"อีฮโยริ" มั่วนิ่มขายสินค้าเกษตรอินทรีย์
2014-12-03 14:57:28
Advertisement
เพราะหรอกถึงหยอกเล่น ใครจะโดนหยอก หรือ ใครจะรู้ทัน ติดตามได้ในรายการหยอกหยอกคลิก!!!

"อีฮโยริ" คงไม่คิดว่าแค่ขายถั่วจะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายแบบนี้

        นักร้องสาวคนดัง "อีฮโยริ" ทำเก๋ด้วยการปลูกพืชผักกินเอง แถมยังเอาออกมาขายด้วย แต่กลับไปพลาดเขียนป้าย "สินค้าเกษตรอินทรีย์" โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนเข้าข่ายเป็นการละเมิดกฎหมาย ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงขั้นจำคุกกันเลยทีเดียว
       
       หลังลงหลักปักฐานที่เกาะเจจูกับสามี อีซังซุน นักร้องสาวสุดเซ็กซี อีฮโยริ ก็เลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย นอกจากจะรับประทานอาหารมังสวิรัติแล้วก็ยังปลูกพืชพวกถั่ว และผักกินเองด้วย นอกจากนั้นเธอกับสามียังนำพืชที่ปลูกไปขายที่ตลาดท้องถิ่น และโพสต์ภาพให้แฟนๆ ดูกันด้วย
       
       ซึ่งในภาพ อีฮโยริ ได้เขียนป้ายโฆษณาถั่วที่เธอปลูกเองว่าเป็น "สินค้าเกษตรอินทรีย์" โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนมีผู้สังเกตเห็นและนำไปร้องเรียนกับหน่วยงาน ซึ่งมีหน้าที่ดูแลตรวจตราคุณภาพสินค้าเกษตร เพราะมีกฎหมายว่าสินค้าที่จะโฆษณาเป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์ได้นั้น จะต้องผ่านการตรวจคุณภาพโดยหน่วยงานของรัฐก่อน ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ผัก และถั่วที่ อีฮโยริ ปลูกขึ้นเอง
       
       โดยผู้ฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวจะมีโทษเป็นการปรับเงินสูงสุด 30 ล้านวอน หรือจำคุก 3 ปีเลยทีเดียว
       
       หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นตัวแทนของ B2M Entertainment ได้อธิบายว่า อีฮโยริ ไม่ได้มีเจตนาที่จะหลอกลวง หรือทำผิดกฎหมาย แต่เธอไม่เคยทราบถึงกฎระเบียบเกี่ยวกับการขอใบรับรองเพื่อขายสินค้าเกษตรอินทรีย์มาก่อนเลย เธอเพียงแค่คิดง่ายๆ ที่จะนำสิ่งที่ตัวเองปลูกไปขายที่ตลาดเท่านั้น
       
       ส่วนเจ้าตัวได้เขียนข้อความขอโทษ และยังขอบคุณทุกๆ ฝ่ายไม่ว่าจะเป็นคนที่ให้กำลังใจ หรือท้วงติงเข้ามาว่า "ขอโทษจริงๆ ค่ะที่ทำให้เป็นห่วง ถึงจะเกิดจากความไม่รู้มาก่อน แต่ก็ถือว่าเป็นความผิดอยู่ดี ฉันพร้อมที่จะโดนลงโทษค่ะ ขอบคุณทั้งคนที่ตำหนิ และคนที่พยายามปกป้องฉันด้วย หลังจากนี้ไม่ว่าจะทำอะไร ก็จะพยายามระมัดระวังให้มากกว่านี้ค่ะ" 
 

ดาราสาว เขียนโปรโมต "สินค้าเกษตรอินทรีย์" โดยไม่ทราบมาก่อนว่าอาจจะทำให้เธอถูกปรับเงิน หรือจำคุกได้ เพราะการจะขายสินค้าดังกล่าว ต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพก่อน
        
 
"อีฮโยริ" ออกแถลงการณ์ขอโทษ และขอบคุณทั้งกำลังใจ และเสียงติติง

 

ที่มา  http://www.manager.co.th/

 




Latest