ภาพยนตร์ภาคต่อที่มีการรอคอยมากที่สุด สร้างปรากฎการณ์รายได้ให้บ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลก เรื่อง “The LEGO® Movie 2”
2019-02-07 18:33:40
Advertisement
"โฮะ แฟมิลี่" ซิทคอมสุดฮาเรื่องแรกจาก Viu Original นำแสดงโดย เก้า จิรายุ, ปันปัน สุทัตตาคลิก!!!

 

ภาพยนตร์ภาคต่อที่มีการรอคอยมากที่สุดและได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ สร้างปรากฎการณ์รายได้ให้บ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลก เรื่อง “The LEGO® Movie 2” เป็นการรับทมารวมตัวกันของฮีโร่บริคส์เบิร์ก ในการผจญภัยที่เต็มไปด้วยการต่อสู้รูปแบบใหม่เพื่อปกป้องเมืองอันเป็นที่รักของพวกเขา ซึ่งเป็นเวลา  5 ปีแล้วที่ทุกสิ่งช่างดูสวยหรู และตอนนี้เหล่าประชาชนต้องพบกับภัยร้ายครั้งใหญ่รูปแบบใหม่อย่าง LEGO DUPLO® ผู้บุกรุกจากนอกอวกาศ ทำลายล้างทุกอย่างได้รวดเร็วกว่าที่พวกเขาจะกลับมาสร้างใหม่ได้

ในการเอาชนะคู่ต่อสู้และทวงคืนความสามัคคีของจักรวาลเลโก้ เอมเม็ต ลูซี่ แบทแมน และผองเพื่อนของพวกเขาต้องเดินทางไปยังโลกที่ห่างไกลที่ไม่คุ้นตา รวมถึงกาแล็คซี่ประหลาดที่ทุกอย่างเป็นเสียงดนตรี ซึ่งนี่จะเป็นการทดสอบความกล้าหาญ ความสร้างสรรค์ และความสามารถด้านการก่อสร้างขั้นสูงของพวกเขา และจะได้เห็นกันว่าจริงๆ แล้วพวกเขามีความพิเศษมากขนาดไหน

นักแสดงผู้กลับมารับบทบาทจากภาคแรก ได้แก่ คริส แพร็ตต์ ในบท เอมเม็ต เอลิซาเบธ แบงค์ส ในบท ลูซี่ (หรือในชื่อไวด์สไตล์) วิล อาร์เน็ตต์ ในบท เลโก้แบทแมน นิค ออฟเฟอร์แมน ในบท เมทัลเบียร์ด อลิสัน บรี ในบท ยูนิคิตตี้ และ ชาร์ลี เดย์ ในบท เบนนี่ รวมถึงทิฟฟานี่ แฮดดิช และ สเตฟานี่ บีทริซ ในบทบาทตัวละครใหม่อย่างควีน วอทเอฟวา วานาบี และนายพลเมย์เฮม และมายา รูดอล์ฟ

ภาพยนตร์เรื่อง “The LEGO Movie 2” กำกับฯ โดยไมค์ มิตเชล (“Shrek Ever After,” “Trolls,” “Sky High”) อำนวยการสร้างฯ โดยแดน ลิน, ฟิล ลอร์ด, คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ และ รอย ลี ทีมงานเบื้องหลังภาพยนตร์แฟรนไชส์ LEGO ตั้งแต่เรื่อง “The LEGO Movie” ที่ฉายเมื่อปี 2014 บทภาพยนตร์โดยฟิล ลอร์ด และ คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ และ แมทธิว โฟเกล สร้างอิงจากของเล่นแนวตัวต่อเลโก้ ทรีช่า กัมเป็นผู้ควบคุมแอนิเมชั่น

ภาพยนตร์อำนวยการสร้างบริหารฯ โดยจิล วิลเฟิร์ต, แมทธิว แอชตัน, จินโก โกโทห์, คริส แม็คเคย์, ซาเรห์ นัลแบนเดียน ไรอัน ฮัลพริน วิล อัลลีกรา และคริส เลฮี่ ผู้ออกแบบฉากฯ ได้แก่ แพทริค มาร์ค ฮาเนนเบอร์เกอร์ ลำดับภาพโดยแคลร์ ไนท์ ประพันธ์ดนตรีโดยมาร์ค มาเธอร์สเบิร์ก   

วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์สและวอร์เนอร์ แอนิเมชั่น กรุ๊ป นำเสนอภาพยนตร์ร่วมกับ LEGO System A/S, a Lin Pictures/Lord Miller/Vertigo Entertainment Production ภาพยนตร์เรื่อง “The LEGO Movie 2” จัดจำหน่ายโดยวอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์สในรูปแบบธรรมดา ระบบ 3 มิติ ระบบไอแมกซ์ในโรงภาพยนตร์บางแห่ง TheLEGOMovie.net

LEGO, DUPLO, the LEGO logo ตัวละครจิ๋ว ตัวต่อ ส่วนประกอบต่างๆ เป็นเครื่องหมายการค้าของ The LEGO Group. ©2019 The LEGO Group.ที่ได้รับอนุญาตและได้รับสิทธิ์อย่างถูกต้อง

แบทแมนเป็นเครื่องหมายการค้าของ © DC Comics

รายละเอียดภาพยนตร์

เดินทางสู่ที่ๆ ไม่มีตัวต่อใดเคยไปถึงมาก่อน...

