ผู้โพส

0 จำนวน Like
64 จำนวน Point






ตรวจหัวใจ สำคัญเช่นไร มีวิธีการตรวจแบบใดบ้าง?

หมวด Lifestyle | โพสเมื่อ 2019-11-24 เวลา 10:30:29
0       0       68      
Share
 

"โรคหัวใจ" เป็นภัยเงียบที่หลายท่านมีความคิดว่า เป็นสิ่งไกลตัว ยังไม่แก่ ไม่ได้อ้วน ไม่ได้รับประทานอาหารมันๆมาก อื่นๆอีกมากมาย จึงไม่ได้ใส่ใจ หรือมองเห็นจุดสำคัญของการตรวจหัวใจ  ซักเท่าไหร่ แต่หากมาดูสถิติดังนี้แล้วคุณอาจจะกลับใจก็เป็นได้

องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยว่า ในปี 2558 กลุ่มโรคหัวใจรวมทั้งเส้นเลือดเป็นต้นเหตุการเสียชีวิตชั้น 1 และจากสถิติก.ย. พ.ศ. 2561 กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย ได้เผยจำนวนผู้ป่วยโรคหัวใจว่ามีมากกว่า 430,000 รายต่อปี รวมทั้งมีอัตราการเสียชีวิตถึง 20,855 คนต่อปี หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน

ด้วยเหตุดังกล่าวการตรวจหัวใจจึงเป็นอีกหนึ่งสำหรับการตรวจสุขภาพที่คุณไม่สมควรไม่ให้ความสนใจ เพื่อคุ้มครองป้องกันการสูญเสียที่บางทีอาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้นึกฝัน

โรคหัวใจ
หมายถึง ความผิดปกติใดๆเกี่ยวกับหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นลิ้นหัวใจ เส้นโลหิตหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจ หรือระบบคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ส่งผลต่อการเต้นของหัวใจ ซึ่งความผิดปกติกลุ่มนี้ล้วนมีผลต่อการทำงานของหัวใจและสุขภาพร่างกาย นั่นก็เนื่องจากว่าหัวใจคือ อวัยวะสำคัญปฏิบัติภารกิจสูบฉีดเลือดและก็สารอาหารต่างๆไปเลี้ยงอวัยวะทุกๆส่วนของผู้คน

อาการโรคหัวใจที่สำคัญและพบบ่อยเช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือหัวใจอ่อนแรง (Heart Failure) โรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน สภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

คนใดบ้างที่ควรตรวจหัวใจ?
คุณควรจะรีบไปพบแพทย์ แม้มีอาการที่บางทีอาจบ่งบอกถึงโรคหัวใจต่อไปนี้ ด้วยเหตุว่ายิ่งตรวจพบแล้วก็ได้รับการดูแลรักษาเร็วก็จะยิ่งเกิดผลดีต่อตัวคุณเอง

* เจ็บอกร้าวไปไหล่ซ้าย
* แน่นหน้าอกเหมือนมีอะไรมาทับที่รอบๆอก
* เสียด หรือแสบร้อนบริเวณอก
* อ่อนเพลีย
* เหนื่อยง่ายดายกว่าธรรมดา
* เหงื่อไหลมากยิ่งกว่าปกติ
* ใจสั่น
* หน้ามืด เป็นลมเป็นแล้ง
* อ่อนเพลียเป็นอย่างมากเมื่อออกกำลังกาย


ส่วนคนที่มีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจดังต่อไปนี้ ก็ควรเข้ารับการตรวจความสามารถหัวใจด้วยด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่มีสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงหลายประเภทร่วมกัน

* อายุมาก
* ผู้ชายจะมีความเสี่ยงของโรคหัวใจมากยิ่งกว่าผู้หญิงก่อนวัยหมดประจำเดือน
* สูบบุหรี่จัด
* ติดสุรา หรือมีพฤติกรรมเป็นนักดื่ม
* มีระดับไขมันในเลือดสูง
* เป็นโรคโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือมีปัญหาเกี่ยวกับโรคหลอดเลือด
* มีคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ หรืออัมพาต
* ขาดการออกกำลังกาย
* อ้วน

ฉะนั้นคุณควรจะตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อช่วยระวังโรคร้ายรวมทั้งความเสี่ยงจากโรคอื่นๆที่ตามมาพร้อมปัญหาสุขภาพ ถ้าหากตรวจพบว่า มีความเสี่ยงโรคหัวใจดังข้างต้น แพทย์จะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อลดความเสี่ยงสำหรับเพื่อการกำเนิดโรคหัวใจ อย่างเช่น ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ เน้นผักผลไม้ ลดของกินที่มีไขมันแล้วก็คอเลสเตอรอล บริหารร่างกายเสมอๆ รวมทั้งแนะนำให้มาตรวจเช็กการเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ

