ส่องความรวยของ ซูจี (Suzy) นางเอกสาวจากเรื่อง 'Start-Up'
2020-11-25 08:53:33
Advertisement
voice

แบซูจี (Bae Suzy) คือนักแสดงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากอีกคนหนึ่งในเกาหลีใต้ เธอเริ่มต้นเส้นทางในวงการบันเทิงจากการเดบิวต์ในฐานะศิลปินไอดอล ก่อนจะผันตัวมารับงานแสดง รวมถึงมีงานโฆษณาและเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์สินค้ามากมาย

ซูจีประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในวัย 26 ปี วันนี้เราลองมาดูความสำเร็จของเธอ ผ่านรายได้ที่เธอได้รับในโปรเจคที่ประสบความสำเร็จมาโดยตลอดที่ผ่านมา


ซูจี เริ่มเข้ารับการฝึกที่ JYP Entertainment ในปี 2009 จากนั้นในปีถัดมาเธอเดบิวต์กับวง miss A หลังจากทำกิจกรรมกับวงได้ 7 ปี วงได้ยุติการโปรโมท ระหว่างทำกิจกรรมวงนั้น ไอดอลเคป็อปจากค่ายยักษ์ใหญ่จะได้รับค่าตอบแทนทันทีหลังจากเดบิวต์ เมื่อเทียบกับวงไอดอลจากค่ายอื่น หมายความว่าเธอมีรายได้มานับตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

จากรายงานของ Billboard เมื่อปี 2015 บอกว่ารายได้เฉลี่ยประจำปีของวงเคป็อปเพิ่มขึ้นจาก $21,000 (ประมาณ 635,000 บาท) ในปี 2010 เป็น 43,000 (ประมาณ 1.3 ล้านบาท) ในปี 2013 และสำหรับ miss A ที่มีคอนเสิร์ตเอเชียทัวร์ และหลังจากแยกวง ซูจี ยังมีผลงานมินอัลบั้มแรกในปี 2017 อีก ทำให้คาดว่าเธอน่าจะมีรายได้จากการโปรโมทเพลงไม่น้อยเลยทีเดียว

ปี 2015 ซูจี อยู่ในลิสต์นักแสดงไอดอลที่มีค่าตัวสูงที่สุด คู่กับ ยุนอา (Yoona) วง Girls' Generation โดยเธอมีค่าตัวตอนละประมาณ 505,000 บาท และนั่นเมื่อปี 2015! คิดว่าตอนนี้ค่าตัวเธอจะขึ้นเป็นเท่าไหร่แล้ว?

รายได้อีกทางหนึ่งของซีรีส์คือโฆษณา การจะได้โฆษณาเยอะซีรีส์ต้องมีผู้ชมเยอะ และผลงานของซูจี อาทิ Uncontrollably Fond, Vagabond และ Start-Up ต่างได้รับความนิยมหมดทุกเรื่องขณะที่ออกอากาศ

นอกจากรายได้จากซีรีส์แล้ว เธอยังรับงานแสดงภาพยนตร์ ทั้งเรื่อง Architecture 101 และ Ashfall ต่างมียอดผู้เข้าชมมากกว่า 4 ล้านคนในปี 2012 และ ปี 2017 สำหรับค่าตั๋วภาพยนตร์ในเกาหลีอยู่ที่ประมาณ 300 บาท ลองคำนวณคร่าวๆว่า มีผู้ชม 4 ล้านคนในแต่ละเรื่อง คุณคิดว่าภาพยนตร์จะได้รายได้เท่าไหร่? และซูจีจะได้ส่วนแบ่งรายได้เท่าไหร่กันนะ?

ยังไม่รวมรายได้จากโฆษณาทั้งจากแบรนด์ Canon, Lancome, Guess, Reebok, Swarovski และ Sprite  ยังไม่รวมตู้แช่กิมจิ ถือเป็นเจ้าแม่โฆษณาอีกคนของเกาหลีใต้

มีรายงานว่าในปี 2013 เธอได้รับการจองตัวจากสินค้าถึง 14 ตัว และได้รับรายได้จากโฆษณาไปประมาณ 302 ล้านบาท ในปี 2017 ช่อง tvN เปิดเผยว่า ค่าตัวของซูจีต่องานโฆษณาหนึ่งตัวอยู่ที่ประมาณ 700 ล้านวอน (ประมาณ 19 ล้านบาท) ไม่แปลกใจหรอกที่เธอมีค่าตัวสูงขนาดนี้ เพราะแบรนด์เสื้อผ้าเกาหลี Beanpole มียอดขายสูงขึ้น 400% หลังจากได้เธอมาออกแบบกระเป๋า นอกจากนี้ยังมีลิปสติก Lancome ที่เธอใช้ในเรื่อง Vagabond ที่กลายเป็นสินค้าขายดี 

หลังจากได้ค่าตอบแทนมากมาย ซูจี ได้ใช้เงินซื้อตึกย่านกังนัมในปี 2016 เป็นย่านที่ตึกแพงที่สุดอีกแห่งหนึ่งของเกาหลี โดยตอนนี้ตึกมีมูลค่าสูงขึ้นจาก 112 ล้านบาท เป็น 196 ล้านบาทแล้วในปัจจุบัน เธอได้รับค่าเช่าจากตึกนั้นประมาณ 405,000 บาทต่อเดือน

สำหรับความสำเร็จที่เธอได้รับในปัจจุบัน ถือเป็นเรื่องที่ไม่มีข้อกังขา เพราะนอกจากความสวย, ความเป็นธรรมชาติ และความสามารถของเธอแล้ว เธอยังเป็นลูกสาวที่น่ารักของครอบครัว ซูจีเคยพูดถึงเรื่องที่พ่อแม่ของเธอทำงานหนักว่า “พ่อของฉันเป็นครูฝึกเทควันโดค่ะ ส่วนแม่มีร้านเสริมสวย ธุรกิจไปได้ไม่ค่อยดี แม่เลยเปลี่ยนไปทำร้านฟาสต์ฟู้ด การทำธุรกิจมันยากค่ะ และฉันก็รู้สึกเศร้าตลอด” เธอตอบแทนพ่อแม่ด้วยการซื้อบ้าน รถ และคาเฟ่ (ชื่อว่า Su Café) เมื่อปี 2013 


ซูจีได้บริจาคเงินให้องค์กรการกุศลหลายองค์กร ยกตัวอย่างเช่น องค์กรช่วยเหลือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว (ประมาณ 562,778 บาท), ครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือ (ประมาณ 381,565 บาท), ช่วยเหลือผู้ประสบไฟป่าในกังวอน (ประมาณ 2.6 ล้านบาท) และ สนับสนุนการแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย (ประมาณ 2.6 ล้านบาท)

ซูจีเป็นสมาชิกของสมาคมทรวงอกเกาหลีตั้งแต่ปี 2015 และมีรายงานว่าบริจาคเงินไปกว่า 2.6 ล้านบาท  ในแต่ละปีเธอจะบริจาคเงินให้แก่สมาคมช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร โดยเธอบริจาคไปทั้งสิ้นเกือบ 10 ล้านบาทแล้ว

ไม่แปลกใจเลยที่ Sueweeties เรียกเธอว่านางฟ้า ด้วยจิตใจดีและบุคลิกที่เป็นมิตรของเธอ ล้วนเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม


.



Latest