ผู้โพส

0 จำนวน Like
72 จำนวน Point






ปัจจัยด้านต่าง ๆ ที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กให้กลายเป็นเด็กฉลาด

หมวด | โพสเมื่อ 2019-06-28 เวลา 15:52:54
0       0       385      
Share
 

                ลูกเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของผู้ที่เป็นพ่อ แม่ และพ่อ แม่ ทุก ๆ คนก็อยากจะให้ลูกมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงมีพัฒนาการทางสมองที่ดี หรือเป็นเด็กฉลาดนั่นเอง จึงทำให้พ่อ แม่ หลาย ๆ ท่าน ใส่ใจและพยายามทำทุก ๆ อย่างที่จะช่วยส่งผลดีในด้านต่าง ๆ ให้กับลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน , การอบรมสั่งสอน , การปฎิบัติตัวต่าง ๆ ที่ส่งผลดีกับร่างกาย  อย่าง การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ , การออกกำลังกาย , การเล่นอย่างสนุกสนาน เป็นต้น แหละนอกจากทั้งหมดที่กล่าวมาก็ยังมีปัจจัยอีกหลายสิ่งหลายอย่างเลยที่จะช่วยให้ลูกน้อยของคุณเป็นเด็กฉลาด ซึ่งปัจจัยด้านอื่น ๆ จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลยค่ะ

               ปัจจัยด้านต่าง ๆ ที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กให้กลายเป็นเด็กฉลาด

1. มีแม่ฉลาดอยู่แล้ว!

มีงานวิจัยออกมาว่า “ความฉลาดของลูก มาจากสมองแม่” โดยมหาวิทยาลัย Ulm ในเยอรมันทำงานวิจัยนี้มาในปี 2016 ว่ายีนที่สัมพันธ์กันกับความสามารถในการรับรู้ของเด็ก มาจากโครโมโซมเอ็กซ์ คือโครโมโซมที่มาจากแม่นี่ล่ะ  และยังมีงานวิจัยอีกอันทำโดย เมดิคัล รีเสิร์ช คาวน์ซิล เมื่อปี 1994 วัดผลจากเด็ก 12,000 คน พบว่า ไอคิวของแม่เป็นตัวบอกความฉลาดของลูกได้ดีที่สุด

2. ลูกคุณมีขนาดศีรษะที่ใหญ่

มีงานวิจัยจากเจอร์นัล Molecular Psychiatry ออกมาบอกว่าเด็กที่เกิดมามีหัวโตกว่าหัวเด็กคนอื่นๆ โดยเฉลี่ย จะเป็นเด็กที่ฉลาดเกินมาตรฐานได้ ลองวัดหัวลูกดูนะว่า ถ้าลูกหัวเส้นรอบวง 13 ถึง 14 นิ้ว หรือ 34 ถึง 35 เซนติเมตร จะมีแนวโน้มที่เรียนจบด้วยคะแนนสูงเกินเพื่อนๆ ได้เมื่อตอนเขาโตขึ้นมา

3. ลูกเริ่มหัดอ่านหนังสือก่อนเด็กคนอื่น

การศึกษาของประเทศอังกฤษได้ทำการทดลองจากคู่แฝดทั้งหมด 2,000 คู่ เด็กคนที่เริ่มหัดอ่านหนังสือก่อนจะมีไอคิวสูงกว่าคู่แฝดที่เริ่มทีหลัง นักวิจัยได้กล่าวว่า เหตุผลที่เด็กที่หัดเริ่มอ่านหนังสือก่อนมีไอคิวที่สูงกว่า ก็เพราะว่าการอ่านเป็นส่วนในการช่วยพัฒนาสมองที่สำคัญ ทำให้เด็กที่เริ่มอ่านก่อนฉลาดกว่า แต่นี้ไม่ได้หมายความว่า เพราะเด็กคนนี้ฉลาดก็เลยเริ่มอ่านหนังสือได้เร็ว แต่จริงๆก็คือการเริ่มอ่านหนังสือเร็วช่วยให้เด็กฉลาดนั้นเอง

4. ลูกถนัดซ้าย

กลับกลายเป็นว่าที่คุณคูรสมัยก่อน ชอบบังคับให้เด็กที่ถนัดซ้ายฝึกเขียนหนังสือมือขวากลายเป็นเรื่องตรงกันข้ามกับสิ่งที่ควรทำ มีการศึกษาหนึ่งได้แสดงให้เห็นว่า คนที่ถนัดมือซ้ายจะมีความเกี่ยวข้างกับวิธีการคิดแบบอเนกนัย (Divergent Thinking) ซึ่งหมายความว่า คนเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงสองสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันในเชิงที่มีความหมายได้ และนี้ก็เป็นสัญลักษณ์แห่งความฉลาด

5. เป็นเด็กขี้กังวล

มันยากที่จะเชื่อว่าความวิตกกังวลเป็นสิ่งที่ดี แต่มันมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าความวิตกกังวลไม่ใช่สิ่งที่แย่ซะทีเดียว จิตแพทย์นามว่า Jeremy Coplan  ได้ทำการศึกเกี่ยวกับโรควิตกกังวลของมนุษย์ และเขาพบว่ายิ่งคนที่มีระดับความกังวลสูงยิ่งมีไอคิวที่สูงตามไปด้วย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยจาก Interdisciplinary Center Herzliya ที่ประเทศอิสราเอล นักวิจัยพบว่าผู้เข้าร่วมที่มีความวิตกกังวลมากที่สุด เป็นผู้ที่โฟกัสไปที่งานและมีความกระตือรือร้นมากที่สุดเช่นกัน

