[ RECAP ] It’s Okay To Not Be Okay เรื่องหัวใจ ไม่ไหวอย่าฝืน EP7 by Nottchakun
2020-07-12 11:36:54
Advertisement
BubbleTea
My Bubble Tea หวานน้อย รักร้อย 100% ดูย้อนหลังได้ที่ Viuคลิก!!!

ตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนบอกว่า การดูซีรีส์เรื่องนี้
เหมือนได้เข้าคลาสปรับอารมณ์โดยไม่รู้ตัว
เพราะแต่ละ EP ที่ปล่อยออกมาไม่ได้ให้แค่ความสนุกเท่านั้น
แต่ซีรีส์เรื่องนี้ยังสอนให้เราตั้งคำถามกับตัวเองอีกด้วย
.
เราเคยถามตัวเองบ้างไหม ว่าสิ่งที่เราทำอยู่ใช่ความสุขจริงๆหรือเปล่า?
เราเคยถามตัวเองบ้างไหม ว่ารอยยิ้มของเรา แท้จริงแล้วมีน้ำตาซ่อนอยู่ข้างในหรือเปล่า?
.
นี่คือคำถามที่เราไม่จำเป็นต้องให้คำตอบกับใคร
ขอแค่เราตอบตัวเองให้ได้ก็พอ ว่าตอนนี้เรารู้สึกอย่างไร
เพราะนี่คือ EP ที่เหมาะกับชื่อตอน “เจ้าหมาในวันใบไม้ผลิ” มาก
.
ต่อไปนี้ คือ ภาพรวมที่เกิดขึ้นใน EP7 ครับ

========================

1.หนึ่งวันที่ฉันไม่อยากให้เธออยู่คนเดียว
ถ้าใครติดตามซีรีส์เรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น จะรู้ว่าคังแทเป็นคนที่แทบจะไม่ใช้วันลาโดยไม่จำเป็นเลย
เพราะสำหรับเขาการทำงานนั้นสำคัญมาก และเหตุผลเดียวที่สำคัญกับเขามาตลอดชีวิต คือ ซังแท
แต่ใน EP นี้ เราได้เห็นแล้วว่าชีวิตของคังแทมีอีกคนสำคัญเพิ่มเข้ามา นั้นคือ “โกมุนยอง”
ผู้หญิงที่เขาพยายามจะวิ่งหนี ผู้หญิงที่ตะโกนไล่ให้เขาไปให้พ้นหน้าเวลาโกรธ
แต่วันนี้ เป็นวันเดียวที่เขาไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้ต้องอยู่คนเดียว เพราะคำว่า “หนีไป” ที่เขาได้ยินในคืนนั้น
มันหมายความว่า “อย่าไปไหนนะ” สำหรับเขา
นี่คือวันดีๆหนึ่งวัน ที่ทำให้เราเห็นพัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างคังแทและมุนยอง
คำว่า “ใบสั่งยา” ที่มุนยองใช้ เป็นคำที่เหมาะมากกับสิ่งที่คังแททำให้
เพราะ “ยา” ที่รักษาอาการทางใจไม่ได้หมายถึงยาที่ต้องกินเสมอ
แต่ยังหมายถึงการเอาใจใส่จากคนที่อยู่ใกล้ชิดได้อีกด้วย

2.ความผูกพันระหว่าง คังแท และแจซู
ตลอดเส้นเรื่องที่ผ่านมา แจซู คือตัวละครเสริมที่อยู่กับคังแทและซังแท มาตั้งแต่ EP1
แต่ก็เกิดคำถามสำหรับใครหลายคนว่า แจซู เข้ามาในชีวิตของพี่น้องคู่นี้ตอนไหน
แล้วทำไมเขาถึงได้ย้ายตามไปมาแบบนี้ ไม่ยอมหาที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
วันนี้ แม้คำตอบจะไม่ครบทั้งหมด แต่เรารู้แล้วว่า แจซู อยู่กับพี่น้องคู่นี้มาตั้งแต่อายุ 16
แม้ว่าตัวเขาเอง จะมีอายุเป็นพี่ของ คังแท แต่รังแก ก็ไม่เคยเรียกเขาว่าพี่เลยสักครั้งเดียว
เพราะชีวิตของ คังแท ไม่ได้ต้องการพี่ชายเพิ่มมาอีกหนึ่งคน แต่ต้องการเพื่อนมากกว่า
นับตั้งแต่วันนั้น แจซู จึงอยู่เคียงข้างคังแท และซังแทเสมอมา
แม้ว่าเขาจะเบื่อการขายไก่ทอดมากแค่ไหน แต่มันก็เป็นกิจการที่เปิดและปิดได้เร็วที่สุดแล้ว
เพื่อที่เขาจะได้ย้ายตามคังแทได้อย่างรวดเร็ว ถือว่าเป็นความสัมพันธ์ที่น่าสนใจมาก
ที่คนๆหนึ่งจะยอมผูกติดชีวิตตัวเองเข้ากับความไม่แน่นอนแบบนี้แค่เพราะคำว่า “เพื่อน”