เมื่อไม่นานมานี้ในเมืองบริคส์เบิร์ก ยังมีผู้ชายใจดี มองโลกแง่ดี และอยู่อย่างมีความหวังชื่อ เอมเม็ต ผู้มีชีวิตธรรมดาที่พบกับความพิเศษในภาพยนตร์แอนิเมชั่นผจญภัยที่ได้รับความนิยมอย่างถล่มทลาย เรื่อง “The LEGO Movie” เขาเป็นตัวละครเลโก้จิ๋วที่สวมเสื้อสีส้มสดใสที่กล้าเดินตามโชคชะตาจนกลายเป็นผู้ชำนาญด้านการก่อสร้าง โดยได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ในการปกป้องเมืองเอาไว้ เขายังพิชิตใจลูซี่ได้และช่วยสร้างงานปาร์ตี้เต้นรำ “Everything is Awesome” ที่ทั่วโลกตามร้องเต้นไปด้วยกัน

ตอนนี้คุณกำลังร้องเพลงนั้นอยู่ จริงมั้ยล่ะ?  

ตอนนี้นับเป็นเวลา 5 ปีแล้วหลังจากวันนั้นที่เกิดเรื่อง เอมเม็ตยังคงกระโดดโลดเต้น มีรอยยิ้มอย่างสดใสบนใบหน้า และใส่น้ำตาล 25 ก้อนในกาแฟของเขาทุกเช้า แต่ทุกอย่างกลับพังทลายออกเป็นชิ้น การบุกรุกอย่างไม่ทันตั้งตัวของ DUPLO ได้สร้างความเสียหายให้สิ่งก่อสร้างต่างๆ หลังจากจุดจบอย่างมีความสุขในหนังภาคแรก บริคส์เบิร์กกลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยซากหินปูนจากการต่อสู้ โดยเรียกการต่อสู้ของพลเมืองที่ดูอ่อนล้า (แต่ยังมีไหวพริบ) ว่าอะโพคาลิปส์เบิร์ก

 “ทุกคนเติบโตมากขึ้น กล้าหาญมากขึ้น เข้มแข็งและแข็งแกร่งมากขึ้น” คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ หนึ่งในผู้สร้างภาพยนตร์แฟรนไชส์ LEGO กล่าว เขากลับมาร่วมงานกับทีมผู้สร้างสรรค์ ฟิล ลอร์ด ในฐานะของนักเขียนบทฯ และผู้อำนวยการสร้างภาคล่าสุด “แน่นอนว่าทุกคนเป็นแบบนั้นยกเว้นเอมเม็ต เขายังคงร่าเริง สดใส ไร้เดียงสาอย่างที่เคยเป็นมา”

“เขาเป็นคนเดียวในโลกนี้ที่ไม่ติดฝุ่นเลยสักนิด” ลอร์ดกล่าว

แต่ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนแปลงไป เมื่อเพื่อนสนิทและลูซี่ซึ่งเป็นคนรักของเอมเม็ตถูกจับตัวไป ทำให้เขาต้องกลับเข้าสู่โหมดฮีโร่ที่ต้องอาศัยไหวพริบ เขาสามารถพาตัวเองสู่การผจญภัยนอกจักรวาลเพื่อช่วยพวกเขา... ตามสไตล์ของเอมเม็ต โดยผู้กำกับฯ ไมค์ มิตเชล เล่าว่า “มีฉากแอคชั่นหลุดโลกและตัวละครที่มีความโดดเด่นอยู่ในเรื่อง รวมถึงมีฉากเรียกเสียงหัวเราะแบบเดิมอย่างที่เราคาดหวังได้จากคริสและฟิลที่คนทุกวัยจะเข้าถึงได้ เอมเม็ตต้องอาศัยความกล้าและความรับผิดชอบ แต่เขาไม่รู้เลยว่ากำลังจะเดินทางไปที่ไหน ในหนังมีทุกอย่างที่เรารักจากภาคแรกและมีอีกหลายสิ่งเพิ่มขึ้น!”

    แม้ว่าจะเหมือนการผจญภัยเดี่ยวอย่างเต็มตัว แต่ในภาคต่อนี้ได้สร้างขึ้นจากเรื่องราวต้นฉบับของ “The LEGO Movie” ที่มีตัวละครจิ๋วจากแก๊งค์เลโก้กลับมารวมตัวกัน แต่มีบุคลิกที่ดูชัดเจนขึ้นซึ่งแฟนๆ จากทั่วโลกจะเข้าใจได้ เช่น คู่หูดูโอ้ที่มีความอ่อนโยนและซื่อสัตย์อย่างเอมเม็ตและลูซี่ที่ชอบทำงานบ้าน แบทแมนผู้หลงตัวเองอย่างน่าตลก ยูนิคิตตี้ผู้ยากจะคาดเดาและมุ้งมิ้งหลุดโลก ครึ่งโจรสลัดและครึ่งมีดอเนกประสงค์อย่างเมทัลเบียร์ด และเบนนี่นักบินอวกาศผู้ล่องลอย รับบทโดยนักแสดงที่กลับมารับบทเดิมอย่างคริส แพร็ตต์, เอลิซาเบธ แบงค์ส, วิล อาร์เน็ตต์, อลิสัน บรี, นิค ออฟเฟอร์แมน และ ชาร์ลี เดย์

ในเรื่องราวภาคใหม่นี้ยังมีการกล่าวถึงตัวละครใหม่ๆ ที่จะมาท้าทายตัวละครโปรดของเรา และพาพวกเขาไปสู่การค้นพบความแปลกใหม่อีกด้วย ได้แก่ ควีน วอทเอฟวา วานาบี (ออกเสียงช้าๆ นะ) ที่มีความตลกและแปลงร่างได้ รับบทโดยทิฟฟานี่ แฮดดิช; ร้อยโทหญิงผู้น่าเกรงขามของเธออย่างนายพลเมย์เฮมหรือในชื่อสวีท เมย์เฮม รับบทโดยสเตฟานี่ เบียทริซ และคาวบอยอวกาศผู้ลึกลับเร็กซ์ แดนเจอร์เวสต์ซึ่งให้เสียงพากย์โดยแพร็ตต์ การรวมตัวกันของทีมเลโก้ครั้งนี้จะเป็นการนำผู้ชมสู่การผจญภัยยังโลกที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งอยู่สุดท้ายสตาร์เกทอันต้องห้าม

