ผู้โพส

0 จำนวน Like
24 จำนวน Point






ตกขาวคืออะไร

หมวด Lifestyle | โพสเมื่อ 2019-10-30 เวลา 21:34:09
0       0       99      
Share
 

ตกขาว มีลักษณะเป็นมูกใสๆหรือเป็นสีขาว หลั่งออกมาจากต่อมต่างๆด้านในปากมดลูกรวมทั้งผนังช่องคลอด พบได้มากได้บ่อยมากในหญิงวัยเจริญพันธุ์ ตกขาวอาจจะส่งผลให้ผู้หญิงจำนวนมากหมดความเชื่อมั่น รวมทั้งยังทำให้เกิดอาการระคายรอบๆจุดซ่อนเร้นด้วย ธรรมดาตกขาวจะมีปริมาณมากตอนไข่ตกในระยะกลางของรอบเดือนแล้วจะหายไป รวมทั้งกลับมาอีกครั้งในช่วงใกล้มีประจำเดือน
 
ความต่างระหว่างตกขาวปกติรวมทั้งตกขาวผิดปกติ

* ตกขาวปกติ หรือตกขาวธรรมดา ขึ้นอยู่กับปริมาณฮอร์โมนผู้หญิงที่เปลี่ยนแปลงตามรอบระดู ปกติจะไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่ส่งผลให้เกิดอาการคัน และไม่มีอาการไม่ปกติอื่นๆร่วมด้วย อย่างเช่น จับไข้ ปวดท้อง หรือขัดเบา ตกขาวจะมีจำนวนนิดหน่อยเพื่อให้ช่องคลอดชุ่มชื้นรวมทั้งอาจมีกลิ่นบ้างตามลักษณะกลิ่นตัวของแต่ละคน

 

* ตกขาวผิดปกติ จะมีจำนวนตกขาวมากขึ้นผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด โดยมีลักษณะ สี รวมทั้งกลิ่นต่างไปจากเดิม จากธรรมดาที่มักใส ไม่มีสี ก็เปลี่ยนเป็นสีเหลือง หรือสีเขียว ข้นเป็นก้อน เป็นมูกเลือด มีหนอง มีฟองปนออกมาจำนวนมาก หรือมีกลิ่นเหม็นคล้ายปลาเน่า ทั้งยังยังมีลักษณะคันและก็ปวดแสบปวดร้อนที่บริเวณปากช่องคลอด รวมทั้งจับไข้ รู้สึกเจ็บปวดท้องน้อย ขัดเบา แล้วก็มีอาการเจ็บเวลามีเซ็กส์

 
สีของตกขาวบอกถึงอะไร

* ตกขาวเป็นน้ำ หรือเมือกใส

เป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้กับสตรีทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงกึ่งกลางของรอบเดือนที่มีการตกไข่ซึ่งจะมีปริมาณตกขาวมาก แต่ถ้าหากตกขาวเป็นน้ำและไหลเป็นฟองรวมถึงมีลักษณะคันร่วมด้วย อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรืออาการอักเสบภายในช่องคลอดได้
 

* ตกขาวเป็นก้อนสีขาว

มีสาเหตุจากการติดเชื้อราที่มีชื่อว่า "แคนดิดา อัลบิแคนส์ (Candida albicans)" ทำให้ตกขาวมีลักษณะเป็นก้อนสีขาวข้น หรือสีเหลืองขาวคล้ายนมบูด มีกลิ่นเหม็นแต่ว่าไม่คาว อาจส่งผลให้เยี่ยวแสบขัด หรือแสบคันในบางครั้ง มักจะเกิดกับผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ หรือใช้ยาปฏิชีวนะเป็นระยะเวลานานๆ
 

* ตกขาวสีเหลือง

สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุดังต่อไปนี้
 

* การติดเชื้อไวรัส มีสีเหลืองแล้วก็มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ เกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เชื้อไวรัสจากโรคเริม ทำให้มีตุ่มน้ำใสๆขนาดเล็ก และก็จะแตกออกแปลงเป็นแผลแสบคัน
* การติดเชื้อแบคทีเรีย จุดเด่นที่สังเกตได้ชัดเจน มีเหม็นคาวปลารวมทั้งอาจมีอาการคันร่วมด้วย ซึ่งมักมีสาเหตุจากการได้รับเชื้อผ่านทางเพศสัมพันธ์
* การติดเชื้อรา มีสาเหตุจากการติดเชื้อราแคนดิดา อัลบิแคนส์
* การได้รับเชื้อหนองใน เกิดขึ้นจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า “ไนซีเรียโกโนเรียอี (Neisseria gonorrhoeae)" ทำให้มีปริมาณตกขาวเยอะขึ้น ลักษณะเป็นหนองสีเหลือง หรืออาจมีสีเขียวผสม ทำให้มีกลิ่นเหม็นแต่ว่าไม่คัน ทั้งยังส่งผลให้มีอาการปวดแสบขณะเยี่ยวได้
* การติดเชื้อพยาธิในมดลูก ส่วนใหญ่มักทำให้ตกขาวมีสีเขียว แต่บางครั้งก็ทำให้เป็นสีเหลืองได้เช่นกัน ทั้งยังมีต้นเหตุอื่นๆอาทิเช่น การได้รับเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า Chlamydia อาการปากมดลูกอักเสบ หรือช่องคลอดอักเสบ แต่ว่าเจอได้ไม่บ่อยเท่าสาเหตุอื่นๆที่กล่าวมาข้างต้น