การตรวจหัวใจ มีวิธีการตรวจยังไง?
เมื่อไปพบแพทย์เพื่อตรวจหัวใจ หมอจะซักประวัติสุขภาพแล้วก็ความประพฤติการใช้ชีวิต ประวัติป่วยไข้ของคนภายในครอบครัว น้ำหนัก ความสูง เพื่อประเมินว่า มีสภาวะน้ำหนักเกินหรือไม่ และวัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดความดันเลือด แล้วก็ฟังเสียงหัวใจว่า มีความผิดปกติไหม แล้วลำดับต่อไปเป็นการตรวจเพิ่ม ยกตัวอย่างเช่น

การตรวจหัวใจแบบพื้นฐาน

* ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ วิธีแบบนี้สามารถบอกจังหวะการเต้นหัวใจที่ผิดปกติและก็วินิจฉัยโรคเยื่อหุ้มห่อหัวใจบางประเภท หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย แต่ว่าก็มีผลคลาดเคลื่อนได้
* เอกซเรย์ปอด จะช่วยทำให้เห็นปอด เส้นโลหิตแดง และก็การกระจายของหลอดเลือดในปอด สภาวะอุทกภัยปอด สภาวะหัวใจล้มเหลว และเงาของหัวใจข้างหลังปอด และก็บอกขนาดหัวใจได้ดีพอเหมาะพอควร
* ตรวจเลือด เป็นการตรวจหาสารต่างๆในเลือด เพื่อดูว่า มีโรค หรือสภาวะสุขภาพที่เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงให้กำเนิดโรคหัวใจ หรือเปล่า ตัวอย่างเช่น โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น


การตรวจหัวใจแบบพิเศษ

* อัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram หรือ ECHO) การตรวจหัวใจวิธีนี้จะใช้คลื่นเสียงความถี่สูงแต่มีความปลอดภัย เข้าไปยังบริเวณอก รวมทั้งรับเสียงที่สะท้อนออกมา หลังจากนั้นนำข้อมูลที่สะท้อนกลับมาไปแปลเป็นภาพบ่งบอกถึงรูปร่าง ขนาด การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ แล้วก็ลิ้นหัวใจของผู้ป่วย สามารถบอกถึงความผิดปกติ ความร้ายแรงของโรค และช่วยสำหรับการติดตามผลของการรักษาได้ แต่มีข้อเสียเป็น จะไม่เห็นเส้นโลหิตหัวใจโดยตรง ถ้าหากผู้ป่วยอ้วน หรือผอมมากไป หรือมีถุงลมโป่งพอง ก็อาจจะเป็นผลให้ได้ภาพที่ไม่กระจ่าง
* การเดินสายพาน (Exercise stress test หรือ EST) เป็นการตรวจคลื่นกระแสไฟฟ้าหัวใจขณะบริหารร่างกายด้วยการเดินสายพาน หรือปั่นจักรยาน แพทย์จะให้คุณเดินสายพานที่เคลื่อนไปเรื่อยหรือปั่นจักรยานเพื่อให้หัวใจเต้นแรงขึ้น ในขณะที่ต่อขั้วสายนำไฟฟ้าบริเวณทรวงอก 10 สายกับเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ ถ้ามีเส้นเลือดหัวใจตีบ เลือดก็จะไม่อาจจะมาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้เพียงพอ ทำให้มีลักษณะอาการแน่นหน้าอก หายใจติดขัด อัตราเต้นของหัวใจผิดปกติ เกิดการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าให้เห็นนั่นเอง
* การตรวจหัวใจด้วยเตียงปรับระดับ (Tilt table test) ทำโดยให้ผู้ป่วยนอนบนเตียงที่ที่ปรับระดับองศาของเตียงได้ จากนั้นแพทย์จะประเมินชีพจร ความดันเลือด ลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และอาการอื่นๆของผู้ป่วยในตอนที่เตียงมีการเปลี่ยนแปลงระดับ วิธีแบบนี้มักใช้สำหรับในการตรวจผู้ป่วยที่เป็นลม หรือหมดสติโดยไม่เคยรู้สาเหตุ แล้วก็เป็นลมบ่อยๆหรือเป็นลมเป็นแล้งง่าย ดังเช่น เห็นเลือดแล้วเป็นลม เปลี่ยนแปลงท่าแล้วเป็นลมเป็นแล้ง ซึ่งอาจมีปัจจัยมาจากปัญหาด้านสมอง หรือหัวใจก็ได้
* การบันทึกคลื่นหัวใจไฟฟ้า (Holter monitoring) แพทย์จะเดินเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจไว้กับตัวผู้ป่วยไข้ประมาณ 24-48 ชั่วโมง โดยผู้ป่วยสามารถกลับไปบ้านและก็ทำกิจกรรมได้ตามธรรมดา เมื่อถึงกำหนดเวลาก็เลยกลับมาโรงหมอเพื่อถอดเครื่องออกและรอผลตรวจวิเคราะห์ วิธีนี้เหมาะสมกับผู้ที่มีอาการใจสั่นผิดปกติเป็นบางครั้ง วิงเวียนหัว เหมือนจะเป็นลม รวมทั้งหัวใจเต้นแรงผิดปกติเสมอๆ
* การตรวจระบบไฟฟ้าในหัวใจ (Electrophysiological studies) เป็นการตรวจโดยใส่สายสวนหัวใจขนาดเล็กเข้าไปตามหลอดโลหิตดำบริเวณขาหนีบ หรือใต้ไหปลาร้า เพื่อนำไปยังตำแหน่งต่างๆข้างในหัวใจ ซึ่งจะช่วยในการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจและก็ดูว่า มีไฟฟ้าลัดวงจรเกิดขึ้นในหัวใจ ไหม แล้วก็สามารถส่งกระแสไฟฟ้าน้อยๆไปกระตุ้นให้มีลักษณะอาการปรากฏชัดยิ่งขึ้น ทำให้แพทย์วิเคราะห์ความผิดปกติได้ละเอียดมากกว่าการบันทึกคลื่นหัวใจไฟฟ้า
* การสวนหัวใจ (Cardiac catheterization) แล้วก็การฉีดสี (Coronary angiography) คือการใช้สายสวนขนาดเล็กใส่เข้าไปจากรอบๆขาหนีบ ข้อพับแขน หรือข้อมือตามแนวหลอดเลือดแดงจนกระทั่งรูเปิดของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ แล้วใช้สารละลายทึบรังสีฉีดเข้าไปทางสายสวนด้วย เพื่อมองเห็นการตีบแคบของหลอดเลือดอย่างชัดเจน วิธีแบบนี้จะช่วยวินิจฉัยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบได้อย่างแม่นยำ แล้วก็ใช้เวลาพักฟื้นเพียง 24 ชั่วโมงก็สามารถกลับไปอยู่บ้านได้ โดยจะไม่มีการใช้ยาสลบ ใช้เพียงแค่ยาชาเฉพาะที่แค่นั้น


