คนดังในวงการบันเทิงเกาหลี มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแอบอ้างสิทธิในการจัดคอนเสิร์ตของบีทีเอส
2019-11-14 18:53:21
Advertisement
เพราะหรอกถึงหยอกเล่น ใครจะโดนหยอก หรือ ใครจะรู้ทัน ติดตามได้ในรายการหยอกหยอกคลิก!!!

 

Big Hit Entertainment ออกมาชี้แจงหลังจากมีข่าวว่ามีคนในวงการหลายคนใช้ชื่อของบริษัทและเซ็นสัญญาปลอม ซึ่งถือเป็นการฉ้อโกง

สำนักข่าว The Fact ได้รายงานเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนว่า คนที่ทำงานในวงการบันเทิงหลายคนได้ฉ้อโกงด้วยการอ้างตัวเป็นตัวแทนของ Big Hit และใช้ปลอมแบบฟอร์มในการลงนามสัญญาซึ่งใช้ภายใน Big Hit เซ็นสัญญาปลอมกับหลายบริษัท จากข่าวรายงานว่ามีบริษัทผู้เสียหายทั้งสิ้น 11 บริษัท และเกิดความเสียหายทั้งสิ้น 5 พันล้านวอน (ประมาณ 130 ล้านบาท)

The Fact รายงานว่า ‘คนในวงการบันเทิง’ ที่กล่าวถึงนั้นรู้จักกันในนาม ‘K’ และ ‘D’ ได้ทำการชักชวนบริษัทขนาดเล็กและกลางหลายบริษัทให้ร่วมลงทุนในทัวร์คอนเสิร์ตระดับโลกของบีทีเอส บริษัทที่ตกเป็นเหยื่อนี้มีทั้งในประเทศและต่างประเทศซึ่งยอมลงทุนในฐานะผู้สนับสนุนงานคอนเสิร์ตบีทีเอสเพื่อหวังผลกำไรจากการจัดงานคอนเสิร์ตในครั้งนี้

จากคำบอกเล่าของคุณ ‘โช’ จากบริษัท T Communication และ คุณ ‘คิม’ เล่าว่า ‘K’ ได้รับเงินลงทุนไป 5 พันล้านวอน (ประมาณ 130 ล้านบาท) แต่ละบริษัทที่ตกเป็นเหยื่อ ถูกหลอกเงินไปได้อย่างต่ำ 150 ล้านวอน (ประมาณ 4 ล้านบาท) และมากสุดถึง 1.4 พันล้านวอน (ประมาณ 36 ล้านบาท)

‘K’ และ ‘D’ ได้รับความช่วยเหลือในการฉ้อโกงจากอีกหลายคน หนึ่งในขบวนการต้มตุ๋นนี้สามารถหาแบบฟอร์มในการเซ็นสัญญาที่ใช้ภายใน Big Hit มาได้ พวกเขาร่างแบบฟอร์มขึ้นมาใหม่ ระบุรายชื่อประเทศ 4 ประเทศซึ่งไม่ได้อยู่ในรายชื่อลิสต์ประเทศทัวร์คอนเสิร์ตของบีทีเอส 2 ประเทศใน 4 คือ อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ซึ่งมีบริษัทตัวแทนเกาหลีตั้งอยู่หลายบริษัท

 ‘L’ หนึ่งในผู้เสียหาย ได้บอกกับ The Fact เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนว่า “ K ซึ่งเป็นผู้ฉ้อโกงหลักเป็นคนที่ถูกพูดถึงในหลายข่าว เพราะเขาเคยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในกรณีที่มีดาราในวงการเสนอขายบริการทางเพศ เขาวางแผนการโกงนี้กับอีกหลายคนที่คอยช่วยเหลือเขา เราถูกหลอกเพราะเห็นเอกสารแบบเดียวกันกับที่ใช้ใน Big Hit Entertainment”

ยกตัวอย่างสัญญาปลอมที่มีการอ้างว่าจะจัดงานคอนเสิร์ตที่อินโดนีเซีย โดยใช้ชื่อว่า “BTS Fan Concert in Indonesia” ในสัญญาระบุว่า คอนเสิร์ตจะถูกจัดระหว่างช่วงเดือนพฤศจิกายน 2019 และกุมภาพันธ์ 2020 ค่าใช้จ่ายในการปรากฏตัวในคอนเสิร์ตของบีทีเอสอยู่ที่ประมาณ 84 ล้านบาท ถึงแม้เรื่องการฉ้อโกงนี้จะเป็นข่าวมาตั้งแต่ 10 เดือนที่แล้วในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2019 และทาง Big Hit ได้ออกมายืนยันแล้วว่าไม่มีส่วนรู้เห็น แต่ผู้เสียหายยังคงไม่ออกมาพูดอะไรในตอนนั้น เนื่องจากภายในสัญญาระบุว่าห้ามออกมาเปิดเผยข้อระเบียบในสัญญา เพราะต้องรอให้ดำเนินงานเสร็จสิ้นสมบูรณ์ก่อน

