นิทานที่อยู่เบื้องหลังซีรีส์ "It's Okay to Not Be Okay" ในแต่ละตอน
2020-08-14 11:50:00
Advertisement

ใครยังคงทำใจบอกลาซีรีส์เรื่อง It's Okay to Not Be Okay กันไม่ได้บ้าง...ซีรีส์เรื่องนี้ถือเป็นซีรีส์ที่สนุกและอบอุ่นอีกเรื่องหนึ่งของปี 2020 นำแสดงโดย คิมซูฮยอน (Kim Soo Hyun) ที่คัมแบคผลงานการแสดงเรื่องแรกหลังจากปลดประจำการ ร่วมด้วย ซอเยจี (Seo Ye Ji) และ โอจองเซ (Oh Jung Se) รับบทเป็น คนอ่อนแอ 3 คนที่ต้องอยู่ด้วยกันเพื่อเติมเต็มกันและกัน และนี่คือเสน่ห์ที่ทำให้ผู้ชมต่างตกหลุมรักเรื่องนี้ นอกจากบทละคร ตัวละครที่น่าประทับใจแล้ว การเชื่อมโยงเนื้อเรื่องแต่ละตอนให้เข้ากับนิทานที่หลายคนรู้จักกันดีเป็นอีกลูกเล่นหนึ่งที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกสนุกไปกับซีรีส์เรื่องนี้ได้มากขึ้น

 

 

นิทาน 5 เรื่องที่ใช้เป็นชื่อตอนเขียนโดยโกมุนยอง นางเอกของเรื่องที่เป็นนักเขียนนิทานชื่อดัง ได้แก่ตอนที่ 1 ที่ชื่อว่า หนุ่มน้อยผู้โตมาด้วยฝันร้าย, ตอนที่ 4 ชื่อว่า เด็กน้อยซอมบี้, ตอนที่ 7 ชื่อว่า เจ้าหมาในวันใบไม้ผลิ, ตอนที่ 14 ชื่อว่า มือ: ปลาแองเกลอร์ และตอนสุดท้ายชื่อว่า ผจญภัยตามหาใบหน้าที่แท้จริง

 

ส่วนตอนที่เหลือได้นำรายละเอียดของนิทานที่มีอยู่แล้วมาผสมเข้ากับเรื่องราวของซีรีส์ได้อย่างลงตัว และนี่คือนิทานทั้งหมดที่ โจยง นักเขียนบทของซีรีส์เรื่องนี้ ได้ตีความและผสมผสานเข้ากับซีรีส์ It's Okay to Not Be Okay

 

คำเตือน: เนื้อหามีสปอยล์

ตอนที่ 2 : รองเท้าแดง

ตอนที่ 2 โกมุนยองพูดถึงนิทานเรื่อง รองเท้าแดง ของนักเขียน Hans Christian Andersen ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1845 เป็นเรื่องของหญิงสาวเจ้าของรองเท้าลึกลับสีแดง ที่เธอจะใส่มันไปทุกที่ ไม่ว่าสถานที่จะเป็นทางการแค่ไหน “เมื่อเริ่มใส่เรื่องเท้าคู่นี้ เท้าของคุณจะเริ่มเต้นด้วยตัวมันเอง และคุณไม่มีทางหยุดเต้นได้ หรือถอดมันออกได้ ถึงจะเป็นอย่างนั้น หญิงสาวคนนั้นไม่เคยถอดรองเท้าเลย จนกระทั่งเพชรฆาตต้องตัดเท้าของเธอออก อย่างไรก็ตามเท้าที่ถูกตัดออกแล้วกลับยังคงเต้นต่อไปพร้อมกับรองเท้าแดงคู่นั้น” 

 

ตอนที่ 3 : แม่มดนิทรา

ตอนที่ 3 ของเรื่อง อ้างอิงมาจากเรื่อง เจ้าหญิงนิทรา นิทานอมตะของ Giambattista Basile ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1634 เล่าเรื่องของเจ้าหญิงที่ถูกสาปโดยแม่มด และต้องหลับใหลเป็นเวลา 100 ปี เช่นเดียวกับโกมุนยอง เธอเองก็ต้องเผชิญกับฝันร้ายจากเรื่องราวในวันเด็ก แต่เธอไม่คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิง เป็นแม่มดจะดูเข้ากันกว่า ชื่อตอนจึงกลายเป็น แม่มดนิทรา แทนที่เจ้าหญิงนิทรา 

 

ตอนที่ 5 : ราพันเซลและปราสาทต้องสาป

Rapunzel เขียนโดย Brothers Grimm เมื่อปี 1812 เล่าเรื่องของเจ้าหญิงที่ถูกขังเอาไว้ในหอคอยสูง เช่นเดียวกับโกมุนยองที่เธอไว้ผมยาว อาศัยอยู่อย่างโดดเดี่ยวในปราสาทต้องสาป ก่อนจะได้พบรักกับเจ้าชาย

 

ตอนที่ 6 : ความลับของเคราน้ำเงิน

เคราน้ำเงินเป็นนิทานพื้นบ้านฝรั่งเศส และเวอร์ชั่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดน่าจะเป็นของ Charles Perrault เมื่อปี 1697 เล่าเรื่องของชายผู้ร่ำรวยที่ฆ่าภรรยาของตัวเองหลายคน หลังจากที่พวกเธอเข้าไปในห้องใต้ดินที่เขาห้ามไว้ เช่นเดียวกับห้องในปราสาทของโกมุนยองที่เธอจำได้ว่าพ่อลากศพแม่เข้าไปในห้อง

 