ตรวจหัวใจ มีผลข้างเคียงหรือไม่?
การตรวจหัวใจด้วยวิธีสวนหัวใจแล้วก็ฉีดสารละลายทึบรังสี ได้โอกาสก่อให้เกิดผลกระทบได้ แต่ก็เจอได้น้อยมาก อาทิเช่น อาจทำให้มีเลือดไหลตำแหน่งที่แทงเข็ม แล้วก็บางบุคคลมีลักษณะแพ้สีแบบไม่ร้ายแรง ส่วนผลแทรกซ้อนที่ร้ายแรงนั้นเจอได้น้อยกว่า 1% เท่านั้น ดังเช่นว่า อัมพาต แพ้สีรุนแรง หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง รวมทั้งอาจถึงกับตาย แต่เมื่อประเมินข้อดีข้อบกพร่องแล้ว คุณประโยชน์ที่จะได้จากการตรวจนั้นมักมีมากยิ่งกว่าขึ้นกับปัจจัยด้านอายุแล้วก็สุขภาพของผู้ป่วยแต่ละราย
โรคหัวใจยิ่งตรวจเจอเร็วเยอะแค่ไหนก็ยิ่งเป็นผลดีต่อการรักษาเท่านั้น การหมั่นดูอาการผิดปกติและรับการตรวจอย่างทันการถือว่า สำคัญอย่างยิ่ง แม้คุณกังวล ไหมแน่ใจว่า ตนเองมีอาการของโรคหัวใจหรือไม่ ไม่สมควรนิ่งนอนใจ ควรจะไปพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้องจะดีที่สุด

https://www.honestdocs.co/heart-check
 

Tags :  ความดันโลหิต, ภาวะหัวใจล้มเหลว

Please take out with full credits:




TAGS





อีเมล์   รหัสผ่าน  

สามารถตอบแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น คลิกเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิกได้ที่นี่


imot_1.gif imot_11.gif imot_12.gif imot_13.gif imot_14.gif imot_16.gif imot_2.gif imot_3.gif imot_10.gif imot_5.gif imot_6.gif imot_8.gif imot_15.gif imot_9.gif nine_01.gif imot_7.gif nine_03.gif imot_4.gif nine_16.gif nine_19.gif nine_30.gif nine_15.gif nine_13.gif nine_02.gif
Advertisement
เพราะหรอกถึงหยอกเล่น ใครจะโดนหยอก หรือ ใครจะรู้ทัน ติดตามได้ในรายการหยอกหยอกคลิก!!!