‘ITZY’ เปิดใจอย่างหมดเปลือกเกี่ยวกับความยากลำบากที่ผ่านมาของพวกเธอ
2020-08-18 17:54:01
Advertisement
I Birth of a Beauty ดูย้อนหลังได้ที่ Viuคลิก!!!

เพื่อต้อนรับการกลับมาในรอบหลายเดือนของพวกเธอกับเพลง ‘Not Shy’ ITZY ได้ส่งข้อความพูดคุยกับแฟนคลับผ่านวิดีโอ ‘Letters to MIDZY’ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่ผ่านมา ซึ่งรวมไปถึงการเปิดใจอย่างตรงไปตรงมาถึงความยากลำบากมากมายจากการทำงานในวงการบันเทิงของเหล่าสมาชิกด้วยเช่นกัน

 

    ภายในวิดีโอ ‘ลีอา’ พี่คนโตของวงกล่าวว่า

 

“สมาชิกคนอื่น ๆ เต้นกันเก่งมาก ๆ พวกเธอดูดี และมีเสน่ห์มาก ๆ เวลาเต้น”

 

“และใช่ค่ะ การเต้นคือสิ่งที่ช่วยบ่งบอกความเป็นตัวตนของพวกเรา (คอนเซ็ปท์ของ ITZY) ให้เด่นชัดขึ้น”

 

 

เพื่อลดความตึงเครียด ‘ลีอา’ จึงกล่าวติดตลกว่า

“ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่ชอบนะคะ (ไม่อยากเต้น) แต่แค่ฉันเต้นไม่เก่งเท่านั้นเอง”

 

    ‘ลีอา’ ที่ต้องการสร้างความชัดเจนให้กับคำพูดของตัวเองกล่าวเพิ่มเติมว่า “การแสดงของ ITZY มันสุดยอดมาก ๆ ค่ะ ฉันรัก ITZY มาก ๆ แต่การพยายามเป็นหนึ่งในสมาชิกของ ITZY นั้น ... ” “ฉันรับรู้ได้ถึงความสุข และความสนุกของสมาชิกคนอื่น ๆ เวลาที่พวกเธออยู่บนเวที ฉันเห็นมันมาโดยตลอด และเพราะแบบนั้น ... ตอนนั้นเองที่ฉันรู้สึกว่าฉันแตกต่างจากพวกเธอนิดหน่อย” 

 

    สำหรับ ‘ลีอา’ เธอเปิดเผยว่าการแสดงเพลง ‘Dalla Dalla’ มันเป็นอะไรที่ยากมากสำหรับเธอ และการที่เพลงนั้นได้รับความรักอย่างมากมาย และสร้างความสำเร็จให้กับวงมันทำให้เธอยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้น เพราะเธอไม่สามารถรู้สึกมีความสุขกับมันได้อย่างเต็มที่ โดย ‘ลีอา’ อธิบายเพิ่มเติมว่า “ไม่ใช่แค่ตอนที่ทำการแสดง แต่ยังรวมถึงการซ้อมด้วย ในทุก ๆ ครั้ง ฉันรู้สึกกดดันมาก” “ฉันเคยรู้สึกไม่มั่นใจที่จะเป็น ‘ลีอา สมาชิกวง ITZY’ เลย” แต่สุดท้าย ‘ลีอา’ ก็สามารถเอาชนะความกลัวนั้นได้ “แต่ตอนนี้ฉันไม่เป็นแบบนั้นแล้วค่ะ ฉันกำลังเปลี่ยนตัวเอง และกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ”

 

    สุดท้าย ‘ลีอา’ ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเธอ ว่าเธอสามารถทำสิ่งนี้ได้ โดยสิ่งที่ปลอบใจเธออยู่เสมอคือ ‘ความเชื่อมั่น’ เธอบอกกับตัวเธอตลอดว่า ‘แม้ว่าวันหนึ่งจะต้องลำบาก แต่สักวันหนึ่งมัน (ความยากลำบาก) ก็จะผ่านไป’

 

 