ภาพยนตร์เรื่อง “The LEGO Movie 2” เต็มไปด้วยสีสัน การออกแบบสุดแหวกแนว และดนตรีที่เหมาะกับปาร์ตี้ นอกจากนั้นยังมี “Everything is Awesome” ที่จะได้ยินในฉากแอคชั่นด้วยเวอร์ชั่นต่างๆ ลอร์ดเล่าว่า “เราใช้เพลงและเสียงดนตรีเยอะมากเพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการถ่ายทอดเรื่องราว” ในหนังยังมีเพลงต้นฉบับที่แต่งโดยจอน ลาโจย รวมถึงเพลง “Super Cool” ที่ร้องและแต่งโดยเบ็ค ฟีเจอร์ริ่งกับโรบิน โดยที่ท่อนแร็พที่แต่งและร้องโดย The Lonely Island ซึ่งจะได้ยินช่วงเครดิตท้ายเรื่องเป็นการสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ชม

ขณะเดียวกันผู้สร้างภาพยนตร์ได้ให้เกียรติภาพยนตร์เช่นเดียวกับแบรนด์ LEGO ที่ได้รับความไว้วางใจมาเป็นเวลา  60 ปี ทั้งในแง่ความสร้างสรรค์ ทีมเวิร์ค และความสำคัญของการเล่น ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรืออายุเท่าไหร่ ในเรื่องนี้จะมีหลายตัวละครที่เริ่มมีหลายจุดมุ่งหมายและมีความโดดเด่นเรื่องการร่วมมือกัน

“ในเรื่องมีหลายประเด็นเกี่ยวกับความสามัคคีกันและการทำงานร่วมกันซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก” คริส แพร็ตต์กล่าว เขาเป็นแฟนเลโก้มาอย่างยาวนานซึ่งตอนนี้เขากำลังต่อเลโก้กับลูกชายตัวเอง “ในหนังยังมีประเด็นของเรื่องการทิ้งความสงสัยแบบตอนเด็กๆ และพร้อมที่จะใช้จินตนาการของตัวเอง”

ผู้อำนวยการสร้างฯ แดน ลิน กล่าวย้ำว่า “เราอยากให้ทุกคนได้สัมผัสความสุข อยากให้ทุกคนหัวเราะ แต่เราก็อยากเซอร์ไพรส์ด้วยความหมายและความรู้สึกเพื่อย้ำเตือนถึงพวกเขา เราไม่จำเป็นต้องทิ้งความมหัศจรรย์ในวัยเด็กเพียงเพราะเราโตขึ้นแล้ว”

ลินเป็นผู้ริเริ่มแฟรนไชส์ที่รวมความสนุกสนานนี้เอาไว้ เขาได้อธิบายให้ฟังว่าการผจญภัยในช่วงสั้นๆ ได้กลายเป็นการเดินทางที่ยิ่งใหญ่ขึ้นได้อย่างไร “สำหรับภาพยนตร์ LEGO เราอยากเซอร์ไพรส์ผู้ชมและสร้างความแปลกใหม่ให้แต่ละภาคตลอด ในภาคแรกเราได้ลบล้างภาพของหนังแนวแอคชั่น/ผจญภัย จากนั้นเรานำซูเปอร์ฮีโร่และศิลปะการต่อสู้เข้ามาใส่ในเรื่อง ประเด็นที่นำเรามาสู่ ‘The LEGO Movie 2’ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของเด็กในช่วงเวลาหลายปี เริ่มจากของเล่นพื้นฐานทั่วไปจนลามไปถึงความระวังในรายละเอียดและการถูกโน้มน้าวด้วยสิ่งต่างๆ จนทุกอย่างมารวมตัวกัน มีการแนะนำจากเพื่อนหรือพี่น้องซึ่งทุกอย่างได้พัฒนามาถึงการเล่นของเล่น”

ซึ่งในเรื่องนี้อาจดูเป็นการเข้าถึงจินตนาการของผู้ที่อยากร่วมนุกไปกับ DUPLO และตัวละครตุ๊กตาจิ๋ว และไอเดียต่างๆ ของเธอ เช่น ตัวละครหญิงที่มีพลังอีก 2 ตัวอย่างราชินีและนายพลของเธอ ที่มีทั้งความกล้าหาญ เป็นตัวของตัวเองเหมือนกับลูซี่และยูนิคิตตี้ “เราไม่อยากให้เรื่องนี้มีแค่ตัวละครหญิงที่ดูมีพลังเพียงตัวเดียว” ทริช่า กัม ผู้เคยร่วมงานในเรื่อง “LEGO Batman Movie” กล่าว เขาได้ร่วมงานกับมิตเชลในฐานะผู้ควบคุมแอนิเมชั่นในเรื่องใหม่ “เราอยากได้ตัวละครหญิงอีกหลายตัวที่มีเอกลักษณ์ มีเป้าหมาย อารมณ์ จุดแข็งและสิ่งที่สนใจต่างกันไป”

ความขัดแย้งที่นำไปสู่สงครามทำให้เกิดความเสี่ยงต่อทุกฝ่าย ความพ่ายแพ้ของพวกเขาอาจเป็นหายนะที่ส่งผลต่อเอมเม็ต ลูซี่ และจักรวาลเลโก้ก็ได้  

