ผู้โพส

0 จำนวน Like
87 จำนวน Point






กระบวนการอันน่าทึ่งของการผลิตวอดก้า

หมวด Lifestyle | โพสเมื่อ 2019-01-07 เวลา 21:48:03
0       0       471      
Share
 


ความน่าทึ่งของ วอดก้า  คือ การที่มันเป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์สูงถึง 40%  ในขณะที่มันมีลักษณะทางกายภาพคือ ความบริสุทธิ์ ใส ไร้สี ไร้กลิ่น  วิธีการเดียวที่จะแยกแยะความแตกต่างของน้ำเปล่าและ เครื่องดื่มวอดก้า ได้คือการดื่มมันลงไปมีเพียงต่อมรับรสเท่านั้นที่จะสามารถแยกแยะความแตกต่างของน้ำเปล่าและวัดค่าได้เป็นอย่างดีและเมื่อต่อมรับรสบนลิ้นรับรู้ได้ถึงความเข้มข้นลึกล้ำและลื่นไหลของแอลกอฮอล์ที่แฝงตัวอยู่ใน เครื่องดื่มวอดก้า และเมื่อมันผ่านไปบริเวณลำคอสิ่งที่หลงเหลือเอาไว้มีเพียงแค่กลิ่นจางจางของแอลกอฮอล์ และ ความพรุ่งพล่านของ เลือดลมในร่างกาย ที่จะตอบสนองจนทำให้ร่างกายรู้ว่าสิ่งที่เพิ่งดื่มกินเข้าไปไม่ใช่น้ำเปล่า  แต่มันคือ ความมหัศจรรย์ของ เหล้า Vodka

 

กระบวนการในการผลิต วอดก้า ถือว่ามีส่วนสำคัญที่จะทำให้เราได้รับคุณภาพของมันที่แตกต่างกันออกไปทุกๆกระบวนการล้วนส่งผลต่อรสชาติสีและกลิ่นทั้งสิ้น  ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักวัดค่าในแง่มุมของกระบวนการในการผลิตเพื่อที่จะได้รู้ซึ่งถึงคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมของ เหล้า Vodka  ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร

 

ก่อนอื่นเราคงจะต้องทำความรู้จักกับวัตถุดิบหลักในการนำมาผลิตเป็น เหล้า Vodkaกันก่อนโดยเนื้อแท้ของ วอดก้า คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ปราศจากสีและกลิ่น  ทำได้จากวัตถุดิบแทบทุกชนิดขอเพียงแค่ว่ามันมีคุณสมบัติของการเป็นวัตถุดิบที่ให้แป้งและน้ำตาลมันก็สามารถที่จะนำมาประยุกต์และผลิตเป็นเหล้าวอดก้าได้ทั้งสิ้น   วอดก้า ยุโรปฝั่งตะวันออก  มักจะนิยมผลิต เหล้า Vodka จากมันฝรั่งและข้าวโพด  ในขณะที่ฝั่งอเมริกามักจะมีการผลิตวอดก้าจากธัญพืชเช่นข้าวสาลีเป็นต้น  แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์หลักของการผลิต เครื่องดื่ม วอดก้า  ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของการผลิตนี้ทำเพื่อสร้างคุณลักษณะของ วอดก้า ในลักษณะใดตัวอย่างเช่น สเมอร์นอฟวอดก้า ที่ผลิตในฝั่งอเมริกายุคใหม่จะใช้วัตถุดิบหลักคือข้าวโพดเนื่องจากต้องการผลิต เหล้า Vodka  ที่ปราศจากสารกลูเตนซึ่งก่อให้เกิดอาการแพ้ในบางคน    และ สเมอร์นอฟวอดก้า พยายามที่จะพัฒนาสูตรในการผลิต วอดก้า ให้ตอบโจทย์กับผู้ใช้งานได้อย่างหลากหลายจึงต้องหากลยุทธ์ที่จะสร้างความโดดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเองด้วยการนำเสนอสเมอร์นอฟวอดก้าที่ปราศจากกลูเตนนั่นเอง

 

นอกจากนี้ยังต้องมีการผสมมอลต์ เพื่อให้เป็นอาหารหลักให้กับจุลินทรีย์ที่ทำหน้าที่ในการหมัก  โดยทั่วไปแล้ววัตถุดิบหลักที่เราใช้ในการหมักทำ  เหล้า Vodka มักจะเป็นวัตถุดิบที่ให้แป้งเป็นหลักมีน้ำตาลอยู่ในสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อยการเพิ่มเข้าไปในกระบวนการผลิตก็เปรียบเสมือนการเพิ่มน้ำตาลเพื่อเป็นอาหารให้กับจุลินทรีย์โดยตรงซึ่งจุลินทรีย์จะทำงานได้ดีขึ้นเมื่อได้รับอาหารที่ให้พลังงานในลักษณะนี้และจะไปทำหน้าที่ในการเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาล ผึ้งน้ำตาลที่ได้จะเป็นน้ำตาลมอลโทสและเดกซ์ทริน  ซึ่งตอบสนองได้ดีกับเอนไซม์ diastase

