ผู้โพส

0 จำนวน Like
19 จำนวน Point






หน้าแพ้ง่าย กับ ผิวหน้าระคายเคือง ข้อแตกต่างที่ไม่เหมือนกัน

หมวด Hot Share | โพสเมื่อ 2017-10-30 เวลา 10:05:52
0       0       714      
Share
 

           สาวๆส่วนใหญ่มักคิดว่าเมื่อเกิดอาการ หน้าแพ้ แสบ คัน หรือแดงหรือความผิดปกติต่างๆจากการใช้เครื่องสำอางก็คิดว่าเป็นอาการแพ้ไปทั้งหมด ซึ่งในความเป็นจริง ส่วนใหญ่มากกว่า 80-90 % จะเป็นการระคายเคือง ที่เหลืออีก 10-20% เท่านั้นที่เป็นการหน้าแพ้จริงๆ แล้วผิวแพ้ง่าย กับ ผิวระคายเคือง แตกต่างกันยังไงล่ะไปหาคำตอบกันค่ะ

          หน้าแพ้ เป็นอาการที่เกิดจากความผิดปกติเฉพาะบุคคลที่แพ้สารแตกต่างกันไป มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เกิดได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย อาจมีอาการค่อนข้างรุนแรงถึงรุนแรงมาก ตั้งแต่อาการบวมแดง ผิวหนังอักเสบ แสบร้อน ล้างผลิตภัณฑ์ออกก็ยังไม่หาย ถ้าแพ้มาก ๆ ก็ถึงขั้นเสียโฉมกันเลยทีเดียว การรักษาอาการแพ้นั้น นอกจากการหยุดใช้สารก่ออาการแพ้แล้ว ยังต้องมียาทารักษาอาการแพ้ ลดการอักเสบ กับยารับประทานเพื่อบรรเทาอาการด้วย ส่วนมากต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

          ข้อสังเกตุ คือไม่ว่าจะทาผลิตภัณฑ์นั้นบนส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ก็จะเกิดอาการ ผื่น บวม แดง คันได้เหมือนกันหมด ข้อนี้เป็นความแตกต่างจากการระคายเคืองที่ชัดเจน

 

                ผิวระคายเคือง จะเกิดขึ้นที่ผิวชั้นนอก ซึ่งอาจมีอาการใกล้เคียงกับอาการของผิวแพ้ง่าย  แต่อาการจะไม่ลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียง  และจะทุเลาลงเมื่อเช็ดครีมบำรุงหรือเครื่องสำอางชนิดนั้นออกไปแล้ว การหลีกเลี่ยงสารก่อระคายเคืองนั้นทำได้ง่ายกว่าสารที่ก่อให้เกิดอาการหน้าแพ้มาก เพราะมันไม่ได้เฉพาะเจาะจงกับแต่ละบุคคลเหมือนกับอาการแพ้ โอกาสจะระคายเคืองมากหรือหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

                การระคายเคืองขึ้นกับ คนที่มีผิวแห้ง ลอก ผิวชั้นนอกขาดความสมบูรณ์ เรียงตัวไม่เป็นระเบียบ เช่น กัดหน้ามาตลอด เพิ่งไปทำ laser  ตากแดดจัด กลุ่มเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการระคายเคืองได้ง่ายกว่าคนทั่วไป 

                หวังว่าสาวๆคงได้เข้าใจและรู้จักกับผิวแพ้ง่ายและผิวระคายเคืองกันมากขึ้นแล้วนะคะ  ปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผิวแพ้ง่าย และบองบางออกมาให้เลือกใช้มากขึ้นแล้ว หวังว่าจะเจอกับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวหน้าของเราสักทีนะคะ แต่หากอาการผิวแพ้ง่ายเริ่มรุนแรงมากขึ้น  ควรปรึกษาแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไปดีกว่าค่ะ

Please take out with full credits:




TAGS





อีเมล์   รหัสผ่าน  

สามารถตอบแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น คลิกเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิกได้ที่นี่


imot_1.gif imot_11.gif imot_12.gif imot_13.gif imot_14.gif imot_16.gif imot_2.gif imot_3.gif imot_10.gif imot_5.gif imot_6.gif imot_8.gif imot_15.gif imot_9.gif nine_01.gif imot_7.gif nine_03.gif imot_4.gif nine_16.gif nine_19.gif nine_30.gif nine_15.gif nine_13.gif nine_02.gif
Advertisement