ซึ่งแน่นอนว่าการต่อสู้และการเดินทางระยะไกลมักทำให้ฮีโร่อย่างเอมเม็ตและลูซี่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองระหว่างทาง “เอมเม็ตพยายามทำตัวแข็งแกร่ง เพราะเขาคิดว่ามันจะทำให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และได้รับการนับถือจากลูซี่” ลินอธบาย “แต่การเดินทางตลอดทั้งเรื่องทำให้เขาได้เข้าใจว่า เขาเป็นได้แค่ตัวของตัวเองและเขามีความแข็งแกร่งอย่างแท้จริงอยู่ในตัว”  

นอกจากนั้นเอลิซาเบธ แบงค์สยังเล่าอีกว่า “ลูซี่มีพัฒนาการขึ้นในสิ่งที่เธอเคยหลบซ่อนจากเพื่อนๆ และตัวเธอเอง”

เรื่องสำคัญคือไอเดียของเลโก้ที่สะท้อนถึงทุกคน ทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย มีหลากหลายรูปแบบทั้งที่เหมาะกับทารกอย่างในฉาก DUPLO ไปจนถึงรูปแบบภาพยนตร์สต็อปโมชั่น/ดิจิตอลที่ผลิตขึ้นโดยแฟน LEGO (AFOL) และการแข่งขันผู้ชำนาญด้านการก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบ “มันเป็นของเล่นที่ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่และมีความเป็นไปได้อย่างไม่รู้จบ ซึ่งมันสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมแอนิเมชั่นของเรา” มิตเชลกล่าว

ทั่วโลกต่างให้ความสนใจในตัวต่อเลโก้ “มันมีกฎว่าถ้าเราอยากต่อขึ้นมาโดยใช้บลูปรินท์ก็ทำได้ ซึ่งมันก็วิเศษมากด้วย” ทิฟฟานี่ แฮดดิชกล่าว “แต่ความพิเศษเกี่ยวกับของเล่นเลโก้และเรื่องราวต่างๆ คือการฉลองให้กับความคิดสร้างสรรค์ เราสามารถแปลงบ้านให้กลายเป็นยานอวกาศและสร้างทั้งจักรวาลขึ้นมาในห้องนอนของเราได้”

ในภาพยนตร์เรื่อง “The LEGO Movie 2” มีการใช้เทคนิคเดียวกับที่เคยผลิตในภาคแรก ตัวละคร ฉาก สิ่งก่อสร้างหรือยานพาหนะทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาโดยเทคนิคดิจิตอล มีการใช้ตัวต่อจริงออกแบบให้เหมือนมือคนต่อชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันจริงๆ โดยผู้สร้างภาพยนตร์ได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับทีมผู้สร้างสรรค์ในสตูดิโอแอนิเมชั่นชื่อดัง Animal Logic และทีมออกแบบในสำนักงานใหญ่ของเลโก้ที่ Billund ประเทศเดนมาร์ก นำทีมโดยแมทธิว แอชตัน สำหรับการช่วยออกแบบและควบคุมเรื่องความถูกต้องตามจินตนากรของพวกเขา

   “ผมคิดว่าทุกคนยังคงตื่นเต้นกับการที่ได้เห็นตัวต่อมีชีวิต ไม่ใช่แค่การแสดงออกที่น่าทึ่งเท่านั้น แต่รวมถึงการใช้ชีวิตในแบบของพวกเขาตั้งแต่ท่าทางไปจนถึงความคิด” กัมกล่าว “ยิ่งผู้สร้างแอนิเมชั่นมีข้อจำกัดเรื่องรูปร่างตัวละครมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งเห็นเสน่ห์และอารมณ์ของพวกเขามากเท่านั้น”

ศัตรูของบริคส์เบอร์เกอร์สมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีการเดินทางไปยังดินแดนใหม่ และการที่ราชินีทำให้พวกเขาต้องเจอกับจุดพลิกผันตลอดเวลา มันคล้ายกับเวลาที่เด็กเล่นกันแล้วมีฝ่ายตรงข้าม ซึ่งต่างฝ่ายต้องต่อสู้ในแบบของตัวเอง  

 “ผมมีลูก 2 คนเวลาที่พวกเขาทะเลาะกันมันจะแย่มาก แต่เวลาที่พวกเขาเล่นกันดีมันก็วิเศษสุดเลย” มิตเชลกล่าว “ผมคิดว่าทุกคนเข้าใจดีว่ามันดีกว่าเยอะมากถ้าได้เล่นกับใครหรือทำงานร่วมกับใคร เพราะมันจะมีความสร้างสรรค์ มีความสนุกสนานมากกว่า และโลกของเราจะเปิดกว้างมากขึ้น การได้ร่วมงานกับผู้สร้างแอนิเมชั่น ศิลปินผู้สร้างสตอรี่บอร์ด และผู้ออกแบบต่างๆ ทำให้ได้ประสบการณ์เยอะขึ้นกว่าการที่ผมขังตัวเองไว้ในออฟฟิศและเขียนสตอรี่บอร์ดคนเดียว เพราะการร่วมงานกับคนอื่นถือเป็นเรื่องที่พิเศษ ซึ่งไอเดียนั่นคือประเด็นสำคัญในเรื่องราวของเรา ในแง่ของการทำความเข้าใจและการร่วมมือกัน

“มันเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งใจ” เขากล่าวเพิ่มพร้อมรอยยิ้ม “แต่นี่เป็นหนังเกี่ยวกับการเชื่อมโยงถึงกัน”

 

เพื่อนเก่า อุปสรรคใหม่

เอมเม็ต และ ลูซี่…ตลอดไป?

