่มีใครอยากฟัง สื่อปฏิเสธไม่ให้เขาพูดความจริง และตอนนี้ทุกอย่างกำลังถูกเปิดเผยออกมาแล้ว!

จากคำให้การของของพยานที่ไม่น่าเชื่อถือในชั้นศาล รวมถึงไม่มีหลักฐานที่สามารถยืนยันการกระทำความผิดของซึงริได้ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าข้อหาต่างๆของซึงริจะถูกยกฟ้อง

แฟนคลับต่างออกมาให้ความสนใจกับข่าวนี้ และออกมาติดแฮชแท็กทางโซเชียลมีเดียเพื่อช่วยกู้คืนชื่อเสียงของซึงริ ที่พวกเขาคิดว่าเป็นเหยื่ออีกคนหนึ่งของวัฒนธรรมสื่อที่ไม่นิยมออกมาแก้ข่าวในภายหลัง แฟนคลับเรียกร้องให้สื่อออกมาเขียนข่าวของซึงริ โดยเล่าเรื่องตั้งแต่ต้น จนถึงการพิจารณาคดีทุกครั้งที่ไม่มีหลักฐานมากพอจะชี้ชัดว่าเขาได้กระทำความผิด และไม่สามารถเอาผิดจากข้อหาที่ฟ้องร้องต่อเขาได้

 

 


.



Latest