ตอนที่ 8 : โฉมงามกับเจ้าชายอสูร

คงไม่ต้องเล่าเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูรอีกแล้ว เพราะนิทานเรื่องนี้โด่งดังมาก เรื่องราวของหญิงสาวที่ต้องเข้าไปอยู่ในปราสาทของเจ้าชายที่ถูกสาปให้เป็นอสูรเพื่อช่วยเหลือพ่อของเธอ ตรงกับคังแทที่ต้องย้ายไปอยู่ในปราสาทของมุนยองเพราะพี่ชายของเขาต้องไปเป็นนักเขียนในกับเธอ

 

ตอนที่ 9 : พระราชาหูลา

พระราชาหูลาเป็นนิทานเด็กของเกาหลี แต่มีเวอร์ชั่นแตกต่างกันไปทั่วโลกแล้วแต่ประเทศ อย่างไรก็ตามเนื้อเรื่องพื้นฐานคล้ายกันคือ มีพระราชาคนหนึ่งมีหูที่ใหญ่เหมือนลา ไม่มีใครรู้ความลับเรื่องนี้ยกเว้นช่างตัดเสื้อของพระราชา เขาเก็บความลับนี้ไม่บอกใครอยู่หลายอีก จนกระทั่งวันหนึ่งทนไม่ได้ เขาตะโกนออกมาสุดเสียงว่า “พระราชามีหูลา! พระราชามีหูลา!” เหมือนกับฉากจบของตอนที่ 9 ที่ในที่สุด มุนซังแทก็ทนเก็บสิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวใจของเขาเอาไว้ไม่ไหว เขาตะโกนออกมา เรื่องนี้ทำให้มุนคังแทเสียใจและเจ็บปวดเป็นอย่างมาก

 

ตอนที่ 10 : เด็กเลี้ยงแกะ

นิทานอีกเรื่องที่รู้จักกันดีทั่วโลก เล่าเรื่องของเด็กเลี้ยงแกะที่เรียกร้องความสนใจจากชาวบ้านด้วยการตะโกนว่าหมาป่ามาแล้ว จนคนในหมู่บ้านค่อยๆไม่เชื่อคำพูดของเด็กชายไปในที่สุด ซีรีส์เปลี่ยนชื่อเรื่องจาก “The Boy Who Cried Wolf” เป็น “The Girl Who Cried Wolf” แทนเด็กเลี้ยงแกะคนนั้นด้วยโกมุนยอง ซึ่งเธอเอาแต่โกหกพี่น้องมุนจนพวกกเขาไม่เชื่อใจเธออีก ถึงแม้เธอจะบอกวันเกิดจริงๆของเธอก็ตาม

 

ตอนที่ 11 : ลูกเป็ดขี้เหร่

นิทานอีกเรื่องของ Hans Christian Andersen เล่าเรื่องของลูกเป็ดที่ดูแตกต่างจากเป็ดตัวอื่น จนกระทั่งเขาเติบโตขึ้นจนรู้ว่าแท้จริงแล้วเขาคือหงส์ และทุกคนยอมรับเขา เรื่องนี้สะท้อนตัวตนของซังแท ที่สุดท้ายเติบโตขึ้น เขารู้จักยอมรับคนอื่น เขายอมรับมุนยองเข้ามาเป็นครอบครัว 

 

ตอนที่ 12 : โรมิโอกับจูเลียต

นวนิยายชื่อดังของ William Shakespeare เล่าถึงโศกนาฏกรรมความรักของหนุ่มสาวที่มีรักต้องห้าม เช่นเดียวกับโกมุนยองและมุนคังแทที่ความรักของพวกเขาเหมือนเป็นคู่ที่โชคร้าย

 

ตอนที่ 13 : จังฮวากับฮงรยอน

จังฮวากับฮงรยอน หรือ นิทานสองพี่น้อง เป็นเรื่องที่ดัดแปลงมาจากนิทานพื้นบ้านสมัยโชซอน เล่าเรื่องของสองพี่น้องที่ตายเพราะถูกแม่เลี้ยงทารุณ โดยที่พ่อไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย โกมุนยองพูดถึงเรื่องนี้ว่าเธอไม่ชอบพ่อในเรื่องมากที่สุด เพราะเขาเป็นคนทำเป็นไม่เห็นความทุกข์ทรมาณของลูกสาวจนทำให้พวกเธอต้องจากไป

 

ตอนที่ 15 : นิทานสองพี่น้อง 

อย่าสับสนกับนิทานในตอนที่ 13 เพราะเนื้อเรื่องเรื่องนี้นั้นแตกต่างกันมาก เรื่องนี้เป็นนิทานพื้นบ้านของเกาหลี เล่าเรื่องของ พี่ชายน้องชายที่ต่างช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ต่างคนต่างแบกข้าวไปให้กันและกันที่อยู่ต่างบ้านตลอด ซังแทตีความเรื่องนี้ว่า พี่ชายและน้องชายควรมาอยู่ด้วยกันเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาทำเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ เหมือนกับทั้ง โกมุนยอง มุนคังแทและมุนซังแทที่ต่างปรารถนาดีให้แก่กัน พวกเขาไม่ควรแยกจากกันเพราะสุดท้ายก็จะหาทางช่วยเหลือกันและกันอยู่ดี

 

คุณชอบตอนไหนของซีรีส์ It's Okay to Not Be Okay มากที่สุด? บอกเราเข้ามาได้ในคอมเม้นท์เลยนะ

รับชม It's Okay to Not Be Okay ทั้ง 16 ตอนได้ทาง Netflix