ผู้โพส

0 จำนวน Like
40 จำนวน Point






ภูมิแพ้ขึ้นตา ปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรละเลย

หมวด | โพสเมื่อ 2020-07-30 เวลา 13:16:22
0       1       28      
Share
 

ภูมิแพ้ขึ้นตา

เชื่อว่าหลายคนเคยได้ยินคำว่า “ดวงตา คือหน้าต่างของหัวใจ” เพราะไม่ว่าคนเราจะรู้สึกอย่างไรหากไม่สื่อสารด้วยคำพูด ก็มักแสดงออกทางสายตา การดูแลสุขภาพดวงตาจึงช่วยถนอมสายตาจากโรคภัยที่หลายคน ๆ อาจมองข้าม และอาการภูมิแพ้ขึ้นตา ก็เป็นหนึ่งในโรคทางตาที่เราสามารถป้องกันได้หากเรารู้ทันโรค และวันนี้ก็มีความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับภูมิแพ้ขึ้นตา มาแนะนำครับ

ภูมิแพ้ขึ้นตา คืออะไร ?

ภูมิแพ้ขึ้นตา  คืออาการของโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง มักเกิดบริเวณเยื่อบุตา ซึ่งเป็นจุดที่ทำหน้าที่ปกป้องดวงตา เมื่อเยื่อบุตาจะเกิดปฏิกิริยาต่อสารที่ร่างกายแพ้จะทำให้เกิดการอักเสบ ระคายเคือง คัน เจ็บ แสบตา ตาแดง และน้ำตาไหล อาการภูมิแพ้ขึ้นตา เป็นโรคที่สามารถเกิดร่วมกับอาการภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นกับส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้ด้วย

สาเหตุของโรคภูมิแพ้ขึ้นตา เกิดจากอะไร ?

โรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่เกิดจากร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้บางอย่างเข้าไป และร่างกายได้เกิดปฏิกิริยาไวต่อสารนั้น จนระบบภูมิคุ้มกันต้องผลิตสารภูมิต้านทานออกมา และทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ขึ้น โดยสามารถพบสารก่อภูมิแพ้ได้ทุกที่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นอาหาร อากาศ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป สารเคมี ฝุ่น ควัน ขนสัตว์ แมลง ละอองเกสรดอกไม้ หรือพืชบางชนิด ในส่วนของโรคภูมิแพ้ขึ้นตา เกิดจากร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งที่แพ้เช่นเดียวกับอาการภูมิแพ้อื่น ๆ โดยมักเกิดการอักเสบที่บริเวณเยื่อบุตาขาว อาการภูมิแพ้ขึ้นตามีหลายชนิดและมีสาเหตุที่แตกต่างกัน ดังนี้

  1. ภูมิแพ้ตามฤดูกาล ภูมิแพ้ขึ้นตาชนิดนี้มักเกิดขึ้นตามสภาพอากาศ และเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในช่วงเวลาเดิมของเดือน
  2. ภูมิแพ้เรื้อรัง ภูมิแพ้ขึ้นตาชนิดนี้ แม้อาการจะไม่รุนแรงแต่เรื้อรัง ระยะเวลาการแพ้อาจมีอาการทั้งปี สาเหตุมาจากการได้รับสารก่อภูมิแพ้บ่อย ๆ หรือทุกวัน เช่น ฝุ่นในบ้าน เชื้อรา ขนสัตว์ ไรฝุ่นในที่นอน ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ต้องเผชิญอยู่เป็นประจำ
  3. ภูมิแพ้ขึ้นตาชนิดมีอาการฉับพลัน เช่น แพ้คอนแทคเลนส์ ยาหยอดตาบางชนิด หรือน้ำยาคอนแทคเลนส์ อาการแพ้มักเจอเม็ดขนาดใหญ่ที่บริเวณเยื่อบุตา จึงต้องตรวจพื้นผิวเยื่อบุตาอย่างละเอียด 

อาการที่บ่งบอกว่าเป็นโรคภูมิแพ้ขึ้นตา

อาการภูมิแพ้ขึ้นตา จะมีอาการคล้ายกับการติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย มักเกิดที่ตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้างพร้อมกัน อาการที่เป็นสัญญาณบ่งบอกได้แก่ 

  1. อาการคันในดวงตา ตาแดง น้ำตาไหล แสบตา มีความไวต่อแสง หรือมีอาการระคายเคือง 
  2. มีอาการเจ็บที่เปลือกตา เปลือกตาบวม บริเวณตาขาวเป็นสีชมพูหรือสีแดง
  3. ลักษณะอาการแพ้ภูมิแพ้ที่ตาจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อได้รับสิ่งที่ร่างกายแพ้