 

* ตกขาวสีเขียว

เกิดขึ้นจากการติดเชื้อพยาธิประเภทโปรโตซัวที่มีชื่อว่า “ทริโคโมแนส วาจินาลิส” (Trichomonas vaginalis) ซึ่งมักเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ ตกขาวจำพวกนี้ทำให้มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว เป็นฟอง มีอาการคันและแสบแดงที่บริเวณอวัยวะเพศ ผู้ป่วยบางรายจะมีลักษณะเยี่ยวขัดรวมทั้งมีตกขาวมากไม่ปกติ นอกจากนี้แบคทีเรียบางชนิดยังสามารถทำให้ตกขาวมีสีเขียวได้ แต่จะไม่มีอาการคันและไม่มีกลิ่นซึ่งบางทีอาจไม่ต้องรักษา
 

* ตกขาวสีเทา

มีสาเหตุจากการลดลงของแบคทีเรียจำพวก "แลคโตบาซิลไล (Latobacilli)" ซึ่งมีฤทธิ์ยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียก่อโรคในช่องคลอด ทำให้แบคทีเรียก่อโรคมีจำนวนมากขึ้นจนกระทั่งช่องคลอดเกิดการอักเสบ ตกขาวจำพวกนี้มีสีขาวปนเทาอ่อนรวมทั้งมีกลิ่นเหม็นคล้ายกับกลิ่นปลาเค็ม ทั้งมักมีกลิ่นรุนแรงหลังหมดรอบเดือนใหม่ๆหรือหลังมีเซ็กส์ ตกขาวสีเทาสอดคล้องกับเหตุที่ส่งผลให้เกิดโรคอย่าง อาทิเช่น การคุมกำเนิดด้วยห่วงอนามัย การสวนล้างช่องคลอด การได้รับเชื้อทางเพศสัมพันธ์ แล้วก็การกินยาปฏิชีวนะตลอดเป็นระยะเวลานานๆเป็นต้น
 

* ตกขาวสีน้ำตาล

อาจเกิดขึ้นเนื่องจากเลือดไหลผิดปกติปนออกมากับตกขาว เช่น อาการเลือดออกจากการตกไข่ที่มักเกิดขึ้นในช่วง 2 อาทิตย์หลังมีระดูวันแรก โดยอาจมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย หรือไม่ก็ได้ อาการเลือดไหลจากประจำเดือนที่มาช้า หรือมาไม่ตรงรอบ เลือดออกที่เกิดขึ้นจากการฝังตัวของตัวอ่อน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ 3 หลังจากที่มีระดูวันแรก แต่ไม่มีอาการปวดท้อง มีลักษณะเป็นเลือดสีน้ำตาลที่จำนวนไม่เท่าไรนัก ยิ่งไปกว่านี้กรณีที่มีเลือดไหลจากการท้องนอกมดลูกก็อาจทำให้มีอาการเลือดออกกระปริบกระปรอยแล้วก็มีลักษณะอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย รวมถึงอาจเกิดจากการได้รับเชื้อที่ช่องคลอด หรือปากมดลูก จึงทำให้มีกลิ่นเหม็นรวมทั้งมีสีน้ำตาลผสมจากเลือดเก่า
 

* ตกขาวสีชมพู

พบได้มากในหญิงหลังคลอด ซึ่งเกิดขึ้นจากการลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก หรือบางทีอาจจะเป็นสีของเลือดที่เรียกว่า “เลือดล้างหน้าเด็ก” ที่เป็นสีชมพูซีดๆ
 
ตกขาวอาจดูเหมือนกับว่าคือเรื่องธรรดาที่เกิดขึ้นได้กับสตรีทุกคน แต่หากมีลักษณะอาการผิดปกติก็ไม่สมควรละเลยเพราะว่าบางทีอาจเป็นสัญญาณเตือนให้พวกเราต้องระวังเกี่ยวกับสุขลักษณะ ที่สำคัญควรจะหมั่นสังเกตตนเองให้เพิ่มมากขึ้น ถ้าเกิดไม่แน่ใจควรเข้ารับการปรึกษาจากสูติ-นรีแพทย์ เพื่อการดูแลรักษาที่ถูกแล้วก็ดีที่สุด
 
https://www.honestdocs.co/causes-and-symptoms-leucorrhoea

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : https://www.honestdocs.co/causes-and-symptoms-leucorrhoea

Tags : ตกขาว, การติดเชื้อ

Please take out with full credits:




TAGS





อีเมล์   รหัสผ่าน  

สามารถตอบแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น คลิกเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิกได้ที่นี่


imot_1.gif imot_11.gif imot_12.gif imot_13.gif imot_14.gif imot_16.gif imot_2.gif imot_3.gif imot_10.gif imot_5.gif imot_6.gif imot_8.gif imot_15.gif imot_9.gif nine_01.gif imot_7.gif nine_03.gif imot_4.gif nine_16.gif nine_19.gif nine_30.gif nine_15.gif nine_13.gif nine_02.gif
Advertisement
เพราะหรอกถึงหยอกเล่น ใครจะโดนหยอก หรือ ใครจะรู้ทัน ติดตามได้ในรายการหยอกหยอกคลิก!!!