The Fact ยังรายงานอีกด้วยว่ามีนักแสดงในวงการเข้ามาเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงในครั้งนี้ เป็นนักแสดงที่สร้างชื่อจากซีรีส์แนวประวัติศาสตร์ และเคยเข้าร่วมคอนเสิร์ตบีทีเอสในไทยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาพร้อมกับนักลงทุนชาวจีน การเจอกันของนักลงทุนจีนและนักแสดงถูกนัดหมายโดย ‘ซอก’ ซึ่งเป็นผู้จัดการของดาราคนดังกล่าว นายซอกได้อ้างว่าเป็นสมาชิกในบอร์ดบริหารของค่าย Big Hit Entertainment

ผู้เสียหาย ‘L’ เล่าว่านายซอก หลอกนักลงทุนชาวจีนว่าเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายบัตรสำหรับใช้ขนส่งสาธารณะของบีทีเอส ซึ่งผู้ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายบัตรดังกล่าวคือบริษัท C Entertainment ที่เขาและนักแสดงในวงการดังกล่าวก่อตั้งขึ้น ทำให้นักลงทุนจีนหลงเชื่อ และร่วมลงทุนไปทั้งสิ้น 800 ล้านวอน (ประมาณ 20 ล้านบาท) ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น

ยังมีเหยื่อในฮ่องกงที่พบว่าถูกหลอกหลังจากไม่มีการจัดงานคอนเสิร์ตของบีทีเอสขึ้นจริงเมื่อเดือนที่แล้ว ผู้เสียหายได้เดินทางไปยังสำนักงานของ ‘K’ และพยายามจะขอเงินลงทุนของพวกเขาคืน แต่ไม่สามารถทำได้ จากนั้นผู้อยู่อาศัยบริเวรณดังกล่าวได้โทรแจ้งตำรวจเพื่อให้มาจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย ซึ่งตำรวจพบว่าเป็นคนเดียวกันกับที่เคยก่อเหตุอ้างชื่อนักแสดงหนุ่ม อีมินโฮ (Lee Min Ho) เพื่อฉ้อโกงผู้อื่น

 ‘K’ มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเสนอขายบริการทางเพศโดยคนดังในวงการบันเทิงซึ่งเกินขึ้นเมื่อปี 2013 โดยตรง จากเหตุการณ์ดังกล่าว ‘K’ ถูกตัดสินจำคุก 6 เดือน และหลังจากนั้นก็ถูกจำคุกอีก 3 ปี 6 เดือนจากการแอบอ้างภาพถ่ายของนักแสดงหนุ่ม ครั้งนี้เขาถูกควบคุมตัวได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และมีรายงานว่าขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำโซล

เขามีประวัติอ้างชื่อศิลปินและดาราชื่อดังเพื่อฉ้อโกงผู้อื่นมากมาย โดยศิลปินที่เขาอ้างชื่อได้แก่ EXO, Super Junior, Teen Top, SISTAR, Block B, อีมินโฮ, คิมซูฮยอน และ B1A4

‘H’ ผู้เสียหายอีกราย ได้ให้ข้อมูลกับ The Fact ว่า “มีการยืนยันแล้วว่า ‘K’ ถูกจับกุม และผมได้ติดต่อไปยังบริษัทกฎหมายแล้วเมื่อ 2 วันก่อน เราจะทำการยื่นฟ้องร้อง และแจ้งความต่อสถานีตำรวจกังนัมในข้อหาฉ้อโกง โดยน่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้หรืออย่างช้าที่สุดน่าจะเป็นวันจันทร์สัปดาห์หน้า”

ตัวแทนของ Big HIt Entertainment ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผ่าน The Fact ว่า “เรารู้ว่ามีการฉ้อโกงโดยใช้ชื่อบริษัท หลังจากเห็นภาพเอกสารปลอมนั้น ขอยืนยันว่า Bit Hit Entertainment ไม่เคยเซ็นเอกสารดังกล่าว สัญญาและเอกสารเหล่านั้นถูกปลอมแปลงขึ้นมา จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราจะดำเนินคดีทางกฎหมายเมื่อพิสูจน์แล้วว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นจากการกระทำข้างต้น”

 

ที่มา   ( 1 ) ( 2 )

แปลโดย  http://popcornfor2.com

 




Latest