ผู้โพส

0 จำนวน Like
40 จำนวน Point






5 ลักษณะอาการของโรคภูมิแพ้ รู้ทัน รักษาไม่ยาก

หมวด Lifestyle | โพสเมื่อ 2020-07-30 เวลา 10:31:08
0       1       36      
Share
 

“ภูมิแพ้” เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายของคนเรา พบได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอาการภูมิแพ้ในเด็ก จากสถิติระบุว่าพบมากกว่าผู้ใหญ่ โรคชนิดนี้หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน อาการส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรุนแรงถึงชีวิต แต่จะส่งผลรบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือการใช้ชีวิตส่วนตัว และโรคภูมิแพ้ยังมีหลายลักษณะอาการ เราจะทราบได้อย่างไรว่าเป็นภูมิแพ้ และเป็นภูมิแพ้ชนิดใด บทความนี้มีคำตอบค่ะ

5 ลักษณะอาการของโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้มีสาเหตุสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ ภูมิแพ้ที่เกิดจากกรรมพันธุ์ และสารก่อภูมิแพ้ที่มีปัจจัยมาจากสิ่งแวดล้อม และเมื่อเข้าสู่ร่างกายของคนเราแล้ว ยังก่อให้เกิดภูมิแพ้ในหลาย ๆ ลักษณะ เช่น

  1. ลักษณะอาการของโรคภูมิแพ้ เกิดที่บริเวณจมูก เรียกว่า โรคแพ้อากาศ
  2. ลักษณะอาการของโรคภูมิแพ้ เกิดที่ตา เรียกว่า โรคเยื่อบุตาอักเสบภูมิแพ้
  3. ลักษณะอาการของโรคภูมิแพ้ เกิดที่หลอดลม เรียกว่า โรคหืด
  4. ลักษณะอาการของโรคภูมิแพ้ เกิดที่ผิวหนัง เรียกว่า ลมพิษ หรือ ผิวหนังอักเสบภูมิแพ้
  5. ลักษณะอาการของโรคภูมิแพ้ เกิดที่ทางเดินอาหาร เรียกว่า โรคแพ้อาหาร

สารก่อภูมิแพ้และปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการของโรค

สารก่อภูมิแพ้ที่จะเข้าสู่ร่างกายของคนเราโดยการหายใจ จากการสัมผัส หรือการรับประทาน เช่น การทานอาหารทะเล หรือการที่ร่างกายได้รับสารอาหารอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ซึ่งอาจเป็นผลมาจากกรรมพันธุ์ ตัวอย่างเช่น พ่อหรือแม่ทานเมล็ดงาแล้วมีอาการแพ้ ลูกอาจมีอาการแพ้ได้ และสารก่อภูมิแพ้ส่วนใหญ่มีปัจจัยมาจากสิ่งแวดล้อม เช่น

  • ไรฝุ่นในบ้าน คือไรตัวเล็ก ๆ ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่มักอยู่ตามที่นอน พรม ผ้าม่าน หรือโซฟาที่เป็นผ้า
  • แมลงสาบ เปลือกหุ้มรอบตัว ลำตัว ขา น้ำลาย และอุจจาระของแมลงสาบ ล้วนเป็นสารก่อภูมิแพ้ทั้งสิ้น
  • เกสรหญ้าหรือเกสรดอกไม้ เพราะละอองเกสรมีขนาดเล็กมาก ทำให้ปลิวไปตามลมได้ และพบว่ามีอยู่ทั่วไปในอากาศ
  • เชื้อรา ซึ่งมีชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่เรียกว่า สปอร์และแพร่กระจายในอากาศ เมื่อเข้าไปอยู่ในเยื่อบุทางเดินหายใจของผู้ที่มีอาการแพ้ อาจทำให้เกิดโรคแพ้อากาศ หรือโรคหืดได้
  • สัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว เป็นสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้จากการสัมผัส การสูดหายใจเอาขน หรือรังแคของสัตว์เข้าไป

People photo created by freepik – //www.freepik.com

สัญญาณบ่งบอกอาการของโรคภูมิแพ้

  1. เริ่มมีผื่นที่บริเวณผิวหนัง เช่นผื่นแพ้ ลมพิษ และมีอาการคันตามผิวหนัง
  2. มีอาการคัดจมูก จาม และมีน้ำมูกไหล
  3. เริ่มจากไอ มีอาการแน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด มีอาการของโรคหอบ หืด
  4. มีอาการเคืองตา และตาแดง คัดจมูก
  5. อาการบวมรอบบริเวณปาก อาเจียน และถ่ายเหลว
  6. มีอาการแสบคอ มีน้ำมูกไหลลงคอ หรืออาการหูอื้อ

อาการหรือโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

ภูมิแพ้ แม้จะเป็นโรคที่อาการส่วนใหญ่มักไม่ค่อยรุนแรงถึงชีวิต เพียงส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้น ยกเว้นการมีภาวะแทรกซ้อนจากการดูแลตนเองไม่ถูกต้อง หรือไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้มีภาวะแทรกซ้อน เช่น อาการไซนัสอักเสบ ริดสีดวงจมูก นอนกรน ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ผิวหนังติดเชื้อ คออักเสบ ไอเรื้อรัง อาการปวดหู หรือหูอื้อ