3.ยัยคนสองหน้า “นัมจูรี”
พูดกันตามจริง สิ่งที่ มุนยอง บอกไว้ก็ไม่ได้ผิดพลาดอะไรนัก
เพราะการระบายความในใจของ จูรี ที่ประธานอี บังเอิญไปได้ยินนั้น
ถือว่าชัดเจนและตรงไปตรงมามาก เพราะความรักข้างเดียวมันเหนื่อยจริงๆ
โดยเฉพาะเมื่อคนที่เป็นคู่แข่ง คือ มุนยอง และเป้าหมายเดียวที่มีเหมือนกัน คือ คังแท
การเปรียบเทียบตัวเองกับอีกคนที่เหนือกว่าย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา
ผมชอบที่บทวางไว้ให้เราค่อยๆเห็นด้านที่แตกต่างของตัวละคร จูรี
ไม่ว่าจะเป็นความงอแงแบบเด็กๆ หรือความเกรี้ยวกราดเวลาเมาแล้วตบหน้าประธานอีใน EP นี้
ทั้งหมดนี้ คือ สิ่งที่เติมเต็มให้ตัวละครมีชีวิต และมีมิติที่ลึกขึ้นกว่าที่เคยเป็น

4.Oh my Darling,Clementine กับความหมายที่แสนเศร้า
ใน EP นี้ เราได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแม่ของ มุนยอง
ในช่วงที่เธอยังไม่หายสาบสูญไปจากคำบอกเล่าของ โกแดฮวาน
ความตอนหนึ่ง โกแดฮวาน พูดถึงแม่ของมุนยองว่า เธอรักลูกสาวมากจนน่าขนลุก
และยังบอกว่า ตกกลางคืนเธอจะกล่อมมุนยองด้วยเพลง Oh my Darling,Clementine
เพลงนี้เป็นเพลงโฟล์คของอเมริกา แม้ว่าทำนองจะดูน่ารัก แต่เนื้อหากลับแสนเศร้า
ขอยกเนื้อเพลงภาษาอังกฤษของเพลงนี้บางส่วนมาไว้ในบทความนี้นะครับ เนื้อเพลงเขียนไว้ว่า
.
“..Light she was and like a fairy,
And her shoes were number nine,
Herring boxes, without topses,
Sandals were for Clementine.
.
Drove she ducklings to the water
Every morning just at nine,
Hit her foot against a splinter,
Fell into the foaming brine.
.
Ruby lips above the water,
Blowing bubbles, soft and fine,
But, alas, I was no swimmer,
So I lost my Clementine...”
.
จะเห็นว่าเนื้อเพลงบรรยายถึงความน่ารักของเด็กสาวคนหนึ่งที่ชื่อ Clementine
แต่อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ขณะที่เธอกำลังไล่ต้อนฝูงเป็ดไปที่ลำน้ำ
เธอเกิดเผลอสะดุดตกลงไป และสูญหายอย่างไม่มีวันกลับมา
จะเห็นว่าเนื้อหา คือการระบายความเศร้าโศกและเสียใจที่เกิดขึ้นซ้ำไปมาในแต่ละวัน
เพราะความคิดถึงลูกสาวอันเป็นที่รักซึ่งจากไป และถ้าหากเราจะเปรียบระดับของความเศร้าแล้ว
ก็คงพอๆกับการเป็น “โรคซึมเศร้า” ในปัจจุบัน นี่จึงเป็นที่มาของคำถามที่ โกแดฮวาน รำพึงขึ้นมาว่า
ผู้หญิงคนนั้น จะรู้ความหมายของเพลงนี้ไหม? ทำไมเธอถึงเอามาใช้กล่อมลูกนอน

