เรื่องราวของ ‘เยจี’ ITZY: จากเด็กสาวที่ต้องต่อสู้กับโรคร้าย ผู้กลายมาเป็นไอดอลชื่อดังของวงการ
2020-10-01 15:44:20
Advertisement
I Birth of a Beauty ดูย้อนหลังได้ที่ Viuคลิก!!!

เรื่องราวอันเปรียบได้กับโชคชะตา ที่ทำให้ ‘เยจี’ และ ‘MIDZY’ ได้มีโอกาสมาพบกันในวันนี้

 

กว่าจะกลายมาเป็นที่รู้จักกันในฐานะนักเต้นเท้าไฟ และลีดเดอร์ผู้มากไปด้วยความสามารถประจำวงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป ‘ITZY’ อย่างในทุกวันนี้นั้น ‘เยจี’ ต้องมีผ่านเผชิญกับเส้นทางชีวิตอันแสนเจ็บปวดในวัยเด็ก ที่ซึ่งเธอนั้นก็ไม่ยอมแพ้ และเลือกที่จะยืนหยัดต่อสู้จนกระทั่งเธอสามารถเอาชนะมันได้ในท้ายที่สุด

 

‘เยจี’ นั้นเกิดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2000 ณ เมืองโซล อย่างไรก็ดี ครอบครัวได้พา ‘เยจี’ ย้ายไปตั้งถิ่นฐานที่เมืองจอนจูในเวลาต่อมา และตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วที่ ‘เยจี’ นั้นมีความฝันที่ต้องการจะเป็นหนึ่งใน ‘สตาร์’ ของวงการบันเทิง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัจจุบันนี้ ‘เยจี’ จะเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเมนเต้นประจำวง ‘ITZY’ แต่เดิมทีแล้วในอดีตนั้น ‘เยจี’ กลับเกลียดการเต้นมาก ๆ 

และเพราะไม่ชอบที่จะต้องเต้น ‘เยจี’ จึงมีแผนสำรองหากเธอไม่มีโอกาสได้เดบิวต์ในวงการบันเทิง อันเนื่องมาจากการเต้น ซึ่งนั่นก็คือ การเป็นนักกีฬาฟุตบอล นั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม นั่นก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวขำขัน น่ารัก ๆ ที่พูดกันในหมู่แฟน ๆ ที่ทราบเรื่องราวความฝันนั้น เหตุเพราะ ‘เยจี’ เพิ่งจะออกมาเปิดเผยด้วยตัวของเธอเองว่า เธอนั้นไม่มีความสามารถด้านกีฬามากเท่าไหร่นัก

 

อย่างไรก็ดี นับว่าเป็นโชคชะตาของ ‘MIDZY’ ที่จะต้องได้มาพบกันกับ ‘เยจี’ ในสักวันหนึ่ง เพราะแม้ว่าตัวของ ‘เยจี’ นั้นจะมีความสนใจในกีฬามาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่คุณแม่ของเยจีนั้นกลับมีความเชื่อว่าลูกสาวของเธอนั้นเกิดมาเพื่อเป็นดาราดังมากกว่า ดังนั้น แม้ว่า ‘เยจี’ จะไม่ชื่นชอบในการเต้น แต่คุณแม่นั้นกลับทั้งให้กำลังใจ สนับสนุน และส่งเสริมให้ ‘เยจี’ เรียนรู้เกี่ยวกับทักษะการเต้นมาตั้งแต่เด็ก ๆ 

 

ซึ่งถึงแม้ว่า ณ ขณะนั้น ‘เยจี’ ไม่ได้มความรู้สึกสนุกกับการเรียนเต้นมากนัก แต่ ‘เยจี’ ก็ไม่เคยขาดความพยายาม และตั้งใจเรียนรู้ ฝึกฝนทักษะการเต้นของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความสุขของคุณแม่ของเธอเอง แต่อย่างไรก็ตาม ณ จุด ๆ หนึ่ง การส่งเสริมให้ ‘เยจี’ เรียนเต้นนั้นกลับกลายเป็นความกังวลที่ก่อตัวเป็นกำแพงสูงขึ้นเรื่อย ๆ ให้กับคุณแม่ของเยจี