 

มาในส่วนของยีสต์ ที่จะมีเอนไซม์พิเศษช่วยดึงเอา Oxygen ออกจากแป้งและน้ำตาลทำให้สิ่งที่เหลืออยู่ในน้ำหมักคือแอลกอฮอล์เท่านั้น สำหรับยีสต์ที่ใช้ในการผลิต วอดก้า มักจะนิยมใช้สายพันธุ์ saccharomyces cereviseal ซึ่งจะทำงานตามหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

น้ำก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญแต่จะถูกนำมาใช้ในกระบวนการผลิตช่วงท้าย หลังจากที่ทำการกลั่น เหล้า Vodka จนได้ระดับแอลกอฮอล์ในระดับหนึ่ง ผู้ผลิตจะใช้น้ำเข้ามาเป็นตัวเจือจางเพื่อให้ได้ระดับของแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมผลิตภัณฑ์  ตามเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล ซึ่งในส่วนของโรงผลิต เหล้า Vodka โดยตรงมักจะต้องทำวอดก้าให้มีระดับของแอลกอฮอล์เข้มข้นค่อนข้างสูงเพื่อนำส่งไปยังประเทศเครือข่ายต่างๆ หลังจากนั้นประเทศปลายทางก็จะนำหัวเชื้อวัดค่าที่ได้รับจากผู้ผลิตโดยตรงไปทำการเจือจางให้ได้ระดับของแอลกอฮอล์ตามที่ระบุเอาไว้ในผลิตภัณฑ์ ซึ่งในส่วนนี้จะทำให้กระบวนการในการขนส่งทำได้ง่ายและประหยัดขึ้น

 

นอกจากนี้ยังมีผู้ผลิต เหล้า Vodka บางรายที่เพิ่มส่วนผสมของเครื่องเทศและน้ำผลไม้เพื่อให้ได้รสชาติของวอดก้าที่แตกต่างกันออกไปซึ่งในส่วนนี้จะเป็นส่วนผสมที่เกิดขึ้นในประเทศปลายทางผู้ซึ่งทำหน้าที่ในการผสม เครื่องดื่มวอดก้า เพื่อจำหน่ายในประเทศของตัวเอง ซึ่งสามารถที่จะแต่งเติมรสชาติได้ตามความชอบของคนในท้องถิ่นนั้นๆเราจึงจะได้เห็นรสชาติของ วอดก้า ที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละพื้นที่ทั่วทุกภูมิภาค


สำหรับกระบวนการในการผลิต เครื่องดื่มวอดก้า  เริ่มต้นจากการที่ผู้ผลิตนำเอาวัตถุดิบหลักตามแต่ชนิดที่ตัวเองเลือกใช้มาใส่ในถังหมักเพิ่มในส่วนของมอลต์เข้าไปเพื่อเร่งปฏิกิริยาในการเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาลได้เร็วยิ่งขึ้น  จากนั้นเครื่องก็จะทำการปั่น ย่อยขนาดของวัตถุดิบทั้งหมดให้มีขนาดเล็กลง  และเป็นการคลุกเคล้าวัตถุดิบหลักให้เข้ากัน  ต่อมาคือการให้ความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อทุกชนิดที่ปนเปื้อนมากับวัตถุดิบ  หลังจากเย็นตัวลงสนิทแล้ว  ก็จะทำการใส่เชื้อจุลินทรีย์ที่จะไปทำหน้าที่เปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาล  และมีการเพิ่ม จุลินทรีย์ที่จะทำหน้าที่ในการควบคุมปริมาณของ จุลินทรีย์ตัวหลักไม่ให้มีปริมาณมากเกินไป  ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนสำคัญมากในการผลิต เหล้า Vodka  เพราะถ้าเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำหน้าที่หลัก มีปริมาณมากเกินไปจะทำให้เราได้รสชาติของ เครื่องดื่มวอดก้า  ที่ผิดเพี้ยน   การใส่จุลินทรีย์ยับยั้งจะไปทำหน้าที่ในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อจุลินทรีย์หลัก ช่วยควบคุมปริมาณให้อยู่ในสัดส่วนที่พอเหมาะพอดีกับการหมักที่จะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ 

 