การวินิจฉัยโรค

  1. แพทย์จะทำการซักประวัติของการแพ้ รวมทั้งประวัติของคนในครอบครัวว่าเคยมีอาการภูมิแพ้ที่ตามาก่อนหรือไม่
  2. ตรวจลักษณะของดวงตาเพื่อหาสิ่งแปลกปลอม หรือดูสีของดวงตา เพื่อทดสอบความสามารถในการมองเห็น
  3. ตรวจด้วยเครื่องเพื่อประเมินความผิดปกติของลูกตา 
  4. ทดสอบการแพ้สิ่งต่าง ๆ ทางผิวหนัง เพื่อหาสารก่อภูมิแพ้ที่มีต่อร่างกายว่ามีสิ่งใดบ้าง เนื่องจากอาการภูมิแพ้ขึ้นตาสามารถเป็นร่วมกับอาการแพ้อื่น ๆ ได้ด้วย
  5. ตรวจด้วยการเก็บเยื่อบุตาหาเซลล์เม็ดเลือดขาว เพื่อตรวจหาการตอบสนองของร่างกายที่มีต่อสิ่งที่แพ้

หยอดตา

Woman photo created by freepik – www.freepik.com

ขั้นตอนการรักษา

สำหรับขั้นตอนการรักษา เมื่อจักษุแพทย์ทำการวินิจฉัยว่าเป็นภูมิแพ้ขึ้นตาชนิดใด ก็จะทำการรักษาตามอาหารหรือตามชนิดของโรค ดังนี้

  1. หากเป็นภูมิแพ้ตามฤดูกาล แพทย์จะทำการรักษาด้วยการใช้ยาหยอดตา เพื่อต้านภูมิแพ้ร่วมกับยาระงับการหลั่งของสารที่ทำให้แพ้ และยาแก้อาการคัน
  2. ภูมิแพ้ขึ้นตาชนิดเรื้อรัง แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ หลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นปัจจัยกระตุ้นทำให้ร่างกายแพ้ร่วมด้วย และทำการรักษด้วยยาตามอาการ
  3. ภูมิแพ้ชนิดเฉียบพลัน จักษุแพทย์จะทำการรักษาโดยการใช้ยาหยอดตา เพื่อต้านภูมิแพ้ร่วมกับยากระตุ้นการหดตัวของหลอดเลือด

วิธีดูแลสุขภาพเพื่อไม่ให้โรคภูมิแพ้ขึ้นตากำเริบ

  1. ให้ความสำคัญกับการรักษาความสะอาด เช่น ล้างมือด้วยสบู่และน้ำอุ่นเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนใช้ยาหยอดตา
  2. ดูแลรักษาความสะอาดสภาพแวดล้อมภายในบ้าน และปัจจัยที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น ทำความสะอาดเครื่องนอนและนำออกตากแดดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกำจัดไรฝุ่นรวมทั้งไม่เลี้ยงสัตว์ที่มีขนไว้ในบ้าน
  3. ล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศตามกำหนดระยะเวลา หรือเร็วกว่าในช่วงที่มีฝุ่นละอองมาก ๆ
  4. กรณีผู้ป่วยทที่มีอาการแพ้เรื้อรัง อาจติดเครื่องกรองอากาศไว้ภายในบ้าน
  5. เมื่อมีอาการภูมิแพ้ขึ้นตา เช่น อาการคันหรือระคายเคือง ไม่ควรขยี้ตา ควรใช้น้ำตาเทียมหรือยาหยอดตา จากนั้นให้ทำการประคบเย็น หากอาการไม่ดีขึ้นก็ควรไปพบแพทย์

ภูมิแพ้ขึ้นตา หากเป็นแล้วอาการไม่รุนแรงจนเกิดการอักเสบที่กระจกตา ก็จะไม่ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ยกเว้นเมื่อเกิดขึ้นบ่อย ๆ แต่ไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีอาจทำให้เยื่อบุตาอักเสบแบบเรื้อรังที่อาจส่งผลต่อสุขภาพตาในระยะยาว ทำให้มีโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคต้อหินหรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่เป็นอันตรายได้ แต่ภูมิแพ้ขึ้นตา ก็เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้หากรู้ทัน บทความนี้คงเป็นประโยชน์และช่วยให้รู้ทันโรคนี้มากขึ้นนะครับ
ขอบคุณบทความจาก https://aufarm.shop/allergic-conjunctivitis/
ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://aufarm.shop/

Please take out with full credits:

https://aufarm.shop/allergic-conjunctivitis/


TAGS





อีเมล์   รหัสผ่าน  

สามารถตอบแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น คลิกเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิกได้ที่นี่


ความคิดเห็นที่ #1
+0


วันที่ 2020-07-30 14:03:47   
imot_1.gif imot_11.gif imot_12.gif imot_13.gif imot_14.gif imot_16.gif imot_2.gif imot_3.gif imot_10.gif imot_5.gif imot_6.gif imot_8.gif imot_15.gif imot_9.gif nine_01.gif imot_7.gif nine_03.gif imot_4.gif nine_16.gif nine_19.gif nine_30.gif nine_15.gif nine_13.gif nine_02.gif
Advertisement
BubbleTea
My Bubble Tea หวานน้อย รักร้อย 100% ดูย้อนหลังได้ที่ Viuคลิก!!!