‘เยจี’ ในวัย 8 ขวบนั้นต้องประสบกับอาการป่วยอย่างรุนแรงด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เด็ก ๆ (ในประเทศเกาหลีใต้) ที่มีอาการของโรคไข้หวัดใหญ่นั้นมักจะหายป่วย หรือมีอาการทุเลาลงภายในระยะเวลาเพียงไม่นาน แต่อย่างไรก็ตาม ในกรณีของ ‘เยจี’ นั้น ไม่ว่าจะได้รับการรักษาอย่างไร อาการป่วยของเธอนั้นกลับไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ซึ่งสวนทางกันอย่างมากกับปริมาณยาที่ ‘เยจี’ ได้รับ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันหนึ่ง ที่จู่ ๆ อาการของ ‘เยจี’ ก็ทรุดหนักจนถึงขั้นต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลกระทันหัน โดยหลังจากที่ได้สติ ‘เยจี’ ที่กำลังนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลก็ต้องตื่นมาพบกับคุณแม่ของเธอที่กำลังนั่งร้องไห้อย่างหนักอยู่ข้าง ๆ เตียงของเธอ เหตุเพราะในขณะนั้น อาการของ ‘เยจี’ นั้นอยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งเธอมีโอกาสที่จะเสียชีวิตได้ แต่อย่างไรก็ตาม คุณแม่ของเยจีกลับปลอบใจ ‘เยจี’ และยืนยันว่าเธอนั้นจะต้องหายดีอย่างแน่นอน

 

ไม่นานหลังจากนั้น ‘เยจี’ ถูกนำตัวส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งหนึ่งในเมืองโซล ทางทีมแพทย์ได้ทำการทดสอบมากมายหลายประเภท และวินิจฉัยอาการของ ‘เยจี’ ว่ามีอาการเจ็บป่วยด้วย ‘โรคปอดบวม’ (Pneumonia: ภาวะการติดเชื้อในปอด) ‘โรคกระดูกอักเสบ’ (Osteomyelitis: ภาวะการติดเชื้อในกระดูก) และ ‘ภาวะช็อคจากการติดเชื้อ’ (ปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายหลังการติดเชื้อ) ซึ่งทุกอาการป่วยนั้นล้วนเป็นอันตรายจนอาจถึงแก่ชีวิตได้

 

ซึ่งสาเหตุของอาการที่ทรุดหนักลงของ ‘เยจี’ นั้นเกิดจากการที่ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลในจอนจูไม่มีตัวยาปฏิชีวนะในการรักษาที่เหมาะสมกับอาการป่วยของ ‘เยจี’ อย่างไรก็ดี หลังจากถูกนำตัวส่งมายังโรงพยาบาลในกรุงโซล ทีมแพทย์ที่มีความพร้อมมากกว่าสามารถให้ตัวยาที่เหมาะสม เพื่อรักษาอาการป่วยของ ‘เยจี’ ได้ ส่งผลให้อาการของ ‘เยจี’ ดีขึ้นตามลำดับ และไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงสูงมากในท้ายที่สุด 

อย่างไรก็ตาม หลังจากอาการดีขึ้นแล้ว ‘เยจี’ ยังคงต้องเข้ารับการบำบัดกับทางโรงพยาบาล เพื่อกำจัดของเหลวที่สะสมภายในร่างกายของเธอ อันเป็นผลเนื่องมาจากภาวะของโรคปอดบวม ออกไป ซึ่งด้วยกระบวนการทั้งหมดในขั้นตอนการรักษา ‘เยจี’ ต้องใช้เวลาทั้งหมด ‘เกือบ 1 ปี’ ในโรงพยาบาล 

 