ขั้นตอนของการหมักซึ่งถือว่าเป็นกระบวนการสำคัญในการเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาลได้อย่างสมบูรณ์ผู้ผลิตจะเพิ่มยึดซึ่งทำหน้าที่โดยตรงในการหมักจากนั้นก็จะปิดถังหมักเพื่อไม่ให้มีออกซิเจนเข้าไป หลังจากนั้นประมาณ 2-4 วันเอนไซม์ในยีสต์จะเริ่มทำงานเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นแอลกอฮอล์ หลังจากที่ได้ระยะเวลาอันเหมาะสม  เราจะได้ของเหลวที่มีคุณสมบัติเป็น เอทิลแอลกอฮอล์ ที่มีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์อยู่ในระดับ 14-16 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นของเหลวเหล่านี้ก็จะถูกดูดไปยังถังสแตนเลสที่จะทำหน้าที่ในการให้ความร้อนเพื่อให้เกิดการระเหยของแอลกอฮอล์ซึ่งลักษณะของหม้อสแตนเลสจะเป็นหม้อ 2 ชั้น เอสทิวแอลกอฮอล์ทั้งหมดจะถูกบรรจุเอาไว้ในหม้อชั้นในเมื่อให้ความร้อนไอของ alcohol ก็จะระเหยไปติดบนเพดาน  เกิดการควบแน่น และจะกลั่นตัวลงไปเป็นหยดน้ำแอลกอฮอล์ ที่มีความเข้มข้นขึ้น จากนั้นก็จะไหลไปรวมกันในหม้อชั้นนอก

 

กระบวนการในการกลั่นนี้อาจจะทำซ้ำได้หลายครั้งจนกว่าเราจะได้ระดับของแอลกอฮอล์ที่ต้องการ  หลังจากนั้น วอดก้า ทั้งหมดก็จะนำไปเข้าสู่กระบวนการกรองเพื่อดึงเอาสิ่งเจือปนทั้งหมดที่อยู่ใน เครื่องดื่มวอดก้า ออกไปในกระบวนการนี้จะมีการเลือกใช้วัสดุในการกรองที่แตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่นสเมอร์นอฟวอดก้าจะใช้ถ่านหินในการกรองที่จะดูดซับสิ่งสกปรกและสิ่งเจือปนอื่นๆให้ติดเอาไว้กับตัวเองได้ดีที่สุดนอกจากนี้มันยังสามารถที่จะดูดซับกลิ่นที่แฝงอยู่ใน เหล้า Vodka ได้อย่างดีอีกด้วยทำให้ผลิตภัณฑ์วอดก้าของสเมอร์นอฟมีคุณสมบัติทางกายภาพที่ไสและไม่มีกลิ่นแต่ให้คุณสมบัติของแอลกอฮอล์เข้มข้น หลังจากที่ผ่านกระบวนการกรองเรียบร้อยแล้ว วอดก้า ที่เกิดจากกระบวนการผลิตจะมีปริมาณของแอลกอฮอล์อยู่ในระดับ 95 - 100 เปอร์เซ็นต์จากนั้นมันจะถูกส่งต่อไปยังโรงงานผลิตวอดก้าเพื่อการจำหน่ายโดยตรง ซึ่งฃในส่วนนี้จะทำการเจือจางปริมาณของแอลกอฮอล์ให้ได้ในระดับที่ต้องการและอาจจะมีการใส่ส่วนผสมอื่นๆเพื่อให้ได้คุณสมบัติของ เครื่องดื่มวอดก้า ที่แตกต่างกันออกไป

 

ท้ายที่สุดเราก็จะได้วอดก้าที่มีระดับของแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการนำไปใช้เป็นส่วนผสมหลักใน เครื่องดื่มค็อกเทล นานาชนิด ซึ่งจะไปช่วยเจือจางระดับของแอลกอฮอล์ในวอดก้าอีกทอดหนึ่งแต่ถ้าใครอยากจะได้รับรสชาติที่แท้จริงของวอดก้าการแช่ เครื่องดื่มวอดก้า  ในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิสูงถึง 4 องศาเซลเซียสจะทำให้เราได้รับรสชาติที่แท้จริงของวอดก้าได้ดีที่สุด
 

Please take out with full credits:




TAGS





อีเมล์   รหัสผ่าน  

สามารถตอบแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น คลิกเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิกได้ที่นี่


imot_1.gif imot_11.gif imot_12.gif imot_13.gif imot_14.gif imot_16.gif imot_2.gif imot_3.gif imot_10.gif imot_5.gif imot_6.gif imot_8.gif imot_15.gif imot_9.gif nine_01.gif imot_7.gif nine_03.gif imot_4.gif nine_16.gif nine_19.gif nine_30.gif nine_15.gif nine_13.gif nine_02.gif
Advertisement
”ชีวิตติดแมว” รายการที่เหล่าทาสแมวจะฟินกว่าใคร กับการพาน้องแมวไปแจกความสดใสในสถานที่ต่างๆคลิก!!!