    ต่อจากพี่ใหญ่ของวง เรื่องราวเกี่ยวกับลีดเดอร์ ‘เยจี’ ก็เริ่มต้นขึ้น

“เพราะไม่เคยพูดออกมา ตอนนี้ ทุก ๆ อย่างที่อยู่ในใจฉันมันกลายเป็นเหมือนยาพิษ”

เยจีแสดงออกว่าเธอรู้เจ็บปวด ที่ไม่เคยพูดความรู้สึกของตัวเองออกมาตรง ๆ

“ฉันรู้สึกเสียใจกับตัวเอง ฉันถามตัวเองตลอดว่าทำไมถึงต้องเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว? ทำไมถึงเลือกที่จะดิ้นรนด้วยตัวคนเดียว? ทำไมถึงไม่แสดงออกว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร?” ความรู้สึกอัดอั้นภายในใจนี้ สร้างบาดแผลให้กับ ‘เยจี’

 

    ย้อนไปถึงช่วงเวลาที่มีการฟอร์มทีมครั้งแรก ‘เยจี’ กล่าวติดตลกว่า

“ฉันภาวนาขอให้ฉันไม่ใช่หัวหน้าวง” “เพราะด้วยลักษณะนิสัยของฉัน ที่ไม่ใช่คนที่สตรองอะไรมากมาย มันไม่ง่ายสำหรับฉันที่จะพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาได้ง่าย ๆ” “[การเป็นหัวหน้าวง] มันทำให้ฉันรู้สึกกดดัน ฉันรู้สึกว่าตัวเองต้องรับผิดชอบ [ในฐานะหัวหน้าวง]” 

 

    ‘เยจี’ กล่าวต่อว่า ครั้งหนึ่ง ขณะที่สมาชิกในวงกำลังใช้เวลาพูดคุยกันในฐานะ ‘สมาชิกของวง’ อยู่ ๆ เธอก็ร้องไห้ออกมา “ตอนที่สมาชิกในวงบอกกับฉันว่าฉันไม่ได้อยู่คนเดียว ฉันไม่ได้กำลังทำทุกอย่างนี้คนเดียว และฉันไม่ต้องทำมันคนเดียว เพราะว่าทุกคนคือสมาชิกวง ‘พวกเราจะแบกรับความผิดชอบร่วมกัน’ คำพูดนั้นมันทำให้ฉันรู้สึกขอบคุณมากจริง ๆ”     

 

    นอกจากนี้ ‘เยจี’ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เธอกำลังพยายามปรับปรุงตัวเอง เพื่อให้ตัวเองสามารถแสดงออกได้มากขึ้น เธอเริ่มต้นเขียนเรื่องราวต่าง ๆ และพยายามแสดงความรู้สึกของตัวเองลงไปในไดอารี่ 

 

 

    ในส่วนของ ‘แชรยอง’ พาร์ทของเธอเริ่มต้นด้วยคำพูดของเธอที่ว่า

 

“ฉันยังคงรู้สึกเสียใจ [จากความผิดหวังในอดีต ที่พลาดโอกาสในการเดบิวต์ เพราะตกรอบจากการแข่งขัน] และยิ่งเสียใจมากขึ้นที่แม้แต่ตอนนี้ฉันก็ยังไม่สามารถก้าวข้ามมันได้” 

 

    ‘แชรยอง’ กล่าวว่าเธอค่อนข้างเป็นที่รู้จักโดยสาธารณะชน (ก่อนการเดบิวต์เป็นสมาชิกวง ITZY) และแม้ว่าเธอจะรู้สึกขอบคุณที่หลาย ๆ คนยังคงจดจำเธอในฐานะเด็กฝึกหัดที่กำลังพยายามอย่างหนัก แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีผู้คนมากมายที่ทำร้ายเธอซ้ำ ๆ ด้วยคำพูดที่ว่า

‘มันต้องมีเหตุผลอยู่แล้ว [ที่เธอไม่ได้เดบิวต์สักที]’ 

 

“มันไม่จริงเลย มันไม่ใช่อย่างที่พวกเขาคิด”

นั่นเป็นคำพูดที่ ‘แชรยอง’ อยากบอกกับผู้คนเหล่านั้น

“แต่ดูเหมือนว่า [ในสังคม] ผู้คนที่ใจร้ายกับฉันมันมีเยอะมากเลย”  