ทั้งคู่ร่วมมือกันมากขึ้นในภาคแรก มีการต่อสู้เกิดขึ้นรอบตัวคู่รักที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะมีบุคลิกและความสามารถที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงในเรื่อง “The LEGO Movie” สิ่งที่ทำให้พวกเขายังอยู่ด้วยกันคือเรื่องราวที่น่าทึ่งในอดีตและความรักที่พวกเขามีให้กันอย่างแท้จริง แต่สิ่งที่มาพรากพวกเขาไปจากกันตอนนี้คือลูซี่คิดว่าเอมเม็ตไม่แข็งแกร่งพอสำหรับโลกแห่งความจริงที่โหดร้ายตอนนี้... และเอมเม็ตกลัวที่จะต้องสูญเสียเธอไปหากเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง ทำให้ “The LEGO Movie 2” เกิดการผจญภัยขึ้นสำหรับพวกเขาทั้งคู่

“ในหนังเรื่องนี้ส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องความเห็นใจกัน” มิลเลอร์กล่าว “มันเกี่ยวกับการตั้งคำถามว่าเราจะเติบโตและกลายเป็นคนใหม่โดยที่ไม่ทิ้งเรื่องความมีเมตตา ความอ่อนหวาน และการมีจินตนาการได้อย่างไร?”

 “ลูซี่บังคับให้เอมเม็ตต้องฝืนธรรมชาติตัวเอง” เอลิซาเบธ แบงค์สกล่าว เธอกลับมารับบทนักรบเจ้าปัญญาที่กลับมาในแฟชั่นสีฟ้าฉูดฉาด  “มันไม่ใช่ตัวตนของเขาและอาจเป็นความพลาดของเธอที่คาดหวังสิ่งนั้น ฉันคิดว่านั่นเป็นบทเรียนชีวิตที่ทุกคนเข้าใจดี เราเปลี่ยนแปลงใครไม่ได้ เราทำได้แค่ในสิ่งที่เขาเป็น”

“ลูซี่พร้อมสำหรับการต่อสู้ตลอดเวลา” มิตเชลอธิบาย “เมื่อบริคส์เบิร์กกลายเป็นดินแดนรกร้างว่างเปล่า เธอถูกจับตัวไป และนี่คือโลกของเธอตอนนี้ที่เธอสามารถต่อสู้และสร้างชื่อเสียงได้ เธออยู่ในสมรภูมิรบกับเอเลี่ยนจากต่างดาว ส่วนเอมเม็ตก็กระโดดไปมาในเมืองทำเหมือนไม่เห็นว่าทุกอย่างอันตรายแค่ไหน ซึ่งนั่นเป็นปัญหาสำหรับเธอ เธอบอกให้เขาโตได้แล้ว เข้มแข็งขึ้น เปลี่ยนแปลงตัวเองถ้าอยากมีชีวิตรอด”

แน่นอนว่าเธอพูดแบบนั้นด้วยความรัก แต่เอมเม็ตผู้น่าสงสารต้องอาศัยความพยายาม ซึ่งการทำตัวเศร้าและพร้อมเผชิญกับความโหดร้ายไม่เข้ากับตัวเขาเลย ตราบใดที่ยังมีดาวตกให้อธิษฐาน มีหัวใจวาเลนไทน์สีชมพูที่สื่อความหมายว่า “ฉันรักเธอ” พร้อมน้ำเสียงเล็กๆ หวานๆ มีบ้านหลังเล็กๆ น่ารักที่สร้างเพื่ออนาคตของพวกเขา และชิงช้าคู่ตรงหน้าบ้าน มีแทรมโพลีน และห้องสำหรับกินวาฟเฟิล

“ดูสิ นั่นดาวตก” เอมเม็ตร้องขึ้นอย่างมีหวังกับสิ่งที่ปรากฏบนท้องฟ้า แต่เดี๋ยวนะ ลูซี่ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่านั่นไม่ใช่ดาวตก นั่นเป็นยานอวกาศของศัตรู!  แล้วหัวใจเล็กๆ น่ารักๆ นั่นล่ะ? ก็ลูกระเบิดไง แล้วบ้านหลังเล็กๆ สำหรับ 2 คนก็เป็นแท่งตัวต่อไปแล้วตอนนี้ ที่แย่กว่านั้นคือการวางใจในธรรมชาติของเขา ทำให้เอมเม็ตต้องรับผิดชอบเรื่องการลักพาตัวลูซี่ แบทแมน ยูนิคิตตี้ และเบนนี่ โดยที่ไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่มุมไหนของจักรวาลเลโก้... โดยปล่อยให้เขาหาทางช่วยเหลือทุกคนเพียงลำพัง

  “ตลอดเวลาเขาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘เราดีพอหรือยัง เราแข็งแกร่งพอหรือเปล่า?’” แพร็ตต์กล่าว “และเขาได้เรียนรู้หลายอย่างเกี่ยวกับตัวเองผ่านการเดินทางครั้งนี้ ผมภูมิใจที่ในเรื่องนี้มีการพูดถึงเรื่องความใส่ใจในความสัมพันธ์ จากทุกความสงสัย ความคาดหวัง และการพลิกผันทุกอย่างได้อย่างสนุกสนานและน่าประทับใจ”

 “พวกเขาได้เห็นมุมที่ต่างไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่ในตัวคนนั้น” แบงค์สกล่าว

 

แบทแมน

หากการเปลี่ยนแปลงคือประเด็นของเรื่องราว If change is an issue, the last place anyone would look would be in Batman’s direction.  As he himself would surely attest, this is one rock-steady dude ที่ชอบทำอะไรในแบบของเขาและไม่ยอมเปลี่ยนแปลงเพื่อใคร เขาไม่ยอมเปลี่ยนสีของตัวเองด้วยซ้ำ ยังคงเป็นสีดำเข้มชัด บางครั้งก็เป็นสีเทาเข้ม แต่สำหรับแฟนๆ แบทแมน ในหนังยังมีจุดพลิกผันอย่างเหลือเชื่อของตัวละครจิ๋วอันเป็นที่รักนี้ด้วยล่ะ โดยผู้สร้างภาพยนตร์ยังคงสร้างความวุ่นวายให้เขาต่อไปอย่างมีความสุข