5.ผ้าคลุมไหล่ของ “คังอึนจา”
จาก EP ที่แล้ว เราเห็นคนไข้คนหนึ่ง ที่ชื่อว่า “คังอึนจา”
มาบอกกับมุนยองว่าเธอคือแม่ของมุนยอง แต่ความจริงแล้ว
เธอได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ เพราะสูญเสียลูกสาวไป
และใน EP นี้ เราได้เห็นฉากสะเทือนใจ นั่นคือปมในอดีตอันแสนเจ็บปวดของคังอึนจา
เราจะเห็นว่าเรื่องราวในอดีตของเธอ คล้ายกับบทเพลงในข้อ 5 ที่คนๆหนึ่งสูญเสียลูกสาวไป
บางครั้ง คนเราก็แบกความทุกข์ใจ และความเจ็บปวดเอาไว้ เพียงเพราะกลัวว่าจะ “ลืม”
นี่คือแก่นกลางของ EP7 ที่สอนให้เรารู้จักการ “ปล่อยวาง”
ผ้าคลุมไหล่ที่ลูกสาวให้ไว้ ตัวแทนของความทรงจำอันเจ็บปวด
ที่คังอึนจาพาดไว้บนบ่าตลอดเวลา ได้ถูกมุนยองขอไป
เพื่อชดใช้ความผิดที่คังอึนจาทำให้คลาสของมุนยองถูกยุบ
.
แต่น่าแปลกที่การกระทำซึ่งดูเหมือนจะโหดร้าย เพราะแย่งของรักจากคนไข้
กลับทำให้คนๆนั้นสบายใจอย่างน่าประหลาด เหมือนกับคำพูดของคังอึนจาที่บอกกับคังแทว่า
“ฉันรู้สึกเบาไหล่ขึ้นแล้ว” ตรงนี้เชื่อมกับเรื่องเล่าของนิทาน เจ้าหมาในวันใบไม้ผลิ ได้อย่างดี
เจ้าหมาน้อยในฤดูใบไม้ผลิที่อยากปลดเชือกเพื่อออกไปวิ่งเล่นยังทุ่งกว้าง
แต่เพราะมันถูกล่ามไว้นานเกินไปเลยลืมวิธีที่จะปลดเชือก
ดูเหมือนบทเรียนนี้ ไม่ใช่แค่ได้ผลกับ คังอึนจาเท่านั้น แต่ยังได้ผลกับมุนยองด้วย
เพราะในที่สุด เธอก็ตัดสินใจ “ตัดเชือก” ออกจนได้ ผมยาวที่แม่ของเธอสั่งให้ไว้
และคนที่ช่วยเธอปลดพันธนาการนั้น ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
แต่เป็น คังแท เด็กผู้ชายที่เคยวิ่งหนีเธอไปนั่นเอง

6.มังแท ตุ๊กตาดักฝันร้าย
ไอเทมหนึ่งที่ฮิตมากๆในเกาหลีและโด่งดังจากซีรีส์เรื่อง The Heirs คือ Dreamcatcher
หรือตาข่ายดักฝัน ซึ่งในตอนนั้นได้สร้างปรากฏการณ์ทำให้ราคาในตลาดพุ่งขึ้นไปถึงหลักพันได้เลย
สำหรับใน EP นี้ เราก็ได้พบกับสมาชิกคนที่สามของ ของคังแทและซังแท นั่นคือ “มังแท” ตุ๊กตาดักฝันร้าย
งานฝีมือที่คังแทตั้งใจเย็บมือให้กับซังแทเอาไว้นอนกอดเวลาฝันร้าย ตรงนี้เป็นรายละเอียดเล็กๆที่น่ารัก
เพราะทำให้เราเห็นความตั้งใจจริงของคังแท ที่จะดูแลมุนยอง เนื่องจากเขาไม่สามารถดูแลเธอในห้องนอนทุกคืนได้
เขาจึงส่งต่อ มังแทให้ไว้เป็นตัวแทนของเขาเอง