 

‘แชรยอง’ กล่าวต่อไปว่าช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดสำหรับเธอคือ ‘ช่วงเวลาหนึ่งปีก่อนการเดบิวต์’ โดยเธออธิบายว่า “ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันถึงคิดแบบนี้ แต่ฉันคิดว่าสุดท้ายมันแล้ว มันแทบจะไม่มีความหมายเลยกับการที่ในที่สุดฉันก็ได้เดบิวต์เป็นส่วนหนึ่งของเกิร์ลกรุ๊ปที่ฉันใฝ่ฝันมาโดยตลอด แต่กลับถูกเกลียดอยู่ตลอดแบบนี้” คำพูดนี้แสดงให้เห็นว่า ในตลอดเวลาที่ผ่านมา ผู้คนมากมายยังคงไม่ลดละอคติที่มีให้กับเธอ

 

    และเพราะแบบนั้น “ฉันเลยมีนิสัยที่ชอบยืนริม ๆ หรือไปยืนอยู่ด้านข้างเวลาถ่ายรูป เพื่อไม่ให้ตัวเองดูเด่นเกินไป” ‘แชรยอง’ ยังยอมรับอีกว่า “ฉันไม่ได้รู้จักนิสัยตัวเองดีมากนัก และเช่นกัน ฉันไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองมากเท่าไหร่” “แต่ฉันกำลังปรับปรุง ฉันจะพยายาม [ดูแลตัวเอง] ให้มากขึ้น”

 

    “พูดตรง ๆ ฉันคิดว่าบนโลกนี้คงไม่มีคนที่มี ‘ความมั่นใจ’ อย่างที่สื่อถึงในเพลงของพวกเรามากขนาดนั้น” ‘แชรยอง’ เชื่อว่า “มีไม่กี่คนหรอกค่ะ ที่จะมีทั้งความมั่นใจในตัวเอง และสามารถมองเห็นคุณค่าในตัวเองได้” ซึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้เธอคิดแบบนั้นคือ ‘การอ่านความคิดเห็นในอินเทอร์เน็ต’ ทุก ๆ ครั้งเวลที่เห็นข้อความที่บอกว่า ‘มันต้องดีมากแน่ ๆ เลยที่เกิดมาพร้อมหน้าตาที่ดูดี’ ‘แชรยอง’ บอกว่าเธอรับรู้ได้ทันทีว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร และอยากกอด (ให้กำลังใจ) พวกเขา

 

    ด้วยความรู้สึกแบบนั้น ‘แชรยอง’ กล่าวด้วยสีหน้าที่เศร้าหมองจนเกือบจะร้องไห้ว่า

“ใช่ค่ะ มันเป็นเรื่องจริง ที่ในบาครั้งฉันก็รู้สึกเสียใจกับตัวเอง”

แต่สุดท้าย ‘แชรยอง’ ก็แสดงให้เห็นถึงความเข้มในตัวเองพร้อมกล่าวว่า

“ฉันไม่ได้ร้องเพลงนี้เพราะฉันรู้สึกมั่นใจในตัวเอง แต่เพราะฉันต้องการแสดงให้เห็นถึงเรื่องราว หรือความรู้สึกดี ๆ ผ่านการแสดง”

“ณ ตอนนี้ที่แฟน ๆ มากมายพร้อมสนับสนุนฉันในแบบที่ฉันเป็น ถ้าพวกเขาเห็นว่าฉันเสียใจเพราะคำพูดของคนอื่น พวกเขาก็จะเสียใจด้วยเหมือนกัน” 

 

    เพื่อขอบคุณ และตอบแทนแฟนคลับ ‘แชรยอง’ กล่าวว่า

 

“ในตอนนี้ ทุก ๆ เวลาคือสิ่งมีค่าสำหรับฉัน ฉันกำลังพยายาม และบอกตัวเองอยู่ตลอดว่าจะต้องไม่ใส่ใจ และไม่เจ็บปวดกับคำพูดพวกนั้น”   

 

 