วิล อาร์เน็ตต์ เจ้าของเสียงแหบที่เป็นเอกลักษณ์ได้กลับมารับบทเดิม เขาเล่าว่า “แบทแมนมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ซึ่งเราก็พยายามยึดตรงนั้นเอาไว้ แต่ผมใส่ลูกเล่นของตัวเองเข้าไปด้วยเหมือนกับฟิลและคริส แบทแมนของเราทำตัวซีเรียสเกินจนดูไร้สาระ ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้รับบทตัวลละครนี้ และทำให้เขายืดหยุ่นเรื่องกฎต่างๆ พวกเขาทำให้แบทแมนเลโก้ได้เจอเรื่องราวเหมือนในชีวิตจริง เพื่อดูว่าพวกเขาจะรับมือกับมันยังไง เพราะเขามีปัญหาเรื่องการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ และผมตื่นเต้นที่ผู้ชมจะได้เห็นว่าเราจะพาเขาไปเจออะไรในหนังเรื่องนี้ มันมีจุดพลิกผันครั้งใหญ่อยู่ในเรื่องด้วย”

จุดเริ่มต้นของอัศวินรัตติกาลก็เหมือนเช่นเคย เขาคิดว่าตัวเองต้องเป็นผู้นำและเป็นฮีโร่คนสำคัญในการทำหน้าที่คอยปกป้อง ซึ่งสุดท้ายเขากลับโดนลักพาตัวซะเอง ไม่ใช่แค่เขาควบคุมอะไรไม่ได้ แต่เขาพบว่าตัวเองยังเต็มไปด้วยสีสันต่างๆ และดนตรีที่สนุกสนานอีกด้วย ถือเป็นฝันร้ายสำหรับแบทแมนมาก นี่เลยเป็นการผจญภัยที่ต่างออกไปสำหรับเขาในหลายเรื่อง ทั้งในแง่ความรู้สึกและด้านสภาพร่างกาย

 

ยูนิคิตตี้ / อัลตร้าแคทตี้    

อีกหนึ่งการกลับมาของตัวละครโปรดสำหรับแฟนๆ คือยูนิคิตตี้ ดูภายนอกเป็นคนสงบนิ่ง แต่ภายในมีความเลือดร้อน เป็นตัวละครที่ดูแล้วเหมือนเป็นการผสมผสานกันระหว่างแมวตาโตกับยูนิคอร์นสีชมพู เธอชอบทุกอย่างที่ดูอ่อนหวาน มีขนปุย และเป็นประกาย แต่ถึงแม้เธอจะมีระดับน้ำตาลที่สูง ยูนิคิตตี้ก็มีความฉุนเฉียวอยู่เหมือนกัน ซึ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกน้ำมันราดบนกองไฟได้เลย ตอนนี้เธอพร้อมกางเล็บออกมาและแปลงร่างเป็นอัลตร้าแคทตี้ที่เอาตัวเองเป็นใหญ่ มีขนาดใหญ่ขึ้น น่ากลัวมากขึ้น เธอมาในแนวพังค์เวอร์ชั่นที่มีชุดหนามและหางติดตะปู

“เธอพยายามมองโลกแง่บวกและมีความสุข แต่เวลาที่มีใครทำให้เธอโกรธก็จะกลายเป็นแมวอีกแบบ ถ้าพอจะนึกออกว่าฉันหมายถึงอะไร” อลิสัน บรี ผู้กลับมารับบทนี้กล่าว “เธอมีบุคลิก 2 แบบและในภาคต่อนี้เราจะได้เห็นอะไรมากขึ้นในอีกด้านหนึ่งของเธอ ความวิเศษอยู่ที่มันเป็นอาวุธของเธอได้เลย เธอเป็นได้ทั้งยานพาหนะและยิงระเบิดออกมาได้ ฉะนั้นเธอจึงถนัดเรื่องโลกในยุคหลังเกิดสงครามมาก”

สำหรับการแปลงร่างพร้อมต่อสู้ บรีเล่าด้วยเสียงหัวเราะว่า “ฉันไม่เคยซ้อมบทอัลตร้าแคทตี้เลยค่ะ ฉันอาศัยนิสัยลึกๆ ของตัวเองเลย ทั้งการส่งเสียงกรี๊ดและแสดงความโกรธ การแสดงแอนิเมชั่นเราใช้น้ำเสียงทุกแบบอย่างที่ไม่เคยใช้เวลาทำการแสดงหน้ากล้อง”

 

  เมทัลเบียร์ดและเบนนี่

คู่หูคู่ซี้ในการผจญภัยต้องยกให้เมทัลเบียร์ดและเบนนี่ รับบทโดยนิค ออฟเฟอร์แมนและชาร์ลี เดย์ที่กลับมารับบทบาทเดิม แม้ว่าพวกเขาจะแตกต่างกันเหมือนกับธงบนยานอวกาศขนาดใหญ๋ ลึกๆ แล้วพวกเขาแค่อยากทำภารกิจให้เสร็จสิ้นและช่วยเพื่อนของตัวเอง