7.ด้านที่เราเห็นไม่ใช่ทุกด้านที่เกิดขึ้นจริง
เชื่อว่าใน EP ก่อนหน้า บางคนอาจจะรู้สึกโกรธแม่ของคังแท
ที่ทอดทิ้งให้เด็กคนหนึ่งต้องแบกรับความคาดหวังของตัวเองเอาไว้
เราได้เห็นฉากที่แม่กางร่มให้แต่ ซังแท ไม่สนใจคังแทที่อยู่ข้างๆ
เราได้เห็นฉากที่คังแท พยายามกระเถิบเข้าไปเพื่อหาไออุ่นจากแม่
และเห็นแม่ที่ดุด่าทุบตี เพียงเพราะเขาปกป้องพี่ไว้ไม่ได้
.
แต่ความจริงที่เราเห็น คือ เรื่องจริงทั้งหมดอย่างนั้นเหรอ? เปล่าเลย
ยังมีความจริงอีกด้านที่รอให้เรามองเห็น
เราได้เห็นแม่ ที่เรียกคังแทให้เข้ามาในร่มเพราะลูกของเธอยืนตากฝน
เราได้เห็นแม่ ที่หันมาเห็นลูกชายคนเล็กนอนหลับ แล้วรู้สึกผิดกับตัวเองจนร้องไห้
ก็จริงอย่างที่แม่ของจูรีบอกเอาไว้ ถ้าเราลองคิดในมุมของผู้หญิงที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวแล้ว
การต้องเลี้ยงดูลูกถึงสองคน แถมอีกคนเป็นเด็กพิเศษที่ต้องได้รับการดูแลมากกว่าปกติ
นี่คือเรื่องท่ียากและลำบากแสนสาหัสจริงๆสำหรับความเป็น “แม่”

=========================

: บทวิเคราะห์ :

“เราต่างมีที่ ที่เป็นของเรา และมีคน ที่เป็นคนของเรา”
จากภาพรวมทั้งหมด นี่คือตอนที่ทำให้เรามองเห็นพัฒนาการความสัมพันธ์
ระหว่าง คังแท และมุนยองได้ดีมากๆตอนนึงเลย
เพราะแต่ละฉากซ่อนความน่ารักเอาไว้มากมาย
มุนยอง ยังคงแข็งกร้าว แต่ก็เห็นได้ว่าอ่อนโยน และยิ้มง่ายขึ้นเมื่ออยุ่กับคังแท
ส่วนคังแทเอง ก็กลายเป็นคนที่ยิ้มง่ายขึ้น เป็นตัวของตัวเองมากขึ้นเมื่อได้ดูแลมุนยอง
เป็นการแสดงออกอย่างอ่อนโยนที่ทำจากใจ ไม่ใช่แค่เพราะหน้าที่อย่างที่เคยทำ
การแสดงของ ซอเยจี และคิมซูฮยอน ยังคงยอดเยี่ยมเหมือนเคย
โดยเฉพาะฉากที่ คังแทนอนมองท้องฟ้าแล้วนึกถึงแม่จนน้ำตาไหลออกมา
เป็นความเจ็บปวดที่ต้องใช้พลังในการถ่ายทอดให้ผู้ชมรับรู้สูงมากจริงๆ
.
อีกฉากที่น่าสนใจ และเป็นเงื่อนงำไปหาตอนต่อไป
คือบทสนทนาระหว่าง โกแดฮวานและโกมุนยอง
ที่เขาบอกว่า แกต้องเป็นเหมือนกับแม่ของแก ไม่มีทางหนีพ้น
แล้วมุนยอง ตอบว่า ไม่มีทาง เธอไม่มีทางเป็นเหมือนแม่
ยิ่งทำให้เราอยากรู้ว่า แท้จริงแล้ว แม่ของเธอเป็นอะไร หรือกลายเป็นใคร
ทำไมถึงได้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย แล้วอะไรคือสาเหตุที่แท้จริง?
.
มาตามลุ้นคำตอบ และตามอ่านนิทานเรื่องต่อไปใน EP8 กันนะครับ

======================

It’s Okay To Not Be Okay ปล่อยตอนใหม่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์เวลา 21.00 น. ทาง NETFLIX





Latest