    ถัดมาเป็นเรื่องราวในมุมมองของ ‘รยูจิน’ ที่แสดงให้เห็นว่า เธอคิด และได้ยินอยู่เสมอว่า ‘การเป็นไอดอล’ นั้นมันยากแค่ไหน แต่เพราะรู้แบบนั้น เธอจึงบอกตัวเองให้พยายามมากขึ้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการ ‘รักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง’ ซึ่งถือเป็น ‘หน้าที่’ ที่ไอดอลทุกคนต้องทำ

 

    “มันไม่ใช่แค่เรื่องที่ว่า ‘ไอดอลต้องมีหุ่นที่ผอมเพรียว’ แต่เพราะคุณจะเต้นได้ดีกว่า และใส่ชุดได้หลากหลายสไตล์มากกว่าหาก ‘คุณมีหุ่นที่ดูผอมเพรียว’ ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ไอดอลต้องรักษาหุ่นให้ดูผอมอยู่ตลอดเวลา”

 

จากคำพูดของ ‘รยูจิน’ มันสามารถตีความได้ว่า ไอดอลเคป๊อปไม่ได้ให้ความสำคัญกับการไดเอ็ทอย่างหนักเพราะต้องการลดน้ำหนัก แต่เป็นเพราะพวกเขาต้องการ ‘สิ่งที่ดีขึ้น’ ซึ่งจะได้รับมาหลังจากการไดเอ็ทเท่านั้น (ภาพลักษณ์ที่สามารถปรับได้หลากหลายสไตล์มากขึ้น รวมถึงทักษะการเต้นที่ลื่นไหลมากขึ้น)

 

    ‘รยูจิน’ กล่าวต่อว่า

“คุณอาจจะรู้สึกอคติกับคำพูดของฉันต่อจากนี้ ... แต่พวกเราซ้อม (เต้น) กันหนักมากจริง ๆ นะคะ พวกเราซ้อมกันเกือบทุกวัน พวกเราเตรียมตัวกันอย่างหนักอยู่เสมอ” “และเพราะแบบนั้นพวกเราเลยได้รับคำชมจากคนดูในทำนองที่ว่า ‘การแสดงของพวกเธอดูไม่เหมือนเกิร์ลกรุ๊ปเลย [การเต้น] มันดูยากมาก แต่มันก็ดูดีมาก ๆ เลย’ อยู่เสมอ”

 

    อย่างไรก็ตาม  ‘รยูจิน’ เสริมว่าสำหรับตัวเธอนั้น คำพูดที่ว่า ‘พวกเธอดูไม่เหมือนเกิร์ลกรุ๊ปเลย’ นั้นไม่ถือเป็นคำชม แม้ว่าคนพูดจะพูดด้วยเจตนาด้านดีก็ตาม “แน่นอนว่าฉันรู้สึกขอบคุณ แต่ฉันไม่ได้รู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่อะไร มันเหมือนกับว่าพวกเขาแปลกใจที่เราทำได้ดีกว่าที่พวกเขาคิดไว้” “พวกเราไม่ได้พยายามสร้าง และตั้งใจทำการแสดงด้วยความคิดที่ว่า ‘เพราะพวกเราเป็นเกิร์ลกรุ๊ป เราจึงต้องทำแบบนั้น แบบนี้’ มันไม่ใช่ว่าเราทำอะไรได้ หรือไม่ได้” “ฉันแค่หวังว่าผู้ชมจะดู และรู้สึกกับการแสดงของพวกเราโดยไม่อคติอะไร”

 

    สำหรับ ‘รยูจิน’ คำชมที่เธออยากได้ยินคือ ‘พวกเธอเก่งจัง’ หรือ ‘พวกเธอดูดีมาก ๆ’ โดยไม่ใส่คำจำกัดความว่า ‘เป็นเกิร์ลกรุ๊ป’ ลงไป “ฉันอยากได้ยินพวกเขาพูดเกี่ยวกับการแสดงของพวกเราโดยไม่โยงไปถึงเรื่องอื่น ๆ [ที่ไม่เกี่ยวกับการแสดงบนเวที]” ‘รยูจิน’ กล่าวปิดท้าย