และหลังจากที่หายดีแล้ว ‘เยจี’ จึงได้ตัดสินใจถามคุณแม่ของเธอว่า ‘ทำไมถึงได้ร้องไห้ในวันนั้น?’ ซึ่งคุณแม่ของ ‘เยจี’ ได้เปิดใจกับเธอว่า ในวันนั้น คุณหมอได้บอกกับครอบครัวว่าเราต้องเตรียมใจเผื่อไว้ เพราะสุดท้ายแล้ว ‘เยจี’ อาจจากพวกเราไปได้ทุกเมื่อ ซึ่งอาการของ ‘เยจี’ ในตอนนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก

 

แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ‘เยจี’ สามารถเอาชนะอาการเจ็บป่วยของตัวเธอเองได้ ซึ่ง ณ ขณะนั้น ‘เยจี’ ยังคงได้รับการวินิจฉัยอีกด้วยว่ามีอาการป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ (Atopy) เพิ่มเติมด้วย อย่างไรก็ดี ‘เยจี’ เปิดเผยว่า ณ ปัจจุบันนี้นั้นเธอมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงดี และไม่มีอาการเจ็บป่วยใด ๆ ที่อาจส่งผลต่อเส้นทางอาชีพไอดอลของเธอได้อีก      

 

และเรื่อยมา ‘เยจี’ เติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็ง จนกระทั่งตัวเธอในวัย 15 ปี ได้รับโอกาสร้างชื่อเสียงของตัวเองในวงการบันเทิงเป็นครั้งแรก ด้วยการปรากฎตัวสั้น ๆ (Cameo) ในละครเรื่อง ‘Twenty Again’ ที่ออกอากาศผ่านช่อง tvN ส่งผลให้ต่อมา (ในปี 2015) ‘เยจี’ จึงได้ตัดสินใจสมัครออดิชั่นกับค่ายต้นสังกัดอย่าง ‘JYP Entertainment’ โดย ‘เยจี’ ได้เลือกทำการแสดงในเพลง ‘Like Ooh-Ahh’ ของไอดอลรุ่นพี่อย่าง ‘TWICE’

ถึงแม้ว่าทักษะการเต้นของ ‘เยจี’ ในขณะนั้นยังไม่ได้มีความโดดเด่นมากมายนักดั่งเช่นในปัจจุบันนี้ แต่ ‘เยจี’ ก็มีความสามารถมากพอที่จะมัดใจเหล่าคณะกรรมการได้ โดย ‘เยจี’ ได้รับเลือกให้ผ่านการออดิชั่น และกลายเป็นเด็กฝึกหัดอย่างเป็นทางการของค่ายในปี 2016 

 

‘เยจี’ ซึ่ง ณ ขณะนั้นมีอายุ 16 ปี นับได้ว่าเป็นสมาชิกคนที่ 3 ของ ‘ITZY’ ซึ่งเข้ามาเป็นเด็กฝึกหัดของค่าย ‘JYP Entertainment’ ถัดจาก ‘แชรยอง’ และ ‘รยูจิน’ ที่เทรนมาก่อนหน้าเป็นระยะเวลาช่วงหนึ่งแล้ว โดยในกรณีนี้ ‘เยจี’ ยังได้เปิดเผยอีกด้วยว่า ‘รยูจิน’ นั้นใจดีกับเธอ ที่เป็นเด็กใหม่มาก ๆ โดย ‘รยูจิน’ นั้นเป็นคนที่คอยแนะนำ และให้ความช่วยเหลือเธอทุกอย่างจนเธอนั้นสามารถผ่านทุกอย่างมาได้อย่างในทุกวันนี้ อีกทั้ง ‘รยูจิน’ นั้นยังเป็น ‘คนแรก’ ที่เข้ามากอดเธอ ในวันแรกที่เธอเดินเข้ามาในห้องซ้อมของค่ายเพื่อรับการฝึกอีกด้วย

 

น้องเล็กอย่าง ‘ยูนา’ ในวัย 13 ปี คือสมาชิกคนต่อมาที่เข้ามาเป็นเด็กฝึกหัดของค่าย ‘JYP Entertainment’ ถัดจาก ‘เยจี’ และด้วยเหตุนั้นเอง ‘เยจี’ จึงได้พยายามอย่างสุดความสามารถในการดูแลน้องน้อยของทีมอย่างดีที่สุด ดั่งเช่นที่ตัวเธอนั้นได้รับการดูแลอย่างดีจาก ‘รยูจิน’ 