6. ชอบเล่นดนตรี

มีการวิจัยหลายงานที่แสดงให้เห็นว่า ดนตรีเป็นส่วนช่วยในเรื่องการพัฒนาสมองและความฉลาด นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของการโฟกัสและการควบคุมตัวเองอีกด้วย จากการวิจัยของนักจิตวิทยานาม Sylvain Moreno เขาได้นำเด็กอายุระหว่าง 4-6 ขวบ มาทั้งหมด 48 คน และได้แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละ 24 คน กลุ่มแรกให้เข้าห้องเรียนดนตรี ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งให้เข้าห้องเรียนทัศนศิลป์ เด็กทั้งสองกลุ่มต้องเรียนวันละ 1 ชม.ต่อวัน ทั้งหมด 5 วันต่อสัปดาห์ เวลาผ่านไป 1 เดือน ผลสรุปออกมาว่า เด็กกลุ่มแรกที่เรียนดนตรีมีการพัฒนาทางไอคิวมากกว่าเด็กอีกกลุ่มนึง ดังนั้นการลงเรียนดนตรีตอนยังเป็นเด็กจึงมีส่วนช่วยให้เราฉลาดขึ้นนั่นเอง

7. เป็นพี่ชายคนโตสุดของตระกูล

ผลการวิจัยพบว่าพี่ชายคนโตสุดของบ้านนั้นมักจะเป็นคนที่มีทักษะกระบวนการด้านความคิด และ IQ ที่ค่อนข้างจะสูงพอสมควรเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับเด็กๆ ภายในบ้านที่อายุลดหลั่นกันไป ด้วยเหตุนี้เองเราจึงมักที่จะเห็นพี่คนโตสุดของตระกูลประสบความสำเร็จมากกว่าน้องๆ ที่เด็กกว่าในตระกูล

8. เป็นเด็กช่างสงสัย

หากลูกของคุณ กลายเป็นเจ้าหนูจำไม ช่างสงสัยในสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัวไม่ว่าจะเป็น ทำไมท้องฟ้าถึงมีสีฟ้า ไอ้นั้นมีไว้ทำอะไร ไอ้นี้มีไว้ทำอะไร แล้วล่ะก็คุณก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีโอกาสสูงทีเดียวล่ะครับที่จะมีเชาว์ปัญญาสูงกว่าคนปกติทั่วๆ ไป โดยนักวิจัยทางด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยในกรุงลอนดอนนั้นพบว่า ผู้ที่มีลักษณะเป็นคนขี้สงสัยมากเป็นพิเศษนั้นเกิดมาจากการที่พวกเขานั้นมีความสนุกที่จะได้ค้นพบสิ่งแปลกใหม่รอบๆ ตัว ซึ่งจากสิ่งนี้นี่เองที่นำไปสู่กระบวนการทางด้านการพัฒนากระบวนการความคิดให้กับคนที่อยู่ในกลุ่มนี้

9. เป็นเด็กตลก

ถ้าเห็นข้อนี้พวกตัวตลกทั้งหลายคงดีใจไม่น้อย นักวิจัยได้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างการเป็นคนตลก กับ การเป็นคนฉลาด มุขหรือการล้อเล่นต่าง ๆ ที่ถูกผลิตออกมาจากความคิดอันเฉียบแหลมของคุณ มันไม่ใช่ว่าใคร ๆ นึกจะเป็นคนตลกก็จะเป็นคนตลกได้

                แน่นอนว่าหากนำ ทั้งหมดมารวมกัน  9 ข้อข้างต้น ก็สามารถแสดงให้เห็นว่าลูกน้อยของคุณเป็นเด็กฉลาดกว่าเด็กทั่วไปและถ้าลูกของคุณพ่อคุณแม่ มีลักษณะดังกล่าวข้างต้นนี้อยู่หลายข้อก็ควรปรึกษากับคุณครูและกุมารแพทย์ เพื่อจะได้ช่วยกันดูว่าจะช่วยให้ลูกได้พัฒนาความสามารถพิเศษของลูกได้อย่างเต็มที่ได้อย่างไร เช่น การอ่านหนังสือด้วยกัน และการให้เขาได้สัมผัสและเรียนรู้เกี่ยวกับกับศิลปะ ดนตรี ธรรมชาติ และกีฬา ที่เขาชอบและสนใจ เพื่อเปิดโอกาสในการค้นพบความเป็นอัจฉริยะในตัวเขานั่นเองค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก : บทความวิชาการ..โดย พญ.จันท์ฑิตา พฤกษานานนท์ Child Research & Development  และบทความ..วิจัยชี้ 9 สัญญาณ บ่งบอก ลูกของคุณฉลาดเกินเกณฑ์ พัฒนาการเกินวัย

 

Please take out with full credits:




TAGS





อีเมล์   รหัสผ่าน  

สามารถตอบแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น คลิกเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิกได้ที่นี่


imot_1.gif imot_11.gif imot_12.gif imot_13.gif imot_14.gif imot_16.gif imot_2.gif imot_3.gif imot_10.gif imot_5.gif imot_6.gif imot_8.gif imot_15.gif imot_9.gif nine_01.gif imot_7.gif nine_03.gif imot_4.gif nine_16.gif nine_19.gif nine_30.gif nine_15.gif nine_13.gif nine_02.gif
Advertisement
เพราะหรอกถึงหยอกเล่น ใครจะโดนหยอก หรือ ใครจะรู้ทัน ติดตามได้ในรายการหยอกหยอกคลิก!!!