การวินิจฉัยและทดสอบภูมิแพ้ของแพทย์

โรคภูมิแพ้ เกิดขึ้นได้หลายลักษณะและเมื่อมีอาการของโรคเกิดขึ้นกับร่างกายแล้ว จำเป็นต้องรู้หรือวินิจฉัยก่อนว่าเป็นภูมิแพ้ หรือได้รับสารก่อภูมิแพ้ชนิดใด เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้และทำการรักษาได้อย่างถูกต้อง สำหรับการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง แพทย์จะทำการทดสอบด้วยน้ำยาทดสอบภูมิแพ้โดยเฉพาะ เพื่อทำให้ทราบว่าผู้ป่วยมีอาการแพ้สารใดบ้าง เช่น แมลงสาบ ขนแมว ไรฝุ่น เชื้อรา ขนสุนัข เกสร หญ้า ฝุ่นบ้าน และแพ้อาหารต่าง ๆ ซึ่งการทดสอบแพทย์สามารถแจ้งผลการตรวจให้คนไข้ทราบได้ทันที

การรักษาโรคภูมิแพ้

  1. รักษาด้วยวิธีหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ และสารระคายเคือง เมื่อรู้ว่ามีอาการภูมิแพ้จากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ทานอาหารทะเลแล้วมีอาการแพ้ ควรหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้นั้น ๆ
  2. รักษาด้วยการใช้ยา การรักษาด้วยวิธีนี้แพทย์จะวินิจฉัยและจ่ายยาให้ผู้ป่วยอย่างเหมาะสม เพื่อบรรเทาและควบคุมอาการที่จะเกิดขึ้น เช่น ใช้ยาลดอาการคัดจมูก หรืออาจจะต้องใช้ยาพ่นจมูก กรณีมีอาการเรื้อรัง
  3. รักษาด้วยการฉีดวัคซีนรักษาโรคภูแพ้ แพทย์จะทำการรักษาด้วยการฉีดสารก่อภูมิแพ้ เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันชนิด IgG ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อต่อต้านสิ่งแปลกปลอม การฉีดจะเลือกฉีดเฉพาะสารก่อภูมิแพ้ที่ทดสอบทางผิวหนังแล้วพบว่าแพ้ จากนั้นแพทย์จะเพิ่มขนาดยาตามตารางเวลา ซึ่งผลข้างเคียงจากการฉีดจะมีรอยผื่นแดง ผื่นคัน นานประมาณ 4-8 ชั่วโมง หรือมีผลข้างเคียงอื่น ๆ ได้แก่ การคัดจมูก น้ำมูกไหล อาการเหล่านี้มักจะเกิดภายใน 30 นาทีหลังฉีด

วิธีดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นภูมิแพ้

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสาร หรือสิ่งที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้
  • ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงโดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ทานอาหารที่หลากหลายเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนและสมดุล
  • ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นประจำเมื่อมีน้ำมูกเรื้อรัง
  • ดูแลสุขภาพและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
  • ทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง พบแพทย์เมื่อมีอาการแทรกซ้อนระหว่างการรักษา เช่น มีไข้ น้ำมูก ไอมีเสมหะ หรือหอบ

ภูมิแพ้ เป็นโรคที่พบมากและเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แม้ไม่ใช่โรคที่มีอาการรุนแรงหรือเป็นอันตรายต่อชีวิต แต่หากไม่ป้องกันตนเองขาดการบำรุงดูแลสุขภาพให้แข็งแรงสมบูรณ์ ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงหรือขาดความสมดุล นอกจากทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้ง่ายแล้ว เมื่อเป็นโรคภูมิแพ้ยังก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนส่งผลให้กลายเป็นภูมิเรื้อรังที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้ยากต่อการรักษาได้ 

ขอบคุณบทความจาก https://aufarm.shop/5-types-of-allergies/
ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://aufarm.shop/

Please take out with full credits:

https://aufarm.shop/5-types-of-allergies/


TAGS





อีเมล์   รหัสผ่าน  

สามารถตอบแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น คลิกเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิกได้ที่นี่


ความคิดเห็นที่ #1
+0


วันที่ 2020-07-30 14:08:31   
imot_1.gif imot_11.gif imot_12.gif imot_13.gif imot_14.gif imot_16.gif imot_2.gif imot_3.gif imot_10.gif imot_5.gif imot_6.gif imot_8.gif imot_15.gif imot_9.gif nine_01.gif imot_7.gif nine_03.gif imot_4.gif nine_16.gif nine_19.gif nine_30.gif nine_15.gif nine_13.gif nine_02.gif
Advertisement
BubbleTea
My Bubble Tea หวานน้อย รักร้อย 100% ดูย้อนหลังได้ที่ Viuคลิก!!!