 

ดั่งเช่นเด็กฝึกคนอื่น ๆ เส้นทางการเดินตามความฝันในการเดบิวต์เป็นไอดอลของ ‘เยจี’ นั้นก็ไม่ได้สวยงามมากนัก โดยเธอต้องฝ่าฝันอุปสรรคมากมาย ซึ่ง ‘เยจี’ เคยเปิดเผยว่า แม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก แต่เพราะเธอมี ‘สมาชิกในวงคนอื่น ๆ ผู้ซึ่งเป็นบุคคลอันเป็นที่รักมาก ๆ ของเธอ’ นั้นคอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอ เธอจึงผ่านทุกด่านการทดสอบมาได้อย่างสวยงาม 

จนกระทั่ง ในปี 2018 ก่อนหน้าการเดบิวต์ของวง ‘ITZY’ เพียงไม่นาน ‘เยจี’ ได้รับโอกาสปรากฎตัวในรายการเรียลลิตี้โชว์อย่าง ‘The Fan’ (ออกอากาศทางช่อง SBS) และแสดงความสามารถอันน่าทึ่งของเธอต่อสาธารณะชนเป็นครั้งแรก โดยในเวลานั้น ความสามารถของ ‘เยจี’ นั้นเด่นสะดุดตาจนถึงขนาดที่รุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง ‘จุนโฮ’ สมาชิกวง ‘2PM’ ถึงกับเอ่ยปากชม และยกให้ ‘เยจี’ นั้นเป็น ‘อาวุธลับของค่าย JYP’ อีกด้วย 

 

และด้วยเหตุนั้น หลังจากที่ค่ายต้นสังกัด ‘JYP Entertainment’ ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงกำหนดการเดบิวต์ของเกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่ของค่ายในปี 2019 นั้น สาธารณะชนต่างพากันมั่นใจอย่างสุด ๆ ว่า ‘เยจี’ จะต้องเป็นหนึ่งในสมาชิกของวงอย่างแน่นอน และก็เป็นไปตามคาด ภายหลังการเป็นเด็กฝึกเพียง 3 ปี ‘เยจี’ ได้เดบิวต์ในฐานะลีดเดอร์ ลีดโวคอล เมนแดนซ์เซอร์ และซับแร็ปเปอร์ประจำวง ‘ITZY’ 

ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2019 ที่หนึ่งในเพลงยอดฮิตประจำปีนั้นอย่าง ‘Dalla Dalla’ ได้รับการเปิดตัว ‘ITZY’ ก็กลายเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการไอดอลเคป๊อปไปในทันที ด้วยการกวาดรางวัลในปีนั้นไปมากกว่า 15 รายการ ส่งผลให้ ‘ITZY’ ขึ้นแท่นเป็น 1 ใน 5 ไอดอลกรุ๊ปในประวัติศาสตร์ของวงการที่ได้รับฉายา ‘Grand Slam Rookie’ 

 

ด้วยทั้งความอดทน ความพยายาม และการไม่ยอมแพ้ต่อทุก ๆ อุปสรรคในชีวิตของเธอ ‘เยจี’ กลายมาเป็นหนึ่งในไอดอลคุณภาพล้นแก้วคนหนึ่งของวงการ ซึ่งทั้งโดดเด่น และได้รับการพูดถึงจากสาธารณะชนอยู่เสมอ และเช่นเดียวกัน ‘เยจี’ นั้นยังเป็นที่รักของแฟน ๆ มากมาย ผู้ซึ่งยังคงรอคอยผลงานเพลงใหม่ของ ‘ITZY’ อย่างใจจดใจจ่อ พร้อมด้วยความรู้สึกคาดหวังที่จะเห็นไอดอลผู้เป็นที่รักของพวกเขาเติบโตอย่างมั่นคง และสวยงามอยู่เสมอ   


.



Latest