“เมทัลเบียร์เป็นโจรสลัดที่ต้องสูญเสียร่างกายให้กับสงคราม เขาประกอบร่างใหม่ขึ้นมาด้วยข้าวของต่างๆ ที่เขามักเอามาทดแทนกันเสมอ” ออฟเฟอร์แมนเล่าถึงตัวละครของเขา เขาไม่ได้ดูเหมือนโจรสลัดแต่เหมือนเรือโจรสลัดด้วย โดยมีมีด  Swiss Army ติดตัวอยู่หลายเล่มด้วย “มันทำให้เขาดูเหมือนช่างเครื่องและพร้อมรับมือกับภาวะฉุกเฉินเมื่ออุปกรณ์มารวมตัวกัน หวังว่าเมทัลเบียร์ดจะปล่อยฉลามหรือกระสุนปืนใหญ่ออกมาจากแขนของเขาได้” ลองคิดดูสิว่าจะมีอุปกรณ์ไหนที่เขาจะเห็นประโยชน์ได้อีกบ้าง ออฟเฟอร์แมนกล่าว “ผมไม่แปลกใจเยถ้าเขาจะคลุกถ่านปิ้งย่างและทำเบอร์เกอร์ให้กับแก๊งค์ได้”

จากการร่วมกันสร้างควาวมสำเร็จใน “The LEGO Movie” เมทัลเบียร์ดและมนุษย์อวกาศเบนนี่ได้กลายเป็นคู่หูดูโอ้กัน โดยเบนนี่จะคอยช่วยเพื่อนติดหัวและแขนขากลับเข้าไปผิดทิศทางตลอด

เบนนี่ตัวต่อจิ๋วสไตล์วินเทจที่ผู้ชมจดจำได้ว่าเป็นนกบินอวกาศประหลาดที่มีหมวกแตก เขาเป็นเพื่อนสุดวิเศษที่มีความซื่อสัตย์ เขาพร้อมไปทุกที่ๆ การผจญภัยจะพาไป แต่ที่สำคัญคือเบนนี่มีจุดเด่นที่ “เขารักยานอวกาศมาก” เดย์อธิบาย ถ้าเขาไม่ได้ขับยานหรือสร้างยาน แน่นอนว่าเขาต้องคุยถึงมันไม่ก็คิดถึงมัน

 

ควีน วอทเอฟวา วานาบี กลุ่มเพื่อนหัวร้อนที่ผ่านอะไรมามากมายและได้รับชัยชนะจาก LEGO ภาคแรก พวกเธอคิดว่าสามารถรับมือร่วมกันได้ทุกเรื่อง แต่นั่นคือก่อนที่จะมาพบกับควีน วอทเอฟวา วานาบี แห่ง Systar System ผู้คุมกฎของกาแล็กซี่อันไกลโพ้นที่แตกต่างไม่เหมือนใครและทำตัวค่อนข้างแปลก การประกาศตัวของราชินีที่เหล่าพลเมืองจะเป็นอย่างที่อยากเป็นได้ ซึ่งเป็นปรัชญาที่เธอยึดถือเป็นแบบอย่าง

 “เหมือนกับทิฟฟานี่ แฮดดิชมาก” มิตเชลกล่าว “ควีนเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน มีความตลก และเป็นตัวละครที่มีความสร้างสรรค์มาก นี่คือลักษณะของเธอและ Systar System ที่เธอบงการ เราสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นอะไรก็ได้ตามที่เราชอบ และกี่ครั้งก็ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งชัดเจนว่าเธอเป็นผู้นำที่เก่งและมีความสามารถ และเธอยังมีความใส่ใจมากด้วย”

 “มันเป็นเรื่องยากที่จะรับมือกับเธอได้” มิลเลอร์กล่าว

“ควีน วอทเอฟวา วานาบี เป็นคนที่ก้าวไปข้างหน้า ช่างคิดและวางแผนตลอดเลา” แฮดดิชกล่าว “เธอควบคุมระบบสุริยะจักรวาลได้ทั้งหมด เธอมักจะก้าวนำคนอื่นไป 10 ก้าวเพื่อทำให้ทุกคนมีความสุขและรักษาทุกอย่างเอาไว้ การแสดงออกของเธอจึงเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาเพื่อให้ทันกับความคิดของเธอ เราไม่มีทางรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่หรือเธอกำลังจะมีท่าทีแบบไหน”

เธอจะมีตัวต่อหลากสีสันขึ้นอยู่กับลักษณะที่เธอต้องการ มีตั้งแต่ขนาดใหญ่ถึงเล็ก มีลักษณะน่ารัก ดูคุ้นตา ไปจนถึงลักษณะแปลกๆ ราชินีจะใช้พรสวรรค์ของตัวเองสร้างความเซอร์ไพรส์ให้คนอื่น ถึงแม้เธอจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับสิ่งที่เธอต้องการ แต่บางครั้งเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเธอก็จะอาศัยเสียงเพลง เพราะเธอคิดว่ามันช่วยโน้มน้าวใจได้มากขึ้น...  

 

นายพลเมย์เฮม

ผู้เสริมทัพของราชินีคือตุ๊กตาจิ๋วที่รู้จักกันในภาพตัวต่อทหารผู้สมบูรณ์แบบของเธอ มีนามว่านายพลเมย์เฮม  ผู้บัญชาการกองทัพเรือแห่งจักรวาล Systar System หรืออย่างที่ลอร์ดและมิลเลอร์เรียกเธอว่า “ดาร์ธ เวเดอร์ที่มาพร้อมปีกส่องแสงวิบวับ”

สเตฟานี่ เบียทริซผู้รับบทเมย์เฮมเล่าว่า “เธอมาในชุดซูเปอร์ฮีโณ่ เธอบินด้วยยานของตัวเอง และเธอสวมหมวกเหมือนอย่างที่เห็นในหนังไซไฟคลาสสิค มันน่าสนุกที่ได้เห็นซูเปอร์ฮีโร่ที่เราเคยจินตนาการไว้ตอนเป็นเด็ก ได้เห็นว่าเธอมีลักษณะอะไรที่สำคัญต่อเธอบ้าง และสิ่งที่เห็นในตัวเมย์เฮมคือความเข้มแข็งและความซื่อสัตย์.. หรืออย่างน้อยเธอก็เป็นคนที่พยายามทำเพื่อความซื่อสัตย์ บวกกับเธอเป็นมือรองต่อจากราชินี ฉะนั้นเธอเลยมีพลังอำนาจมาก