 

 

    สุดท้าย ‘ยูนา’ เริ่มต้นแสดงความคิดเห็นของเธอว่า

 

“ฉันคิดว่าพวกเราเริ่มต้นค่อนข้างเร็วนะคะ (อายุยังน้อย) และเพราะแบบนั้น มันเลยยากมากที่จะแสดงออกมาว่าเรารู้สึกยังไงเวลาที่รู้สึกเครียด หรือกดดัน เพราะมันไม่ได้มีแค่ฉัน หรือเกี่ยวกับฉันแค่คนเดียว”

 

    “สำหรับฉัน ฉันคิดว่าตัวเองโชคดีที่ได้รับโอกาสดี ๆ [จากค่ายดี ๆ] และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ในวัยเดียวกัน” “เพราะแบบนั้น ผู้คนมักจะพูดถึงฉันว่า ‘มันยังมีอะไรให้เธอกังวลอยู่อีกในชีวิตนี้ แน่นอน มันไม่มีหรอก’ พวกเขาทุกคนเชื่อแบบนั้น” โดย ‘ยูนา’ กล่าวถึงความเชื่อนี้ว่า

“มันก็อาจจะจริงนะคะ เพราะพวกเราประสบความสำเร็จ พวกเรามีโอกาสต่อยอดความสำเร็จ ... แม้ว่าจะต้องเจอกับความยากลำบาก แต่ฉันก็แค่ต้องพยายามอย่างหนักต่อไป”

 

    “แต่ว่า มันก็มีช่วงเวลาที่ยากมากเหมือนกัน ... ในจุด ๆ หนึ่ง ฉันกำหนดความรับผิดชอบให้กับตัวเองอย่างชัดเจน ว่าฉันหน้าที่ที่ฉันต้องทำอะไรนั้นมีอะไรบ้าง”

 

“ฉันพยายามที่จะไม่ออกนอกกรอบนั้นของตัวเอง จนในบางครั้ง ฉันรู้สึกว่าตัวเองติดอยู่ในกรง ... ฉันอยากที่จะแสดงตัวตนที่แท้จริงของตัวเองให้ผู้คนเห็น แต่ฉันก็กลัว กลัวว่าผู้คนจะไม่ชอบสิ่งที่ฉันแสดงออก หรือกลัวว่าพวกเขาจะมองว่าฉันกลายเป็นคนไม่ดี กลายเป็นคนอื่นไปแล้ว”

 

    เพราะต้องขังตัวเองอยู่ในกรงตลอดเวลา ‘ยูนา’ กล่าวว่า

 

“ฉันเริ่มปิดตัวเอง รู้สึกสับสน แม้ว่าใจของฉันจะอนุญาตให้ตัวเองแสดงความรู้สึกกับเรื่องต่าง ๆ รอบตัวได้ แต่สมองของฉันกลับหยุดฉันไว้ บอกว่า ‘มันไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวมันก็ผ่านไปแล้ว’ และสุดท้าย ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรเลย”

 

    ด้วยเพราะอายุที่ยังน้อย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ ‘ยูนา’ ยังไม่รู้ และยังคงต้องเรียนรู้ และขณะที่เธอกำลังพูดว่า

 

“ฉันบอกตัวเองตลอดว่าต้องทำทุกอย่างให้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด”

 

เธอก็ร้องไห้ออกมา

 

“ฉันอยากให้มันออกมาดี ฉันอยากทำมันให้ดี แต่ฉันกลับรู้สึกว่าฉันไม่พร้อมที่จะรับรู้ หรือแบกรับสิ่งเหล่านั้น” 

 

    สุดท้าย ‘ยูนา’ กล่าวว่า

 

“ถ้าฉันมีประสบการณ์การใช้ชีวิตมากกว่านี้อีกสักหน่อย มันอาจจะไม่ยากขนาดนี้ ... ฉันคิดว่าที่มันยาก และส่งผลกระทบ (สร้างความกดดัน) มากกับฉันมากขนาดนี้ มันเป็นเพราะฉันยังเด็กเกินไป และไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน”

 


.



Latest