“ในทางเดียวกันเอมเม็ตก็เหมือนการยืดความเป็นเด็กออกมาเหมือนฟินน์ เมย์เฮมก็เหมือนภาคขยายน้องสาวของเขา” เบียทริซเล่าต่อว่า “เธอเป็นฮีโร่แบบที่ไมแอนก้านึกภาพตัวเองเป็นแบบนั้น และน่าจะเป็นฮีโร่ที่เธอคิดว่าคนอื่นอยากให้เธอเป็น เธอเลยแสดงทุกอย่างออกมาในโลกของเลโก้ พยายามดูว่าเธอทำอะไรได้บ้าง”

ในบทเมย์เฮม ลูซี่ได้พบกับความลงตัวของเธอที่ไม่ใช่ผู้หญิงที่ไม่กล้าเผชิญหน้า ซึ่งนั่นทำให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง

กัมเล่าว่า “เธอเป็นอีกตัวละครที่มีความตลก เป็นเพื่อนผู้ซื่อสัตย์ที่ตอนแรกดูแข็งแกร่งและเก่ง จากนั้นเธอก็ทำอะไรได้มากกว่านั้น เธอกับลูซี่ทะเลาะกันแต่ก็เริ่มรู้ใจกัน และร่วมมือกันในทั้งสองโลกจนกลายเป็นสิ่งที่พิเศษและมีพลังมาก

 

เร็กซ์ แดนเจอร์เวสต์

อีกหนึ่งตัวละครโหดในภาคนี้คือเร็กซ์ แดนเจอร์เวสต์ นักบินอวกาศแห่ง Rexcelsior เขาเรียกตัวเองว่าเป็นนักโบราณคดีที่ คาวบอย และผู้คุมแรพเตอร์ที่คอยปกป้องกาแล็คซี่ เขามักจะโผล่มาอย่างไม่มีที่มาที่ไปเมื่อเอมเม็ตต้องการความช่วยเหลือ จุดเด่นของเขาคือการเป็นคนที่เข้มแข็งและดูเท่ เขาจะมีท่าทางที่ดูน่าเกรงขาม มีหนวดที่คางพอประมาณ เร็กซ์เป็นผู้ชำนาญด้านการก่อสร้างที่มีทักษะด้านองค์ประกอบศิลป์อย่างคาดไม่ถึง

คริส แพร็ตต์ให้เสียงพากย์เอมเม็ต ซึ่งตอนนี้เขามารับบทบาทเพิ่มโดยเล่าว่า “เร็กซ์คือผู้ชายที่เอมเม็ตคิดว่าเขาอยากเป็นแบบนั้น ที่สำคัญกว่านั้นคือเขาเป็นคนที่เอมเม็ตคิดว่าลูซี่อยากให้เขาเป็นแบบนั้น”

สำหรับการพยายามพากย์เสียงทั้ง 2 ตัวละคร แพร็ตต์เล่าว่า “มีช่วงที่ผมพากย์เสียงต่ำและทำเสียงไม่พอใจให้เร็กซ์ แต่มันยากมากเลยเพราะผมไม่อยากให้เหมือนกับตัวละครแบทแมนของวิล อาร์เน็ตต์ มันกลายเป็น 2 สิ่งที่ต้องจัดการ เอมเม็ตเป็นคนร่าเริงและมองโลกแง่ดีระดับสูงมาก ส่วนเร็กซ์เป็นคนที่แข็งกระด้าง ไม่จริงจังอะไร และไม่เอาใจใส่โดยมีความคล้ายกับจอห์น เวย์น และเขาจะชอบหัวเราะเพราะเขาไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดยังไงเกี่ยวกับตัวเขา”

“นักแสดงทุกคนทุ่มเทกับบทบาทมาก” มิตเชลเล่าด้วยความกระตือรือร้น “แต่ละคนจะทุ่มเทเป็นสองเท่า พวกเขาไม่ใช่แค่นักแสดงที่มีฝีมือแต่ยังเป็นคนที่มีอารมณ์ขันสุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาด้วยค่ะ สิ่งที่น่าประทับใจสุดในการแสดงหนังเรื่องนี้คือการได้ร่วมงานกับพวกเขา ได้เห็นว่าพวกเขาสวมบทบาทตัวละครของตัวเองยังไง”

รายชื่อตัวละครที่กลับมา ได้แก่ ซูเปอร์แมน วันเดอร์ซูแมน กรีนแลนเทิร์น และ อควาแมน เซิร์ฟเฟอร์ เดฟ (ตอนนี้คือเชนซอว์ เดฟ) เชอร์รี่ เดอะ แคท เลดี้ และ อับราฮัม ลินคอล์น ส่วนตัวละครที่มาปรากฏบนจอยักษ์ครั้งแรก ได้แก่ แวมไพร์พราวเสน่ห์บัลธาซาร์; บานานาร์ กล้วยหอมจอมซ่าที่ชอบเหยียบเปลือกตัวเองตลอด และ ไอศกรีมโคน ผู้จัดงานปาร์ตี้ที่มีความสามารถแต่ใจร้อน รวมถึงตัวละครเด่นที่มาสร้างเซอร์ไพรส์อีกมากมาย

 

-----------------------------------------------------

 



Latest

Facebook Conversations


อีเมล์   รหัสผ่าน  

สามารถตอบแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น คลิกเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิกได้ที่นี่


แสดงความคิดเห็น